นักแสดงรุ่นใหญ่ชั้นครู ‘จิ๋ม’ กุณกนิช คุ้มครอง ดีกรีเจ้าของรางวัลเมขลาตัวแรกของประเทศไทย สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเรื่อง “คำพิพากษา(2528)” โชว์สกิลฝีมือการแสดงกับบท ‘ยายพร’ ในภาพยนตร์สยองขวัญ หลอนวงการปอบ “ห่าก้อม” ผลงานการกำกับฯ ของ ‘อ๊อฟ’ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ที่ได้ ‘บีบี เอกนรี’ ลูกสาว นั่งแท่นโปรดิวเซอร์
โดย ‘จิ๋ม กุณกนิช’ ได้มาพูดคุยถึงบทบาท ‘ยายพร’ ที่ได้รับ


• ความท้าทายในการรับบท ‘ยายพร’ ในห่าก้อม?
จิ๋ม – “เรื่องนี้ถือว่าประมวลความยาก เรื่องอารมณ์แน่นอนคือที่หนึ่ง สองคือเราต้องแต่งเอฟเฟ็กต์ทั้งตัว สามคือความซับซ้อนของตัวละครมันมีหลายมิติ แต่ละฉากแต่ละวินาทีที่พี่อ๊อฟตีความให้ เราใช้สิ่งที่ครูบาอาจารย์ให้มาทั้งหมด แทบจะหมดเลยกับเรื่องนี้ วิทยายุทธที่ได้ร่ำเรียนมาจบในเรื่องนี้เรื่องเดียว ประสบการณ์ 30 กว่าปีเค้นมาใช้หมด พี่อ๊อฟสามารถประมวลรวมของยิ่งใหญ่ของยากในเรื่องแอ๊กติ้งมาไว้ที่นี่”

• ในเรื่อง พี่จิ๋มต้องพูดอีสานด้วย?
จิ๋ม – “ต้องฝึกค่ะ เรื่องแอ๊กติ้งยากระดับหนึ่งแล้วนะ แต่ภาษาอีสานยากกว่า ทีมงานก็ส่งอาจารย์มาสอนให้ เราพยายามทำตัวกลมกลืนให้เหมือนคนอีสาน ไม่อยากให้ผิดเพี้ยน ขอบคุณอาจารย์ที่อุตส่าห์เคี่ยวเรา น้องๆ นักแสดงที่เล่นด้วยกันก็ช่วย เราต้องไปทำการบ้าน ใช้ความสามารถเต็มที่ในเรื่องภาษา แต่ก็ยังมีผิดเพี้ยนเล็กๆ น้อยๆ เพราะเราเป็นคนกรุงเทพฯ ก็ขอให้คนมองข้ามจุดด้อยตรงนี้ไป เพราะเราพยายามใช้วิชาการแสดงของเราอย่างเต็มที่”

• การแต่งลุกส์ปอบในเรื่อง?
จิ๋ม – “เราปล่อยให้น้องบีบีเซ็ตมาให้ เรายอมรับทุกอย่าง พยายามจะเอาตัวเองออกไปให้หมด ไม่มีลุกส์เดิมเลย อยากให้ตัวละครที่เราเล่นเกิดขึ้นใหม่ จำภาพใหม่ ไม่จำเป็นยายกุ่น หรือบทอะไรก็แล้วแต่ แม้กระทั่งตัวเราเองก็ไม่ให้เขาจำเราได้ อยากจะเป็นยายพรจริงๆ
เราให้เครดิตน้องบีบี เพราะเขาจับเส้นผมทุกเส้น อะไรต่างๆ นานาจนถึงเล็บเท้าต้องมีดำๆ ด่างๆ มันต้องสมจริงทุกเม็ด ทุกสรีระบนร่างกายเราเปลี่ยนหมดเลย ให้คนดูอินกับเราจริงๆ กลิ่นเสื้อก็ต้องให้เป็นอย่างนั้นไม่ต้องให้สะอาด ขอให้ทุกอย่างมันเอื้อต่อการแสดงของเรา”

• การแต่งเอฟเฟ็กต์แต่ละครั้งใช้เวลานานไหม?
จิ๋ม – “เป็นชั่วโมง ต้องลงผิวใหม่หมด ยีผมให้ขาว ผมจริงเราไม่หงอกด้วย ก็ต้องมาจับทำทุกเส้นให้ดูสมจริง ใส่เสื้อคอกระเช้าเปิดเผยให้เห็นผิวพรรณต้องมีเส้นเลือดให้เหมือนคนแก่ที่สุด แม้กระทั่งเล็บเท้าต้องละเอียดทุกส่วน”
• การทำงานกับน้องรุ่นใหม่เป็นอย่างไรบ้าง?
จิ๋ม – “ไม่มีปัญหาค่ะ มันเหมือนว่าเราต้องเรียนรู้กับเด็กรุ่นใหม่ นอกจากเราจะสอนเขา เขาก็สอนเรา เพราะเราต้องอยู่กับเด็กรุ่นใหม่ตลอด เด็กรุ่นใหม่ไม่ใช่ว่าทำงานยาก แต่เราต้องรู้วิธีเข้าหา จะทำยังไงให้มันคลิกกัน เราใช้ประสบการณ์ของเรา แต่เราก็ไม่ได้ไปขัดขวางความคิดพวกเขา ให้มันผสมลงตัวเพื่อเราจะทำงานให้สำเร็จมันต้องฟังทุกด้าน”

• พอเป็นหนังเกี่ยวกับความเชื่ออาถรรพ์ ในกองมีเจอความลี้ลับไหม?
จิ๋ม – “เป็นความมหัศจรรย์มากกว่า ในขณะที่เราแสดงเราจะอยู่ในที่ที่อันตรายมากๆ เช่น กรวดหินดินทราย หรือหลุมอะไรที่พร้อมจะทำอันตรายเรา แต่พอจบเรื่อง เราไม่มีแม้แต่เลือดสักนิดนึงที่จะสะกิดเรา บางทีวิ่งเท้าเปล่าแต่ไม่มีแผลเลย มันอาจจะเป็นปาฏิหาริย์ที่เราจะทำงานเรื่องนี้ให้ดีหรือเปล่า ด้วยความที่พี่อ๊อฟขอทุกอย่างให้มันราบรื่น ซึ่งฉากเราอันตรายที่สุดเพราะใส่เอฟเฟ็กต์ที่ตา วิ่งแบบมองไม่เห็นอะไร แต่ไม่มีบาดแผลเลย

แต่ก็มีความรู้สึกว่าบางทีถ่ายดึก ขับรถกลับบ้านคนเดียว ไปถ่ายที่เปลี่ยวๆ ตามป่าตามเขา มันก็มีความรู้สึกว่าในรถมีสัญญาณอะไรบางอย่าง เรารู้ว่าถ่ายหนังผีก็อาจจะไปกระทบสัญญาณบางอย่าง คลื่นบางอย่าง เราก็สวดมนต์ตลอดทาง เหมือนพระท่านนำทางเรา ให้หยุดอยู่แค่นั้น แค่ได้ยินวึบวับหรือภาพหลอนที่วึบวับ แต่เราไม่รับสัญญาณนั้น”
• ความคาดหวังกับหนังเรื่องนี้?
จิ๋ม – “สิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้ไม่ได้แค่ความบันเทิง สยองขวัญ น่ากลัว หรือตอบสนองความเชื่อของเราที่เคยเชื่อ แต่อยากให้ทุกคนได้แง่คิดมุมมองใหม่ ได้วิธีเอาไปสอดส่องตัวเองว่าตัวเองเป็นอย่างไร เหมือนใครในเรื่องนี้หรือเปล่า เราจะกลายเป็นเหยื่อให้กับสังคม หรือเราจะไปโจมตีสังคมซะเอง ก็ให้คุณไปคิดดู”
“แต่เราไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้กลายเป็นเรื่องธรรมดา อยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ปรับเปลี่ยนวิธีคิดของเรามากขึ้น”
วีรนุช จันทำ