เปิดตัวธุรกิจใหม่สุดปัง สำหรับงาน “Grand Opening of BioActive+” ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ณ พาร์คพารากอน โดย เมย์-ดร.วาสนา อินทะแสง และ จี๋-สุทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตร สองผู้ร่วมก่อตั้ง ได้เปิดใจที่ถูกจับตาเรื่องความสัมพันธ์หลังมีภาพใกล้ชิดจนหลายคนเข้าใจว่าคบหากัน ซึ่งทั้งคู่บอกชัด “ไม่ได้คบกัน” แค่เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ พร้อมเผยเหตุผลที่ต้องอยู่ด้วยกันแทบตลอดปี
นอกจากเป็นหุ้นส่วนธุรกิจแล้วมันมีหุ้นส่วนหัวใจด้วยไหม?
เมย์: “(ยกมือ) ตอบก่อนเลย จริงๆอ่ะก็มีตอบไปบ้างแล้ว เอาตรงตรงเป็นพาร์ทเนอร์กันจริงๆ เป็นหุ้นส่วนธุรกิจจริงๆ ไม่ได้คบกัน ไม่ได้เป็นแฟนกัน”
เห็นใส่แหวนนิ้วนาง?
เมย์: “(มองหน้าจี๋)เธอฉันเปลี่ยนได้ป่ะ คือฉันเปลี่ยนไม่ทันแล้ว คือไม่ไม่ คือนิ้วมันไม่พอดี มันอาจจะผอมลงแล้วนิ้วขวามันใส่ได้ไม่ค่อยดี ฉันเปลี่ยนนิ้วขวาเลยทันทีเลยแล้วกัน ตาดีมาก”
รู้สึกยังไงข่าวที่ออกไป หลายคนเชื่อไปแล้ว?
จี๋: “งั้นผมตอบแล้วกัน เพราะว่าพี่เมย์เขาก็โดนถาม แล้วก็พูดไปเยอะแล้ว คือไม่มีอะไรเลยครับเป็นหุ้นส่วนทำธุรกิจด้วยกัน ไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่านั้นและที่เห็นรูปที่มันจะเป็นประเด็นนั่งใกล้ใกล้กัน ผมเชื่อว่าคนที่ทำธุรกิจใครที่เริ่มธุรกิจจะรู้ดีเลยว่ามันมีปัญหาที่ต้องแก้ตลอดเวลา อย่างที่พี่เมย์บอกว่าบางทีข้าวมื้อแรกก็จะสามสี่ทุ่มสภาพมันก็จะแบบว่าอดหลับอบอดนอนอย่างที่เห็น”
ตลอดเวลามีคนถามเยอะไหม?
เมย์: “เยอะมาก เอาตรงตรงนะคือทุกคนคิดว่าเป็นแฟนกัน คือไม่ต้องใครเลย คนใกล้ตัวยังไม่กล้าถามแต่คิดว่าเป็นแฟนกัน เพราะว่าเอาตรงๆเลยสุมหัวด้วยกันบ่อย อยู่ด้วยกันเยอะ ปีนึงคืออยู่ด้วยกันเยอะมากจริงๆ แล้วช่วงนั้นเมย์คุยกับจี๋ว่าถ้าจะทำแบบพาร์ทเนอร์อ่ะ ยูต้องงดรับงานนะเพราะว่ามันต้องทำ ไม่งั้นคุณก็มาเป็นแค่ส่วนเงินเฉยๆ เพราะฉะนั้นต้องลุยไปด้วยกัน มันก็เลยสุมหัวกันเยอะ มันก็เลยเห็นอยู่ด้วยกันเยอะ แต่เราก็ไม่สามารถไปตอบทุกคนได้หมด แล้วเราต่างคนก็ต่างโสดมันก็เลยมีประเด็น เพราะฉะนั้นแฟนคลับทุกคนนะคะ เดี๋ยวพี่ดูแลให้”
รู้สึกยังไงที่หลายคนมองว่าถ้าคบกันจริงเขาก็จิ้น?
จี๋: “(ยิ้มเขิน) คือมันไม่มีอะไรเลย จริงๆจากใจ คือถ้ามันมีก็จะบอกมี แต่ไม่มีจริงๆ ที่พวกพี่ๆแซว จากใจผมนะ จากใจผมเลย ผมเกรงใจพี่เมย์ เกรงใจเด็กๆด้วยเพราะว่าพี่เมย์เขาก็มีลูก ผมก็รู้สึกว่าไม่อยากจะให้เด็กๆอ่ะมาเห็นสิ่งนี้ เพราะผมไม่ว่าจะฐานะเพื่อนหรือพาร์ทเนอร์ธุรกิจ ผมเองก็มีส่วนต้องรับผิดชอบในสิ่งนี้เหมือนกันอยากรับผิดชอบสิ่งที่จะตามมา ก็เลยเกรงใจแค่นั้นเอง ไม่ได้มีอะไรเลย”
แล้วพอได้มาทำธุรกิจด้วยกันร่วมหุ้นกันเป็นยังไงบ้าง?
เมย์: “จริงๆต้องบอกว่าก็ตบตีกันปกติ มีบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่ภาพรวมก็ค่อนข้างโอเค เขาก็รับฟัง เขาก็ค่อนข้างโอเพ่นในมุมของเรา แล้วก็บางมุมเขาก็จะเป็นแบล็กดี แต่บางมุมก็เป็นมุมที่เราต้องระวัง เพราะอย่างเราอ่ะเป็นคนที่เร็วมากแต่ว่าเขาจะใจเย็น พอเขาใจเย็นเขาก็จะดึงเราไว้นิดนึง อย่างการลงทุนเขาก็จะเท่านี้ไหมพี่เมย์อะไรแบบนี้ ก็จะคุยกันตลอด“
การที่มีพาร์ทเนอร์มีเป้าหมายเหมือนกันมีข้อดียังไงบ้าง?
จี๋: ”จะบอกว่าอย่างแรกคือสนุกมากๆที่ได้เจอคนที่มีความฝัน คือลองถอดว่าผมเป็นผู้ชายและพี่เมย์เป็นผู้หญิง เอาเรื่องเพศสภาพออกไปอ่ะมันแค่คนสองคนที่มีเป้าหมายเหมือนกัน อยากจะทำสิ่งนี้มากๆแล้วมันสนุกมันชาเลนจ์ชีวิตมากๆ อยากจะทำสิ่งนี้ให้สำเร็จ เพราะว่าสิ่งนี้มันจะตอบโจทย์และมันจะช่วยเหลือสุขภาพของคนที่จะได้รับการส่งต่อโปรดักซ์ไลน์อีกต่อไปเยอะมาก และ โปรดักซ์ที่จะปล่อยปีนี้และปีหน้าผมว่ามันจะแก้ปัญหาด้านสุขภาพได้อย่างยั่งยืนแล้วก็ดีมากๆในแบบที่เราไม่ต้องมานั่งคิดว่าทำไมการดูแลสุขภาพมันน่าเบื่อจัง แต่มันจะเป็นเรื่องสนุกและเราทำได้ทุกวัน และสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมคุยกับพี่เมย์ตลอด ตบตีกันเยอะ“
พอมันมีข่าวแล้วคนเข้าใจผิดไป ตอนนั้นมันทำให้เรารู้สึกมีผลต่อการวางตัวเวลาที่เราใกล้กันไหม?
จี๋: ”สำหรับผมคิดว่าไม่เป็นอุปสรรคขนาดนั้น อย่างที่บอกว่าเกรงใจพี่เมย์ อย่างที่ทุกคนรู้ อย่างการเพื่อน 4king ผมก็กอดก็หอมแก้มทุกคน แฟนคลับผม ใครมาเจอผม แล้วหมดพลัง ผมก็จะโอเคกอดเติมพลัง ผมเป็นคนที่สกินทัชอยู่แล้ว ผมรู้สึกว่าโลกใบนี้เราทุกคนต้องเผชิญสิ่งหนักมากพออยู่แล้ว ถ้าเราเป็นพลังที่ดีของใครได้ก็ตาม ผมก็อยากจะเติมเต็มพลังเหล่านั้น แต่ในขณะเดียวกัน เพราะมันมีประเด็นนี้ผมก็เกรงใจพี่เมย์แล้วก็เกรงใจเด็กๆ แต่ถึงยังงั้นในการทำธุรกิจ..“
เมย์: ”คืนมันไม่ได้ขนาดนั้น แต่ก็มีคุยกันเยอะเอาไง จะออกมาพูดเลยมันก็เอ๊ะ มันยังไงวะ แต่ถ้าพูดตรงๆ สมมุติว่าถ้าไม่เป็นตัวเองไปเลยมันจะรู้สึกยากไปไหมชีวิต ก็ใช้ชีวิตปกตินี่แหละ บางครั้งพอเราเป็นเจ้าของการที่เราทำงานดึกๆไปไหนมาไหนมันเป็นเรื่องที่ทำกันอยู่แล้ว หรือว่าเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งหลังจากนี้จะบอกว่าเราจะไปบ่อยมาก มันจะบินเยอะเพราะว่ามันจะมีเซ็นสัญญานู่นนั่นนี่ มันจะต้องลงนาม แล้วเขาเป็นกรรมการเหมือนกัน ก็ต้องลงนามกันทั้งคู่ ดังนั้นมันก็จะมีอะไรอย่างนี้ ทุกคนก็จะได้ไม่ต้องตกใจ“
แล้วอนาคตมีโอกาสพัฒนาไหม?
จี๋: ”คือผมว่าไม่มีโอกาสพัฒนาเลย พี่เคยรู้จักใครมากเกินไปไหมครับ เรารู้จักกันมากเกินไป“
เมย์: ”ใช่ๆคือยาก เอาจริงๆยากมาก คือเอาตรงตรงมีอะไรก็คงไม่ปิด คือคุยกันอยู่แล้วไม่ได้ปิดบัง เพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่ว่า เมย์ว่ายาก“
เขาเป็นขวัญใจของสาวๆทั้งประเทศ แต่ทำแต่ทำไมสำหรับเรามันถึงยาก มันน่าจะทำลายกำแพงได้ง่าย?
เมย์: ”ตอบยังไงดีนะ(หัวเราะ)“
คิดว่าเค้าหล่อไหม?
เมย์: ”เขาก็หล่อนะ เขาก็หน้าตาดี เขาก็เป็นคนหน้าตาดี“
จี๋: ”เอาจริงๆเลยป่ะครับ เรื่องสเป็คอ่ะมันเป็นเรื่องปัจเจกมาก การที่เราดูดีในสายตาคนหนึ่งมันไม่ได้แปลว่าเราจะดูดีในสายตาคนอื่น ซึ่งสิ่งที่พี่เมย์เพิ่งตอบพี่ว่าผมหล่อนี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยิน ก็ขอบคุณเพราะว่าเขาไม่เคยชมผมเลย“
ทำไมถึงไม่เคยบอก?
เมย์: ”ก็คนบอกทั้งประเทศป่ะ แล้วเอาตรงๆ ถ้าอินไซด์ตัวเองอ่ะไม่ได้มองคนที่หน้าตา คนที่หล่อที่สุดคือคนที่ฉลาด แล้วเค้าก็ฉลาด“
เป็นคู่จิ้นได้ไหม?
จี๋: ”อย่าเลย“
เมย์: ”เห็นใจแฟนคลับเขา บางคนก็สนับสนุนบางคนฉันก็กลายเป็นโดนตาหน้า ก็สบายใจได้พี่จี๋โสด ยังไม่เห็นใครนะ แต่ถ้าเห็นแล้วจะบอก เดี๋ยวจะเป็นสปายให้ เพราะว่าน่าจะไม่มีเวลาหายใจตอนนี้“

