หลังลัดฟ้ามาร่วมงานเปิดตัว ซีรีส์เกาหลี “GOOD BOY (แชมป์ปราบอาชญากร)” ณ โรงภาพยนตร์ไอคอน ซีเนคอนิค ไอคอนสยาม ที่ทาง Prime Video จัดขึ้นแล้ว 3 นักแสดงดัง พัคโบกอม, คิมโซฮยอน และ อีซังอี ก็เจียดเวลามาพูดคุยถึงบทบาทการแสดงที่ได้รับ รวมถึงความประทับใจที่ได้มาเยือนเมืองไทย

•ในซีรีส์ “GOOD BOY” มีฉากแอ๊กชั่นเยอะ คุณมีการฝึกฝนอะไรเป็นพิเศษ และได้เรียนรู้อะไรในตัวละครของคุณ?
พัคโบกอม – “ผมรับบท ยุนดงจู อดีตนักมวยเหรียญทอง ผมผ่านการฝึกซ้อมมวยมากกว่า 6 เดือน แล้วมีเวตเทรนนิ่งเพื่อสร้างความแข็งแรงของร่างกาย สิ่งที่ได้เรียนรู้จากดงจู คือเขาเป็นคนกระตือรือร้นและร่าเริง ขณะเดียวกันภายในมีจิตใจที่อบอุ่นและอ่อนโยน ที่สำคัญเขามีทักษะทางกีฬาที่ดีมาก ทำให้ผมกลายเป็นคนที่มีปฏิกิริยาตอบสนองเร็วขึ้นกว่าเมื่อก่อนครับ”
คิมโซฮยอน – “สำหรับฉัน จีฮันนา เป็นนักกีฬายิงปืน ฉันเลยได้ฝึกยิงปืนเยอะค่ะ การฝึกยิงปืนต้องใช้ความอดทนอย่างมาก หลังได้มาเป็นตำรวจและยิงปืนเวลาออกปฏิบัติจริง ส่วนตัวรู้สึกว่าทำให้อดทนกับเสียงดังได้ดี และช่วยเพิ่มความกล้าหาญ ไม่ว่าจะทำอะไรจะไม่ค่อยกลัว รู้สึกว่าความหวาดกลัวหายไปเยอะเลยค่ะ”
อีซังอี – “ผมรับบท คิมจงฮยอน เป็นนักกีฬาฟันดาบ ผมเรียนฟันดาบประมาณ 6-7 เดือน ประเภทที่ผมเล่นคือเซเบอร์ก็เลยได้เรียนเซเบอร์เยอะ จงฮยอนเป็นคนที่ใช้สมองคิดนำ วางแผน และตัดสินก่อนเสมอ ช่วงนี้ผมก็ยังคงพยายามที่จะเป็นเหมือนจงฮยอนในมุมนี้อยู่ครับ”

•การถ่ายทำ มีฉากไหนที่ประทับใจบ้าง?
พัคโบกอม – “ผมประทับใจฉากโรงงานสี ในซีเควนซ์สุดท้ายของตอน 1 ตอนนั้นถ่ายทำไป 2 วัน ตอนอ่านบทครั้งแรก ผมประทับใจมากและอยากแสดงฉากนี้ออกมาให้ดี ได้เจอกับผู้กำกับฯ และเตรียมฉากนี้ร่วมกับผู้กำกับแอ๊กชั่น พวกเราทุ่มเทและตั้งใจทำมันออกมามากๆ เป็นการถ่ายทำที่คุ้มค่ามาก พอได้ดูฉากนี้เลยรู้สึกภูมิใจครับ”
คิมโซฮยอน – “ฉันเองก็ประทับใจแอ๊กชั่นค่ะ โดยเฉพาะแอ๊กชั่นของฉันในตอนที่ 1 เป็นการถ่ายทำในช่วงต้นๆ ของละคร ตอนนั้นยังไม่ค่อยมีเซนส์ทางแอ๊กชั่น แต่พอลองเล่นดูก็รู้สึกสนุกและยากกว่าที่คิด แต่ก็ยังรู้สึกเสียดาย เลยมอนิเตอร์ดูทำให้รู้ว่าตรงนี้ควรทำแบบนี้จะดีกว่า ก็เริ่มสั่งสมเทคนิค ถึงแม้จะเป็นฉากที่มีจุดที่รู้สึกเสียดายไปบ้าง แต่ก็มีความหมายมากเพราะเป็นฉากแอ๊กชั่นแรกที่แสดงให้ทุกคนได้เห็นกัน เลยประทับใจเป็นพิเศษค่ะ”

อีซังอี – “ทั้งสองท่านพูดถึงฉากแอ๊กชั่นไปแล้ว ผมอยากพูดถึงฉากห้องทำงานของทีมสืบสวนพิเศษ แต่ละคนมาจากคนละที่ มารวมตัวเป็นทีมเดียวกัน และค่อยๆ สร้างทีมเวิร์ก ในห้องทำงานจะมีสงครามประสาทซ่อนอยู่ บางทีพวกเราต้องกลั้นหัวเราะ เลยอยากให้รอติดตามครับ”
•ตอนที่สร้างตัวตนของตัวละครนี้ขึ้นมา คุณมีแรงบันดาลใจจากนักกีฬา บุคคลสาธารณะ หรือคนใกล้ตัวคนไหนบ้างหรือไม่?
พัคโบกอม – “ไม่มีครับ ตอนที่ผมเตรียมตัวเพื่อแสดงบทยุนดงจู ผมอยากเข้าถึงตัวละครดงจูตามแบบที่นักเขียนได้บรรยายเอาไว้และถ่ายทอดตัวละครนี้ออกมาให้ดีที่สุด เลยมีการพูดคุยกับนักเขียนและผู้กำกับเยอะมากเพื่อสร้างตัวละครนี้ออกมา”

คิมโซฮยอน – “ฉันก็เหมือนกันค่ะ ตัวละครฮันนาไม่ได้ยึดใครเป็นต้นแบบ แก่นแท้ของเธอถ้าสังเกตดูฮันนาเป็นคนที่ร้อนแรงมาก ภายนอกอาจเหมือนเปลวเทียนที่นิ่งสงบ พลิ้วไหวอย่างนิ่งๆ แต่ภายในมีความมุ่งมั่นและหัวใจที่ร้อนแรง เลยทำให้บางครั้งเธอตัดสินใจทำอะไรอย่างเด็ดขาดและกล้าลงมือทำ ฉันเลยพยายามศึกษาและถ่ายทอดมุมเหล่านี้ออกมาให้ได้เห็นค่ะ”
•ความน่าทึ่งของคุณอีซังอี คือมีภาพลักษณ์เป็นที่จดจำของคนดู ทั้ง “ผู้ชายอบอุ่นโรแมนติก” และ “ตัวร้ายสายโหด” ถ้าถามตัวคุณเองในฐานะที่เป็นคนดู คุณชอบเห็นตัวเองในบทบาทไหนมากกว่ากัน?

อีซังอี – “ถ้าให้ผมตัดสินน่าจะยาก ไม่ค่อยแน่ใจเลยครับ ไม่รู้จริงๆ เพราะผมตั้งใจทำทุกบทบาทที่ได้รับ ถ้าให้เลือกแค่อย่างเดียวจะยากเกินไป ผมหวังว่าทุกท่านส่งกำลังใจให้กับผมในการพลิกบทบาทและท้าทายอะไรใหม่ๆ ครับ”
•หากคุณต้องเจอคู่แข่งหัวใจอย่าง ยุนดงจู คุณคิดว่าจะสู้ไหวไหม และอะไรเป็นจุดแข็งที่ คิมจงฮยอน มีเหนือกว่า ยุนดงจู?
อีซังอี – “คำถามยากมากเลย ในชีวิตนี้ผมไม่เคยต้องต่อสู้เพื่อความรักหรือเพื่อใครสักคนก็เลยไม่รู้ครับ แต่ถ้าคิดถึงเสน่ห์ของจงฮยอน ผมคิดว่าคือความรับผิดชอบครับ เวลาที่เขาต้องการจะปกป้องอะไรบางอย่าง เขาจะพยายามอย่างหนักมาก”

•ถ้าให้เลือก 1 คำ เพื่ออธิบายตัวละครของแต่ละคน?
พัคโบกอม – “สำหรับผมคือคำว่า bulldozer (รถแทรกเตอร์) ดงจูเป็นคนที่มีนิสัยร้อนแรงดั่งไฟ เวลาเห็นความอยุติธรรมจะอดทนไม่ได้ แต่จิตใจเขาเป็นคนที่มีความภักดีและมีความผูกพันกับคนรอบข้างครับ”
อีซังอี – “จงฮยอนเป็นเหมือนกับหงส์ เหมือนกับชุดกีฬาฟันดาบสีขาว ภายนอกดูหรูหราสวยงาม แต่ภายใต้สิ่งนั้นต้องคอยเตะถีบขาออกไปตลอดเพื่อความอยู่รอด จงฮยอนก็เช่นกัน เขาเหมือนกับหงส์ขาว ในทั้งความพยายามและความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองอยากทำให้สำเร็จครับ”
คิมโซฮยอน – “ฮันนาเป็นเหมือนเปลวไฟค่ะ อาจจะเริ่มจากประกายเล็กๆ ที่เงียบสงบ แต่พอลุกโชนมากขึ้นก็กลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ได้ คิดว่าคำนี้เหมาะกับฮันนามากเลยค่ะ”

•อยากให้แต่ละท่านเล่าความประทับใจในประเทศไทย?
พัคโบกอม – “ก่อนอื่นไม่ว่าจะมาเมืองไทยเมื่อไหร่ แฟนชาวไทยจะคอยต้อนรับอย่างสดใสเสมอ อยากขอบคุณแฟนๆ จากใจจริง ต้องขอบคุณความรักและกำลังใจที่แฟนๆ ส่งมาให้ ที่ผ่านมาตารางงานยุ่งมาก แต่แฟนๆ ทำให้ความเหนื่อยล้าที่สั่งสมมาหายไปหมดเลย เป็นตารางงานที่มีความสุขมากจริงๆ ครับ”
คิมโซฮยอน – “ฉันชอบประเทศไทยมากๆ ปกติก็ชอบมากอยู่แล้ว รักอาหารไทยมากๆ ด้วย และทุกครั้งที่มาไม่ว่าจะเป็นแฟนชาวไทย หรือทุกคนที่ได้เจอเวลาทำงานจะต้อนรับด้วยรอยยิ้มที่สดใสเสมอ ทำให้ได้รับเอ็นเนอร์จี้ดีๆ ได้รับพลังงานบวกกลับไปเสมอ เลยรักประเทศไทยมากค่ะ”

อีซังอี – “นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมาประเทศไทยเพื่อการทำงาน ทุกคนต้อนรับดีมากๆ ผมมีความสุขมากครับ ผมเป็นคนชอบทานมาก โชคดีที่อาหารไทยถูกปากผมตลอดช่วงเวลาที่อยู่เมืองไทยมีความสุขมากเลย ขอบคุณจากใจจริงเลยครับ”
•ฝากอะไรถึงแฟนๆ ชาวไทย ที่ตั้งตารอดู Good Boy?
พัคโบกอม – “ผมเชื่อว่าความยุติธรรมยังมีอยู่ เรื่องนี้เป็นผลงานที่ให้กำลังใจคนที่ใช้ชีวิตอยู่เพื่อความดีงาม และคิดว่าเป็นผลงานที่ทำให้คนรู้สึกอยากใช้ชีวิตแบบนั้น หวังว่าจะเป็นผลงานที่ช่วยสร้างโลกที่สวยงามครับ”

คิมโซฮยอน – “ส่วนตัวแล้วฉันตื่นเต้นที่จะได้โชว์มุมใหม่ๆ ให้แฟนๆ ชาวไทยได้เห็นกันผ่าน GOOD BOY ค่ะ อยากให้ทุกคนได้เห็นภาพใหม่ๆ ของฉันและรู้สึกยินดีไปด้วยกัน และหวังว่าทุกคนจะสนุกไปกับผลงานของพวกเรานะคะ เป็นเรื่องที่สดชื่นมากค่ะ”
อีซังอี – “ห้ามพลาดเลยนะครับ ฝากรัก GOOD BOY มากๆ ด้วยนะครับ”
ติดตามชมซีรีส์ “GOOD BOY” ได้แล้ว ที่ Prime Video
จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล