แบงค์ ศรราม สดุดีทหารกล้า ไม่ห่วงแฟนคลับลด! ขอทำหน้าที่คนไทย – เล่าโมเมนต์เปิดใจครั้งแรกของคณะ รู้สึกเหมือนได้ปลดล็อก

เป็นอีกหนึ่งคนไทยที่ได้ร่วมบริจาคเงินให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา สำหรับ พระเอกลิเกคนดัง แบงค์ ศรราม น้ำเพชร โดยล่าสุดในงานเปิดตัว “The NEW is NOW” ของ ทรูวิชั่นส์ นาว (TrueVisions Now) ณ สเฟียร์ ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ เจ้าตัวก็ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ รวมถึงโมเมนต์เคลียร์ใจกับทีมคณะ ศรราม น้ำเพชร ในงานเอาท์ติ้งที่ผ่านมาด้วยว่า

ล่าสุดพี่แบงค์ช่วยพี่น้องชาวแดนอีสาน? “ส่งกำลังใจในทุกๆ วันทุกเวลา เพราะเราไม่อยากให้มันเกิดขึ้น อยากให้มันจบและผ่านไปได้ด้วยดี โดยที่ไม่มีการสูญเสีย แต่แบงค์ว่าพี่ๆ ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมาก ถ้าไม่มีพี่แนวหน้าทุกคน พวกเราน่าจะลำบากกัน งั้นก็เลยทำได้ส่งกำลังใจไปให้ เพราะว่าเราไม่มีเวลา ไปลงพื้นที่ ไปช่วยเหลืออะไรต่างๆ ก็เลยส่งเป็นกำลังใจ”

พอติดตามข่าวมันมีการสูญเสีย เป็นประชาชนคนไทยคนนึงหดหู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ้างไหม ?

“แบงค์ก็น่าจะเหมือนกับทุกๆ คนที่ได้ดูข่าว พอมีการสูญเสีย เราก็รู้สึกเสียใจไม่อยาก ให้มันเกิดขึ้น แต่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างพอมันเกิดขึ้นไปแล้ว พี่ๆทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเอง เราก็สดุดีในความกล้าหาญของพี่เขา ก็เสียใจนะครับแต่ทุกคนก็คือฮีโร่ของคนไทยทั้งประเทศ”

เห็นงานพี่แบงค์ก็ถูกยกเลิกทางภาคอีสาน? “ก็มีงานเดียว ด้วยเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น มันค่อนข้างที่จะเข้มข้นมากๆ ค่อนข้างที่จะรุนแรง บางสถานที่ก็ยังไม่กล้าจัดงาน ไม่สะดวก แต่ว่าเราก็เข้าใจในเหตุเหตุการณ์นี้ เข้าใจเหตุและผล ไม่เป็นไรครับ”

ตัวพี่แบงค์เองก็เป็นกระบอกเสียงในการเเชร์ข้อมูลข่าวสารด้วย เพราะตอนนี้ก็มีข้อมูลเท็จต่างๆ ด้วย? “ใช่แล้วครับ มีข้อมูลภาพวิดีโอที่สร้างจากเอไอ อันนี้ก็น่ากลัวมาก เพราะหลายๆคน แบบเข้าใจอะไรผิดๆเชื่ออะไรผิดๆ จากเอไอที่สร้างขึ้นมา ช่วยกันแชร์ช่วยอะไรต่างๆ แล้วก็รวมถึงมิจฉาชีพ ที่มีการเปิดบริจาค ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้เปิดบริจาคจริงๆ ซึ่งมันก็มาฉวยโอกาสตรงนี้ในสถานการณ์ที่ทุกๆคนจะต้องช่วยกันส่งกำลังใจให้กัน ก็ต้องคัดกรองข่าวให้ดี อยากให้ทุกคนเสพข่าวจากพี่ๆ สื่อสำนักข่าวที่เราฟังอยู่ทุกวัน ติดตามอยู่ทุกวันที่น่าเชื่อถือ”

สำหรับตัวแบงค์เองเป็นยังไงบ้างแบบว่าได้แชร์ข่าวนั้นไป มีฟีดแบ็กโจมตีเรากลับมาไหม? “ส่วนตัวแบงค์แบงค์ยังไม่โดน แล้วก็แบงค์ก็ไม่ได้คำนึงถึงตรงนี้ว่า เราแชร์ไปแล้วเราจะโดนใครฟีดแบ็กมาหรือเปล่า เพราะว่าแบงค์ก็ทำหน้าที่คนไทยคนนึง แล้วเราก็รักในประเทศของเรา เราก็เป็นห่วงทุกๆชีวิต ของพี่ๆแนวหน้าทุกๆคน แบงค์ก็ทำหน้าที่ของแบงค์”

จริงๆ แบงค์ได้เช็กโซเชียลของตัวเองบ้างไหม ยอดฟอลลดต่างๆ? “ไม่ได้เช็กเลยครับ เพราะแบงค์รู้สึกอะไร เราอยากจะแชร์เราก็แชร์เลย เพื่อแบบหลายๆ คนติดตามแบงค์ไม่ได้รู้ข่าวก็จะได้อัพเดตไปพร้อมกัน ไม่ได้ห่วงว่างานเราจะลดไหม เพราะว่าแบงค์ทำงานในประเทศเป็นหลักอยู่แล้ว”

 

แล้วฐานแฟนคลับ เรากังวลไหมมันจะน้อยลง เพราะว่ามันมีหลากหลายเราก็มีแฟนคลับที่เป็นอินเตอร์ด้วย?“ไม่ครับ แบงค์ไม่ได้ห่วงตรงนั้น เพราะว่าทุกคนก็รักประเทศของเรา เราเกิดที่นี่ ความภาคภูมิใจ ผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูก”

เรื่องงานมันส่งผลกระทบอะไรกับเราด้วยไหม? “ไม่กระทบ อาจจะมีเหตุการณ์สถานการณ์มันรุนแรง บางสถานที่ที่เป็นวัดหลวง เขาก็อาจจะมองดู ลองคิดดู ไตร่ตรองดูแล้วว่ามันไม่เหมาะกับการจัดงาน แล้วก็มีการเลื่อนไป”

สุดท้ายเอาท์ติ้งของวงครั้งแรกใช่ไหม? “เป็นครั้งแรกกับการตั้งคณะศรรามน้ำเพชรมา 21 ปี คือเอาท์ติ้งมันเป็นการเปิดใจ คุยทั้งหมดรีแคปทุกอย่างที่ผ่านมา แบงค์ก็ตัดสินใจจัดเอาท์ติ้งคณะ พาทุกคนไปพักผ่อนด้วยกัน มีอะไรก็มาคุยกัน ก็รู้สึกว่า ตัดสินใจถูกที่เราได้จัดเอาท์ติ้ง เราเติบโตมาด้วยกัน ส่วนมากทุกคนเริ่มมาด้วยกัน อยู่กันแบบพี่แบบน้อง มันก็จะมีการทำงานที่บางครั้งก็พอต่างคนต่างโตขึ้นก็จะมีความคิดเป็นของตัวเอง มีความรู้สึกเป็นของตัวเอง เรื่องบางเรื่องก็เลือกที่จะเก็บไม่คุยกัน เรื่องเล็กเรื่องน้อยมันก็สะสมมาเรื่อยเปื่อย เชื่อว่าทุกๆคนที่ทำงานมันจะต้องมีเรื่องที่ค้างคาใจกันกับเพื่อนร่วมงาน มันเป็นเรื่องธรรมดา ไม่เชื่อว่าที่ไหนจะไม่มี แต่ทุกอย่างมันจะเคลียร์ได้ด้วยการที่เราพูดคุยและเคลียร์ใจกัน”

มีน้ำตาไหม? “ถ้าถามแบงค์ แบงค์เองไม่มี แต่มันเป็นความรู้สึกแบบอยู่ข้างในมันเหมือนได้ปลดล็อก เพราะว่าอย่างที่พี่ๆ บอกแหละว่าแบงค์เป็นหัวหน้าที่ไม่พูดชอบเงียบ แต่ว่าเอาท์ติ้งนี้เป็นครั้งแรกเลยที่ แบงค์จะปลดล็อคตัวเองว่าวันนี้พูดปัญหาตรงนั้นตรงนี้ และต่อจากนี้จะไม่เงียบแล้วมีอะไรก็จะขอพูดเลย”

แสดงว่าได้เปิดใจหมดเปลือกกับเราด้วย? “มีปัญหาอะไรก็มาปรึกษาเราโดยตรง ทุกคนได้รับรู้หมด ก็ประมาณนั้นครับ”

เรื่องปัญหาเช่นเรื่องอะไร ? “อย่างเช่นแบบ อย่างเรื่องแต่งตัวช้า มันมีมาตั้งแต่สมัยคุณพ่ออยู่แล้ว ทุกคนแต่งตัวช้าก็เป็นแบบนี้มาเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้ก็มีคุยกันมาบ้างแล้ว แต่เอาท์ติ้งมันเหมือนเป็นการแบบทุกอย่าง เป็นการขอความร่วมมือ คือเอาเหตุผลพูดทุกอย่าง และแบงค์พอพูดมันคือเรื่องจริงทั้งหมด ถ้าใครอยากจะแนะนำอะไร มีอะไร สามารถแสดงความคิดเห็นได้เลย แล้วเราก็มาตกลงร่วมกัน เช่น วันหยุดงาน”

มันทำให้การทำงานบรรยากาศในวงดีขึ้น ? “ดีขึ้นครับ ทุกสนิทกันมากขึ้น แล้วเราอยู่กันแบบพี่น้องจริงๆ คำว่าพี่น้องมันต้องคุยได้หมดทุกเรื่อง แล้วก็รู้สึกว่าบรรยากาศในการทำงานทุกคนก็จะทำงานสนุกมากขึ้น”

ได้ปลดปล่อยความรู้สึกไปด้วย ลงทุนไปเยอะไหมสำหรับเอาติ้งครั้งแรก ? “ก็จัดเอาท์ติ้งประมาณ 200,000 มันก็คุ้มกับสิ่งที่ได้พูดคุยกัน”

มันได้ผลตลอดไหม แต่พอเวลาผ่านไปทุกอย่างมันจะกลับมาเหมือนเดิม? “คือเราจัดเอาท์ติ้งเพื่อความยั่งยืนในการทำงาน และก็เพื่อคุณภาพของงานในทุกๆ คืน แล้วก็พูดในสิ่งที่เราเป็นหัวหน้าคณะ เราต้องการอะไรและทุกคนจะต้องทำแบบไหนยังไง ชี้เลยก็ไม่มีใครเถียงอะไรได้”

ปีหน้าน้องๆเตรียมตัวอยากจะให้มีอีกหนึ่งรอบไหม? “ก็มีครับ ปีหน้าเราก็จะเป็นการปาร์ตี้ล่ะ เราจะไม่มีเรื่องเครียดอะไรทั้งสิ้นแล้ว การพักผ่อนของคณะทุกคนก็จะมา หลังจากนั้นจะไปเที่ยวกับครอบครัวก็ตามสบายเลยเต็มที่”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน