วิคเตอร์ อยากเก็บโมเมนต์ที่ดีกับ พิกเล็ต ไม่ลบภาพประทับใจ ยืนยันทั้งคู่ตัดสินใจร่วมกัน เลิกโดยไม่มีมือที่ 3
หลังจากที่ทำให้แฟนช็อกกับการที่ พิกเล็ต ชาราฎา อิมราพร และ วิคเตอร์ ชัชชวิศ เตชะรักษ์พงศ์ ออกมาประกาศเลิก ปิดฉาดรัก 10 กว่าปี ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เจอ วิคเตอร์ ที่มาร่วมบวงสรวง เปิดตัว ซีรีส์ Girl Love จาก IDOL FACTORY “รักปากแข็ง SOMEWHERE SOMEHOW” ที่ 6 ศูนย์การค้าฟีนิกซ์

หลังจากจบพิธี ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์นักแสดงหนุ่มว่าตอนนี้ปรับตัวกับสถานะภาพโสดได้หรือยัง ? “ไม่ค่อยชินเท่าไหร่เพราะว่ามันเป็นสถานะที่เราไม่ได้ตั้งใจให้เป็น ไม่ได้รู้สึกโสดแบบนี้มานานแล้วครับก็รู้สึกแปลกนิดหน่อย”
คบกันมาเป็น 10 กว่าปี พอเราโสดต้องปรับตัวยังไงกันบ้าง? “พยายามที่จะปรับตัวแต่ต้องใช้เวลาผมไม่ได้เก่งอะไร ในหลายเรื่องต้องใช้เวลาในการปรับตัวกันไป”
ก่อนที่จะลดความสัมพันธ์ได้มีการพูดคุยกันอย่างไรบ้าง ? “ก่อนที่จะลงประกาศในโซเชียลมีการคุยกันมาตั้งนานแล้วประมาณ 2เดือน ตกลงกันก่อนหน้านั้นอยู่แล้วว่าเราจะอะไรยังไงกันดี”
ก่อนที่น้องจะประกาศเลิก เห็นเราโพสต์เพลง “บอกมาเลย” เป็นความรู้สึกของเราตอนนั้นนั้นหรือเปล่า? “อันนั้นไม่เกี่ยวครับ ผมไว้ผมยาวแล้วช่วงนั้นผมก็มีถ่ายซีรี่ส์หลายเรื่องและด้วยบรรยากาศที่ผมต้องเล่นเป็นชาวร็อค ผมก็เลยฟังเพลงพี่หนุ่ย อำพล เยอะในช่วงนั้นก็เลยโพสต์ไปอันนั้นไม่มีเจตนาอะไรแค่เราอินกับบทมากเกินเลยใส่เพลงนั้นไป”

ปัญหาอะไรที่ทำให้เราตัดสินใจที่จะลดความสัมพันธ์ ? “ในจุดของแต่ละคู่มันก็ไม่เหมือนกัน ของผมมันเป็นเรื่องของช่วงเวลาที่เราเติบโตขึ้นบวกกับหน้าที่การงานของเราในปัจจุบันที่ไปเกี่ยวโยงกับและสไตล์ความฝันการวางแผนชีวิต มันไม่ใช่สิ่งที่เราคิดวันนี้ตัดสินใจพรุ่งนี้ หรือว่าเพิ่งคิดเมื่อเช้าและตัดสินใจตอนเย็น
เราสองคนใช้ระยะเวลาในการถามใจตัวเองมาค่อนข้างนานแล้วครับ เป็นปี เพราะว่าเราสร้างความสัมพันธ์กันมายาวนานขนาดนี้ดังนั้นการตัดสินใจไม่ได้ใช้ระยะเวลาสั้นแน่นอน เราลองทำกันมาทุกทางแล้วครับ
เรียกได้ว่ามันเป็นความสมัครใจทั้งสองฝ่ายมากกว่า จริงๆแล้วผมเป็นฝ่ายถามเค้าเองด้วยว่ามันเป็นอย่างนี้เกิดเรื่องราวประมาณนี้ขึ้นแล้วเราจะยังไงกันต่อดี”

เสียดายเวลาไหม? “แน่นอนครับ แต่ทุกอย่างมันต้องเดินต่อไป เรายังมีความทรงจำดีดีที่เราทำร่วมกันมาเยอะมาก ในไอจีผมไม่ได้ลบโพสต์ รูปที่เราเคยทำด้วยกัน และคิดว่าไม่น่าจะลบด้วย ทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นในชีวิตของเรา มันไม่ใช่เรื่องราวที่ไม่ดีมันเป็นเรื่องราวที่ดีและเป็นประสบการณ์ที่ผมรู้สึกว่าอยากให้มันอยู่ในชีวิตของผม เลยไม่ได้เอาออกครับ”
มีมือที่ 3 หรือเปล่า? “ผมยืนยันเลยครับว่าไม่มีมือที่สาม เพราะว่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องของไลฟสไตล์การเติบโตขึ้นทั้งของผมและเขามากกว่า ผมเชื่อว่ามีหลายคู่ที่เค้าเข้าใจสถานการณ์แบบนี้ แต่มีพี่หลายคนที่เค้าไม่ได้เห็นภาพแบบที่ผมเจอ เค้าไม่เข้าใจแต่ผมเข้าใจนะครับ
อย่างที่บอกคนเรามีประสบการณ์และมุมมองความรักไม่เหมือนกันแต่ละคนก็จะเจอเหตุการณ์ที่แตกต่างกันไปของผมก็จะเป็นเรื่องราวลักษณะของการเติบโตเรามีความฝันของเราเค้าก็มีความฝันของเขาต่างคนต่างมีสิ่งที่อยากจะทำทั้งคู่เลยไม่มีเรื่องราวของการมีมือที่สามในความสัมพันธ์ทั้งของผมและของเขาด้วย”

ก่อนหน้านี้ดูเหมือนเป็นคู่ที่สนุกและมั่นคง แต่กลายเป็นว่าทั้งคู่มีปลายทางที่ไม่เหมือนกัน? “จริงๆ ผมก็ยังสนุกนะ แม้กระทั่งวันสุดท้ายหรือทุกๆ ครั้งที่เราคุยกัน หรือหลังจากที่เราจบสถานะกันไปแล้ว เราพูดคุยกันเรื่องงาน เรื่องครอบครัวของเขา หรือว่างานค้างต่างๆ ที่เราเคยคุยกัน ผมรู้สึกว่าก็ยังสนุกนะ
แต่ด้วยความที่ชีวิตต้องเดินต่ออ่ะครับก็ให้มันเป็นความทรงจำที่ดีไป ในอนาคตถ้าต้องเจอกันหรือร่วมงานกันก็ยังทำได้ปกติครับ เพราะการตัดสินใจครั้งนี้เป็นการตัดสินใจร่วมกัน จบกันด้วยดีครับ
ความรู้สึกของผมตอนนี้มันก็เฮิร์ต คบกันมาตั้ง 10 ปีเนอะ ถ้าบอกว่าผมไม่รู้สึกอะไรเลยมันก็น่าจะโกหก ยอมรับตรงๆ ว่ามีจังหวะที่เราเป๋ๆ ประมาณนึงเหมือนกัน ผมเชื่อว่าหลายคนดูออกว่าผมก็อยู่ดีๆ มีช่วงไม่เล่นไอจี ไว้ผมยาวโผล่ไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัว แล้วก็พยายามหากิจกรรมทำไม่ให้ตัวเองอยู่บ้านว่างๆ ถ้าเกิดไม่ทำงานผมก็จะไปออกกำลังกายกับเพื่อนๆ ผมก็มีวิธีในการหาทางออกในเรื่องของความรู้สึกตรงนี้
ถามว่าอยู่ดีๆ คิดถึงไหมมันก็ไม่ใช่ลักษณะนั้น อย่างที่บอกว่าผมกับเขาเราใช้เวลากันมาเป็น 10 ปี ไม่ว่าเราจะไปที่ไหน ไปกินร้านอาหารอะไรที่เราเคยไปด้วยกันมันก็ต้องมีแว้บเข้าหัวมาอยู่แล้ว เรารู้สึกว่าเราต้องพยายามอยู่กับตัวเองให้มากขึ้น ผมโชคดีและรู้สึกขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนมากที่ช่วยเหลือและเป็นห่วง รวมถึงครอบครัวของผมด้วยที่ไลน์มาถามว่าโอเคมั้ย เรารู้สึกว่าชีวิตต้องไปต่อเนอะเพราะเราก็มีคนรอบข้างที่เขาอยู่กับเรา”

คิดว่าจะใช้เวลาในการฮีลหัวใจตัวเองนานแค่ไหน? “ตอบยากมากเลย ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่มันก็ค่อยๆ ดีขึ้นทั้งผมและเขา สำหรับผมตอนนี้ก็เกิน 50% แล้ว อย่างที่บอกไปว่าจริงๆ ก่อนที่จะโพสต์ลงโซเชียล ผมกับเขาได้มีการคุยกันมาก็ค่อนข้างนานแล้ว คิดกันมาเป็นหลักปี แต่ที่คุยกันจริงจังก็ประมาณหลักเดือน เลยรู้สึกว่าตอนนี้มันก็ฮีลใจขึ้นมาประมาณหนึ่งแล้ว”
เปิดใจให้คนใหม่เข้ามาหรือยัง? “ตอนนี้ผมกำลังสนุกกับการทำงานตรงนี้ แล้วก็เพิ่งโสดมาด้วย ขอพักนิดนึงแล้วกัน แต่ไม่ได้วางแผนหรือตั้งป้อมว่าไม่เอาไม่คุย หรือปฏิเสธทุกคนก็ไม่ใช่อย่างนั้น แต่เอาจริงๆ ตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีใครดีเอ็มอะไรมา”