ออกอาละวาดสู่สายตาแฟนๆ แล้ว สำหรับภาพยนตร์สยองขวัญแห่งปี “ห่าก้อม” (The Darkness of the Soul) ผลงานการผนึกกำลังของ Mono Next โดย ‘แดง’ ธัญญา วชิรบรรจง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตรายการและผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ช่อง MONO29 และ สุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็ม สตูดิโอ (M Studio) ที่พาทุกคนดำดิ่งสู่กิเลสตัณหา พร้อมความเชื่อเรื่อง “ปอบ” ผีร้ายในตำนาน อีกหนึ่งผลงานสุดท้าทายของผู้กำกับฯมือรางวัล ‘อ๊อฟ’ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง แห่งค่าย Act Art Generation โดยมี ‘บีบี’ เอกนรี วชิรบรรจง นั่งแท่นโปรดิวเซอร์

คว้านักแสดงรุ่นครู ‘จิ๋ม’ กุณกนิช คุ้มครอง มารับบทเอก ‘ยายพร’ ประชันบทบาทนักแสดงใหม่ ‘ม่อน’ วรวิทย์ จันทะเสน ที่รับบท ‘แบงค์’ ร่วมด้วยนักแสดงแวดล้อม อาทิ ‘เปิ้ล’ ชไมพร สิทธิวรนันท์ (แม่น้อย), ‘ล็อตโต้’ จิรวัฒน์ พุทธรรมมา (วิเชียร), ‘ปู’ ยะสะกะ ไชยสร (ตาเทียม), ‘ก้อง’ พันธกานต์ ทาสีแสง (กาย), ‘วิว’ ณัฐริกา เฝ้าด่าน (เมย์), ‘กะล่อน’ รักษ์อิสรภาพ ศรีวรสาร (เล็ก) ฯลฯ

เรื่องย่อ “ห่าก้อม” คือ พญาผีปอบ ผีร้ายแห่งภาคอีสาน ที่ขึ้นชื่อเรื่องการสิงร่าง กัดกินของสด เป็นที่น่ารังเกียจและหวาดกลัวของผู้คน มันคือราชันย์แห่งผี ที่สยดสยองที่สุด ‘แบงค์’ กลับมางานศพของเพื่อนสนิทที่บ้านเกิด ด้วยความเชื่ออย่างเต็มอกว่า ‘ยายพร’ ยายแก่ที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นปอบร้าย คือคนที่ฆ่าเพื่อนของเขา และเมื่อปอบร้ายกลายเป็น “ห่าก้อม” ก็คงไม่มีใครที่สามารถปราบโคตรผีตนนี้ได้


‘อ๊อฟ พงษ์พัฒน์’ ผู้กำกับฯ เผยถึงที่มาในการทำหนังผี “ห่าก้อม” ว่า “เริ่มจากเราอยากทำหนังผี ก็มีการรีเสิร์ชว่าจะใช้ผีอะไร เพราะผีไทยเยอะมาก กระสือ กระหัง ผีภูมิ ผีพราย ผีแม่ม่าย เยอะแยะไปหมด แล้วมาลงที่ปอบ พอดีทีมงานไปค้นหาคำนึงน่าสนใจ คือคำว่า ห่าก้อม แปลว่าพญาปอบ ซึ่งเขาเล่าว่า หมอผีที่มีวิชาเลี้ยงปอบหลายตัว แล้วส่งไปเข้าคน แล้วมารักษา เขาก็ได้ผลประโยชน์ ปรากฏผีปอบเหล่านี้นับวันมันแข็งแรงขึ้นจนเอาไม่อยู่ เลยย้อนเข้าตัว ปอบเข้าคนธรรมดาก็เป็นปอบธรรมดา แต่ทีนี้คนมีวิชาโดนปอบเข้า เลยกลายเป็นอภิมหาปอบ เป็นพญาปอบ

ผมว่าเรื่องราวเหล่านี้อยู่คู่กับคนไทยมาแต่ไหนแต่ไร ผีอะไรก็ได้ แต่ปอบชัดที่สุด และใกล้ชิดกับคนมากที่สุด เลยหยิบเรื่องนี้มาเล่า เรื่องนี้มีทั้งความสนุกสนาน หลอกหลอน และมีเนื้อหาสาระ ปอบเปรียบเทียบง่ายๆ คือกิเลสคน ถ้ามันเกาะกินเข้าไปมากๆ ก็เรียบร้อยมัน ดูแล้วสามารถนำไปศึกษาเรียนรู้แล้วนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้ นี่คือเป้าหมายสูงสุด”


ด้าน ‘บีบี เอกนรี’ โปรดิวเซอร์กล่าวว่า “หลังได้โจทย์มาเราก็เริ่มเขียนบท โชคดีที่คุยกับคุณพ่อแล้วไอเดียตรงกัน เราไม่ได้อยากทำแค่หนังผีธรรมดา อยากแฝงและสื่ออะไรบางอย่างเข้าไปข้างใน ซึ่งก็จะมีการพูดถึงบริบทสังคมคนอีสาน เรารู้สึกว่าความเชื่อของเขายังแข็งแรงมากๆ ก็เลยหยิบจับความเชื่อต่างๆ มาเล่น และบริบทของสังคมที่ไม่ได้เกิดที่ประเทศไทยอย่างเดียว มันเกิดขึ้นได้ทั่วโลก รู้สึกมันทัชใจ ก็เอามาเป็นคีย์ เอามาเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่อง พอเวิร์กตรงนี้เสร็จก็ให้คนเขียนบทรันต่อ”

ส่วนการคัดเลือกนักแสดง โปรดิวเซอร์คนเดิมกล่าวว่า “ตอนอ่านบทครั้งแรก ยายพรเป็นคนที่น่าสงสารมาก ถามคุณพ่อคุณแม่ (พงษ์พัฒน์-ธัญญา) เพราะรู้เลยว่าต้องเป็นนักแสดงรุ่นใหญ่ แต่เราอาจจะไม่ได้รู้จักเยอะ คุณแม่เลยบอกว่าต้องเป็นแม่จิ๋มเท่านั้น เพราะเคยเจอกันมาแล้วในกรงกรรม ด้วยการแสดงของแม่จิ๋ม เราเคาะเลยถูกต้อง คุณพ่อก็เห็นด้วย

พี่เปิ้ล ชไมพร ก็เหมือนกัน คุณแม่เลือกเพราะเคยร่วมงานกันในมนต์รักหนองผักกะแยง เขาเข้าถึงดี และพี่ปู ยะสะกะ ฝีมือการแสดงดีอยู่แล้ว มารับบทเป็นตาเทียม น้องม่อน วรวิทย์ เป็นอีกหนึ่งนักแสดงหน้าใหม่มาก เป็นเรื่องแรกของเขา เขาเป็นนักร้องด้วย จำบทแม่น มีอินเนอร์ในการใช้เสียง ส่วนการแสดงต้องฝากแม่จิ๋มช่วยเกลา แล้วก็มีบทวิเชียร นายกอบต. ที่แอบยากนิดนึง แต่น้องล็อตโต้ จิรวัฒน์ ก็แคร์รี่ออกมาได้ผิดคาดแล้วก็สนุก ถือว่าได้น้องๆ หน้าใหม่ เราแฮปปี้มาก สิ่งที่ชอบคือ น้องๆ เป็นชาวอีสานจริงๆ แล้วไม่มีภาพจำว่าเขาเล่นอะไรกันมา ทำให้เราเชื่อว่าเขาคือบุคคลในแต่ละพื้นที่จริงๆ”
เตรียมหลอนขนหัวลุกกับภาพยนตร์ “ห่าก้อม” (The Darkness of the Soul) วันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์