จากสถานการณ์ ไทย-กัมพูชา ที่กำลังตึงเครียดอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 24 ก.ค. 68 ทหารกัมพูชาเปิดฉากยิงฝ่ายไทยก่อน ในบริเวณทางทิศใต้ปราสาทตาเมือนธม จ. สุรินทร์ ต่อมาฝ่ายกัมพูชาใช้เครื่องยิง BM-21 ข้ามาฝั่งไทย ตกใส่บ้านเรือนประชาชนไทย มีรายงานผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

อ๋อลี่ ตติยา

ต่อมานักแสดงสาว อ๋อลี่ ตติยา สนสกุล ได้โพสต์ข้อความลงไอจีสตอรี่ว่า “เขมรยิงปืนใหญ่มาแล้ว *อพยพ* และอีกข้อความหนึ่งบนเฟซบุ๊กว่า “เป็นห่วงที่บ้านจัง กำลังจัดบูธร้านยำมะม่วง ได้ข่าวว่า ตาเมือนธม ปะทะกันแล้ว”

ผู้สื่อข่าว ข่าวสด ต่อสายตรงถึงนักแสดงสาวทันทีเพื่อสอบถามด้วยความห่วงใย โดย อ๋อลี่ เล่าว่า “บ้านอยู่ที่ อ.บ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ติดชายแดนเลยค่ะ บ้านหนูอยู่ในบริเวณเทือกเขาพนมดงรัก หน้าบ้านเป็นป่าที่มันเคยเกิดเหตุมาแล้วเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ตอนนั้นแม่หนูยังเด็ก เขาเคยวิ่งหลบลูกปืน ลูกระเบิดมาแล้ว พอเหตุการณ์ยุติ เราก็ยังอยู่กันตรงนั้น หน้าบ้านหนูมันเป็นชายแดนที่ติดกับเขมรเลย”

อ๋อลี่ ตติยา

“ถามว่าขณะนี้ได้รับผลกระทบอะไรไหม ได้รับผลกระทบค่ะ เพราะว่าก่อนหน้านี้ครอบครัวคุณแม่เคยเจอเหตุการณ์ที่มีการปะทะขั้นรุนแรงมาก่อน พอวันนี้มีข่าวว่าเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ ทำให้หวาด วิตก กลัวว่าเหตุการณ์แบบเดิมจะเกิดซ้ำขึ้นมาอีก

อย่างที่บอกว่าหน้าบ้านเราเป็นป่า แล้วก็เป็นเขตชายแดนที่ข้ามไปเล่นคาสิโน มันใกล้ขนาดนั้น มันคือเขตแดนเลย ถามว่าตาเมือนธม อยู่ใกล้บ้านเราไหม มันอยู่ในเขตเดียวกันค่ะ มันไม่ได้ห่างกันมากเลย แม่หนูก็มีการเตรียมตัวเก็บของตั้งแต่มีข่าวในพื้นที่

อ๋อลี่ ตติยา

อ๋อลี่ เล่าต่อว่า “บ้านหนูอยู่ใกล้กับฐานราชัน ทหารเขาจะอยู่ตรงนั้น พวกหนูจะชินกับการที่มีทหารมาโรงเรียนเรียนตั้งแต่เด็ก เขามาฝึกและปลูกฝังให้เรารักชาติ หน้าบ้านก็จะบังเกอร์ หนูเห็นบังเกอร์ตั้งแต่เกิดเลย ที่โรงเรียนก็มีบังเกอร์

เมื่อคืนเริ่มนอนไม่หลับแล้ว เพราะเหตุการณ์มันเริ่มตึงเครียด คนในพื้นที่จะบอกกัน พอตอนเช้าเขาก็ยิงเข้ามาฝั่งไทย แรงสั่นสะเทือนมาถึงบ้านหนู มันได้ยินเสียง แล้วเขาก็ยิ่งเข้ามาในบริเวณที่เป็นอำเภอบ้านปลวก แม่กับคุณน้าพาสัตว์เลี้ยงอพยพไปที่ศูนย์อพยพ แต่เขาจะไม่มีการโพสต์อะไรทั้งนั้น ในพื้นที่ตอนนี้มันรุนแรงแล้วสำหรับตะเข็บชายแดน

อ๋อลี่ ตติยา

ตัวหนูติดตามข่าวตลอด และก็จะมีจากคนที่เขาดูแลหมู่บ้านเขาก็จะคอยแจ้งคนในหมู่บ้านว่าต้องอพยพกันได้แล้ว ซึ่งที่บ้านของหนูเหลือแค่คุณพ่อ คือเขาเตรียมความพร้อมกันไว้แล้ว เพราะแม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้กันมาก่อน เขาก็ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นเลย แต่พอมันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องดูแลตัวเอง ซึ่งหนูเป็นห่วงที่บ้านมาก เพื่อนหนูที่อยู่ที่นั้น เขาก็บอกว่ามีระเบิดตกมาจริงๆ มีคนเจ็บแล้วจริง มันสะเทือนใจ

คนที่อยู่ตะเข็บชายแดนไทย เขาอยู่ที่นั้นกันมาหลายปี เคยประสบเหตุการณ์แบบนี้กันมาแล้ว เมื่อสิบกว่าปีก่อน คนในพื้นที่ทุกคนเขาไม่อยากให้มันเกิดขึ้น แต่พอมันเกิดขึ้น เขาก็สะเทือนใจ และตื่นตระหนก เขาก็มีสติที่เตรียมเก็บของพร้อมอพยพ”

ผู้สื่อข่าวถามว่า คุณพ่อยังอยู่ในพื้นที่สีแดงใช่ไหม? อ๋อลี่ ตอบว่า “ใช่ ต้องคอยอัพเดตตลอด ทั้งจากพ่อ และก็เพื่อนที่อยู่ในพื้นที่ ตอนนี้จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย เอาจริงๆ นะโซนหมู่บ้านที่หนูอยู่ มันสงบมากๆ อากาศก็ดีมากๆ มันเป็นพื้นที่สงบ เป็นบ้านที่มีความสุขมากๆ เป็นพื้นที่ที่ใครไปอยู่ก็ต้องสบายใจ

แล้วมันมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เรารู้สึกสะเทือนใจมากๆ เพราะเราอยู่ในพื้นที่จริงๆ บ้านหนูไม่ได้มีความเจริญเข้าไปขนาดนั้น นอกจากถนนกับไฟฟ้า มันเงียบสงบดีอยู่แล้ว ด้วยบรรยากาศทุกอย่าง พอมันเกิดเหตุการณ์แบบนี้มันน่ากลัวมาก

เรามั่นใจในกองกำลัง และการดูแลของฝั่งเราอยู่แล้ว ว่าเข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพมาก เราเห็นทหารมาตั้งแต่เด็ก แต่ทั้งหมดทั้งมวล มันไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์การสูญเสีย และรุนแรงเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะว่ามันคือชีวิตจริงๆ เราไม่รู้เลยว่าเราจะโดนลูกหลง มันไม่รู้ เราได้ยินแต่เสียง ไม่รู้ว่ามันจะตกตรงไหน มันเดาไม่ถูก เขามายิงสะเปะสะปะมาก อยากให้จบเร็วๆ แม่กับพ่อและคนที่เคยเจอเหตุการณ์เขาก็อายุเยอะแล้ว มันก็ยากที่จะอพยพ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน