แบงค์ ธิติ – พิมฐา ฐานิดา รับคุยเรื่องแต่ง! เผยอยากมีครอบครัว แต่ขอทำงานก่อน ให้เป็นเรื่องอนาคต พร้อมยืนยันรักกันดี ปลายปีมีไปเที่ยวทริปใหญ่

หลังจากมีข่าวลือว่าคู่รักของของหนุ่ม แบงค์ ธิติ และ พิมฐา ฐานิดา เลิกกันไปเมื่อช่วงต้นปีล่าสุดวันที่ 27 ก.ค. ทั้งคู่ได้มาร่วมงาน “Glowing on Arrival” ณ Siam Square one 3 fl. Sky walk BTS Event space by PMCU พร้อมเปิดตัว SIBLING Revitalizing Cream Long-Lasting Moisturizer มอยส์ที่ดีที่สุดของพิมฐา และยืนยันว่าทั้งคู่ยังรักกันดี

โดยแบงค์และพิมฐาเล่าว่าไม่รู้ว่าต้นเรื่องมาจากไหน อาจจะเป็นช่วงที่ไม่ได้ทำคลิปด้วยกันเพราะต่างคนต่างมีธุรกิจที่ต้องดูแล แต่ยืนยันว่ายังรักกันดี พร้อมยอมรับว่าตอนนี้มีคุยเรื่องอนาคตบ้างแล้ว แต่ตอนนี้ขอสร้างเนื้อสร้างตัวอีกนิด ให้มันเป็นเรื่องของอนาคต

คิดถึงการแสดงไหม?

แบงค์ : “จริงๆ ก็คิดถึงครับคือกระบวนการในการถ่ายทำหนังมันก็ต้องมีระยะเวลาในการเตรียมตัว คือตอนนี้ผมกำลังเตรียมถ่ายหนังเรื่องนึงอยู่ที่เพิ่งบวงสรวงไป ก็อยู่ในช่วงที่กำลังถ่ายทำอยู่คาดว่าน่าจะได้ชมกันปีหน้าแต่ว่าก็รู้สึกตื่นเต้นที่ได้กลับมาถ่ายหนังครับผม

ห่างหายจากหน้าจอ?

แบงค์ : “จริงๆ อาจจะเรียกว่าห่างหายจากเบื้องหน้าดีกว่า จริงๆ รู้สึกตื่นเต้นนะที่มีโอกาสมาอีเวนต์ในวันนี้ แล้วก็เจอผู้คนหลากหลาย”

ก่อนหน้ามีข่าวว่าคู่เราเลิกกัน?

แบงค์ : “ก็ไม่นะครับ (ได้ยินข่าวไหม?) มี มันขึ้นมาอยู่แล้ว เราก็แบบตอนไหน

พิมฐา : ตอนแรกเราเห็นจากแฮชแท็กเราก็ไม่ได้อะไรเพราะว่าคนอาจจะมาพูดๆ อะไรกัน แต่พอเริ่มมีคนใกล้ตัวมาทักเราก็เริ่มรู้สึกว่ามันเกิดอะไรขึ้นเราไปทำอะไรรึเปล่า มันอาจจะเป็นช่วงที่ไม่ได้ทำคลิปด้วยกันเพราะต่างคนต่างมีธุรกิจที่ต้องดูแล”

เป็นเพราะไม่ได้ไปไหนด้วยกันเลยมีข่าว?

แบงค์ : “คือไม่รู้เหมือนกันว่ามาจากไหน พอรู้อีกทีนึงเพื่อนก็แซวแล้ว เราก็ตกใจเหมือนกันว่าข่าวมาจากไหนเพราะเราก็ยังอยู่ด้วยกันอยู่เลย”

พิมฐา : “ก็ลงรูปอยู่นะแต่อาจจะไม่ได้บ่อยเท่าเมื่อก่อน อย่างที่บอกชีวิตประจำวันก็ไม่ค่อยได้ถ่ายรูป”

แบงค์ : “ก่อนหน้านี้แต่ละคนก็มีสายงานที่ต่างกันไป ก็เลยไม่ได้ทำให้เรามีโอกาสลงรูป”

เวลาคนเค้ามาถามเราให้เหตุผลเค้าว่าอะไร?

แบงค์ : “คนที่มาถามเค้าก็เห็นอยู่แล้วว่าเราอยู่ด้วยกันตลอด”

พิมฐา : “เราก็ถามเค้ากลับว่ารู้ได้ไงเอามาจากไหน”

ยืนยันว่ายังรักกันดี?

พิมฐา : “ก็ปกติค่ะ แต่เดี๋ยวปีนี้มีจัดทริปใหญ่เลยไปนาน เดี๋ยวได้เห็นรูปแน่นอนค่ะ”

พอเราคบกันมาซักพักคนก็เริ่มถามเรื่องแต่ง?

แบงค์ : “จริงๆ เรามีคุยกันอยู่แล้วครับ คือเรามีคุยเรื่องอนาคตอยู่แล้วเพราะเค้าก็อายุเยอะแล้ว มันอยู่ในจุดที่แบบว่าเราควรจะคุยถึงเรื่องอนาคตแล้ว แต่เราทั้งคู่ก็ต่างตกลงกันว่าตั้งใจทำงาน สร้างเนื้อสร้างตัว ถ้าเกิดพร้อมเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น”

ในพาร์ตของแบงค์มองเรื่องแต่งงานยังไง?

แบงค์ : “จริงๆ สำหรับผมเราอยากมีครอบครัวอยู่แล้ว เราเป็นคนที่อยากมีครอบครัวเป็นของตัวเองอยู่แล้ว มันก็เป็นเรื่องของอนาคตแหละถาม ถ้าถามว่าตอนนี้เราพร้อมขนาดนั้นไหมก็อาจจะยังอยากจะทำตัวเองให้พร้อมที่จะสามารถดูแลเค้าได้อย่างเต็มที่ก่อนดีกว่า ก่อนที่จะไปขอลูกสาวเค้ามา”

ดูเหมือนแบงค์พร้อมแล้ว?

แบงค์ : “หน้าผมอาจจะดูพร้อม แต่การเงินผมอาจจะยังไม่พร้อมก็ได้ครับ (หัวเราะ)”

แล้วฝั่งพิมฐาล่ะ?

พิมฐา : “คือจะว่ายังไงดีอ่ะ ก็เป็นผู้หญิงที่อาจจะเคยวาดฝันตอนเด็กๆ ทุกคนก็แบบโตมาอยากใส่ชุดเจ้าสาว แต่พอเราโตมาจริงๆ เรารู้สึกว่ามีอะไรที่เราต้องโฟกัสเยอะมากกว่าการไปแต่งงาน รู้สึกว่าการแต่งงานก็ไม่ได้การันตีหรือเป็นจุดจบของคู่รัก รู้สึกว่าการมีชีวิตอยู่มีกันและกันประมาณนี้ มันกำลังเอ็นจอยชีวิตอ่ะค่ะ รู้สึกว่าตอนนี้กำลังแฮปปี้มากๆ แล้วก็เลยไม่ได้รู้สึกว่าต้องมีอะไรมาผูกมัด”

รู้สึกอย่างไงบ้างที่แบงค์เป็นคนจริงจัง?

พิมฐา : “เค้าเป็นคนจริงจัง แต่เค้าก็เป็นคนที่รู้สึกว่ามีความคล้ายเราแหละ มีหลายองค์ประกอบที่เราเข้ากันได้ดี ก็รู้สึกว่าดีค่ะ เป็นความสัมพันธ์ที่แฮปปี้ดีค่ะ”

แสดงว่าคนนี้แหละ?

พิมฐา : “ถ้าฟ้าลิขิตมาเป็นเช่นนั้นก็ดีใจค่ะ”

ถ้ามันเกิดขึ้นจะประกาศแบบปุบปับเลยไหม?

แบงค์ : “ชอบให้ตื่นเต้น ถ้าเกิดมีโอกาสนั้นมันก็ควรที่ต้องเซอร์ไพรส์อ่ะ แต่จริงๆ ตอนนี้อย่าเพิ่งเซอร์ไพรส์กันเลย ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปดีกว่า”

ถ้าเค้าเซอร์ไพรส์เรารู้ไหม?

แบงค์ : “ไม่ได้หรอก ผมเนียน”

พิมฐา : “เราคิดว่าเรารู้ (หัวเราะ) แต่ก็ไม่รู้ไงเพราะเค้าไม่ได้เป็นคนชอบเซอร์ไพรส์อะไรกันบ่อย แต่พิมคิดว่าอาจจะรู้ก็ได้”

ต้องมีซักทริปนึงไหม?

พิมฐา : “ไม่รู้อ่ะ ไม่ได้วางภาพเลยว่าจะยังไง”

พอมีการคุยเรื่องแต่งงานแล้วเรื่องการใช้ชีวิตด้วยกันเป็นยังไง?

แบงค์ : “อันนี้ถามถึงอนาคตอย่างไกล (หัวเราะ) จริงๆ ตอนนี้เราก็ได้ทดลองแบบช่วงเหลือกันในพาร์ตของการเป็นพารต์เนอร์กัน พิมเค้าก็จะมีธุรกิจที่เค้ากำลังจะทำ ผมก็มีธุรกิจในฝั่งของผม เราก็ได้ช่วยปรึกษาเรื่องปัญหากันวางแผนกันว่าเราจะไปยังไงต่อ”

พิมฐา : “อย่างพิมจะทำบ้านทางครอบครัวจริงๆ ก็เป็นห่วงอยู่บ้านคนเดียวบ้านหลังใหญ่ แต่พอรู้ว่าโอเคมีแบงค์อยู่ใกล้ๆ ช่วยดูความปลอดภัยมาอยู่เป็นเพื่อนเราก็รู้สึกว่าเราอุ่นใจมากขึ้น”

แบงค์ : “พิมซื้อบ้านพ่อแม่เค้าก็เลยจ้างวานผมให้มารักษาความปลอดภัยที่บ้านเค้า (ยิ้ม)”

แล้วถ้าเป็นเรือนหอ?

แบงค์ : “ยังๆ ยังไม่ถึงขนาดนั้น”

พิมฐา : “แต่ว่าบ้านอันนี้เป็นบ้านของพิมเอง”

ตัวพิมเองกังวลเรื่องอายุบ้างไหม?

พิมฐา : “กังวลไหมก็ไม่กังวลนะ คือรู้สึกว่าอาจจะโตช้ามั้ง รู้สึกว่าเราใช้ชีวิตเลทอ่ะ เหมือนเราได้เพิ่งออกมาเจอผู้คนมาเที่ยว เลยรู้สึกว่ายังพอมีเวลาให้เราได้เที่ยว แต่ถ้าเรื่องอายุก็ดูแลตัวเองแล้วกันตอนนี้ก็พยายามออกกำลังกายเยอะๆ ดูแลตัวเองดีๆ”

แบงค์ : “รอดูไปก่อน พร้อมเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นครับผม”

ได้พอคุยกันคร่าวๆ ไหมพออายุเยอะฝ่ายหญิงก็ต้องมีการฝากไข่เรื่องมีลูก?

แบงค์ : “คือผมอยากเป็นคนมีลูกใช่มั้ย แต่พอมันเป็นร่างกายของเค้าผมก็รู้สึกว่าเคารพการตัดสินใจของเค้า เพราะสุดท้ายผมไม่ได้เป็นคนอุ้มท้องเก้าเดือน ถ้าเกิดมีลูกจริงๆ ก็เป็นเค้าที่ต้องอุ้มท้อง คิดว่าถ้าเค้าอยากมีหรือไม่อยากก็ให้มันเป็นเรื่องในอนาคตอีกซักพักนึง”

พิมฐาคิดเหมือนกันไหม?

พิมฐา : “ตอนนี้กำลังเวทอยู่ค่ะคือเป็นคนที่ไม่เคยมีแพลนว่าอยากมีลูก แต่ถ้าถามว่าโอเคในอนาคตถ้าเรามองไกลๆ เราเริ่มชั่งน้ำหนักกันอยู่ไปเห็นประสบการณ์ของคนที่เค้าเคยมีลูกแล้ว แล้วได้สัมผัสจริงๆ มันเป็นยังไง มันก็จะเปลี่ยนมุมมองก็ได้ แต่ตอนนี้ก็กำลังดูคนที่เค้าไปฝากไข่อยู่อยากรู้ว่าขั้นตอนเป็นยังไง แล้วเรากลัวเจ็บ ขอศึกษาก่อนค่อยว่ากัน”

เสียงในหัวเถียงกันยังไงบ้าง?

พิมฐา : “ห้าสิบห้าสิบเลยค่ะตกลงกันไม่ได้ แต่เค้าไม่เคยบังคับ แต่เราแชร์ว่าชีวิตเราอยากได้ยังไง แต่เดี๋ยวสุดท้ายเราต้องดูอีกทีว่าเรามีความรู้สึกยังไง เราไม่ได้อยากทำตามความต้องการของใครเราต้องดูของเราด้วย”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน