สุดชื่นมื่น! วิน สควีซ แอนิมอล จูงมือ พิมพ์พัณ เข้าพิธีวิวาห์ เผยเจ้าสาวคือแสงสว่างในชีวิต แพลนมีเบบี๋ยัง 50:50

วันที่ 2 ส.ค.2568 วิน สควีซ แอนิมอล หรือ วิน ศิริวงศ์ นักร้องหนุ่มชื่อดัง ถือฤกษ์งามยามดีจูงมือเจ้าสาวคนสวย พิมพ์พัณ ศิริวงศ์ (หงษ์ปาน) เข้าสู่พิธีวิวาห์ ณ โรงแรม สยามเคมปินสกี้ กรุงเทพ หลังคบหากันมา 3 ปีกว่า โดยฝ่ายชายได้คุกเข่าขอฝ่ายหญิงแต่งงานท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ก่อนเริ่มพิธีในช่วงเย็น ทั้งคู่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เปิดใจเส้นทางรัก โดย วิน เล่าถึงที่มาของการเจอกันให้ฟังว่า “เจอในที่ที่ไม่คาดฝัน เจอกันในสนามกอล์ฟ โดยเพื่อนที่เรารู้จักทั้งคู่แนะนำมาให้รู้จัก ตอนเจอก็ไม่ใช่รักแรกพบขนาดนั้น แต่คุยกันเป็นธรรมชาติ”

ด้าน พิมพ์ เสริมว่า “ก็ไปตีกอล์ฟกัน เขาก็ธรรมชาติไม่มีอะไร เราก็รู้จักเพื่อนด้วยกันอีกคนนึงก็สนิทกันมากทั้งคู่ เลยคุยกันเหมือนปกติเป็นแบบเพื่อนของเพื่อน”

ใครจีบใครก่อน?

วิน : “มันค่อยๆ พัฒนาครับ เริ่มจากการรู้จักกันมากขึ้น เรียนรู้กันในสิ่งที่เขาให้คุณค่าในชีวิตเขา สิ่งที่ผมให้คุณค่าในชีวิตผม แล้วก็ปัญหาชีวิต เราก็คุยกันจนรู้สึกว่าคนนี้มีค่านิยมที่คล้ายกันกับเรา กิจกรรมก็ทำได้เหมือนกันหลายอย่าง เลยพัฒนาเป็นสิ่งที่มากกว่าพี่น้องตอนไหนก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีแต่งงานกันซะแล้ว”

พิมพ์ : “กิจกรรมที่ทำก็ทำด้วยกันหมดทุกอย่างเลย เลยค่อยๆ สนิทกันขึ้นจากการทำกิจกรรมมากกว่าเนอะ”

วินาทีแรกที่เราสบตาแล้วรู้สึกว่าคนนี้ใช่?

พิมพ์ : “ตัวพิมพ์เองก็ยังไม่รู้เลยว่าเขาเป็นนักร้อง เพราะไม่ใช่คนที่ฟังเพลงขนาดนั้น”

วิน : “ก็เป็นจุดที่ผมชอบเขาด้วย เขาอาจถูกใจที่เราเป็นเราจริงๆ ไม่ใช่เพราะเรามีชื่อเสียง เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผมรู้สึกว่าเรารู้จักกันที่หัวใจจริงๆ”

ชอบอะไรในตัวพี่วิน?

พิมพ์ : “ความคิดค่ะ เขาก็มีความคิดที่แปลกดีค่ะ (หัวเราะ) แต่เป็นความแปลกคนละมุมที่เรามอง คือแปลกจากตัวเรา พอไปมองมุมเขาก็จริงด้วย ทำให้เราเปิดมุมมองใหม่ๆ ที่เราไม่ได้มอง เหมือนการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ เรื่อยๆ”

แสดงว่าก็มีเรื่องของความคิดมุมมองที่บางครั้งก็ไม่ได้เหมือนกัน?

วิน : “ผมว่ามันคงแตกต่างกันด้วยอายุด้วยหรือประสบการณ์ชีวิตที่แต่ละคนเจอมาไม่เหมือนกัน มันก็เลยทำให้เรามองเรื่องเดียวกันคนละมุมกัน พิมพ์คงหมายความว่าเขาชอบมุมที่ผมมอง”

พิมพ์ : “หมายถึงว่ามันไม่ใช่มุมที่ขัดแย้งกัน แต่มันเป็นที่เพิ่มขึ้นมา”

ชอบอะไรตัวน้องพิมพ์?

วิน : “ผมชอบความเป็นผู้ใหญ่ของเขา ความคิดอะไรที่ค่อนข้างเป็นระเบียบมากกว่าผมเยอะ โดยที่มันเหมือนอีกคู่นึงเลย คือผมไม่ชอบเตรียมตัวอะไรมากมาย เขาชอบเตรียมตัวเยอะๆ เตรียมตัวล่วงหน้ามากๆ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เราขาดไปเหมือนกันในชีวิต และเขามาสายทำธุรกิจอะไรมากหน่อย ผมก็เป็นศิลปิน แต่สุดท้ายต้องทำธุรกิจ”

“เลยรู้สึกว่าเราต้องการคนที่คิดไปในมุมธุรกิจมากขึ้นหน่อยเหมือนกันไม่งั้นติสต์กับติสต์เจอกันพากันเข้าป่าแน่เลย จะชอบมุมนั้นของเขา แล้วเป็นนักกีฬาอีก ซึ่งปกติผมก็เข้าป่า ปั่นจักรยาน คนนี้มาเขาก็ไม่ใช่สาวหวานเลย เขาเป็นแบบลุยๆ และก็ใจถึงยิ่งกว่าผมอีกในหลายๆ เรื่อง”

ห่างกันเท่าไหร่?

พิมพ์ : “รอบนึงค่ะ ปีลิงกับปีลิง”

ก่อนหน้านี้พี่วินเคยให้สัมภาษณ์ว่าเกือบจะไม่ได้แต่งงานถ้าไม่เจอคนนี้?

วิน : “ไม่ใช่ว่าเกือบจะไม่ได้แต่งงาน เรียกว่าไม่ค่อยมีความคิด ไม่ค่อยผุดขึ้นมาว่าฉันอยากจะแต่งงาน แต่มันก็ไม่ใช่ว่าความสัมพันธ์ที่ผ่านมาจะไม่ดี แต่เรามักจะมองภาพตัวเองไปในอนาคตแล้วก็เห็นสิ่งที่เราทำหลายๆ อย่างมันหลากหลายมาก จนการที่จะเห็นภาพอีกคนนึงที่จะอยู่คู่กับเราไปตลอดในทุกๆ เรื่องก็แอบยาก แต่กับคนนี้มันดูเหมือนว่าเห็นภาพว่าเขาไปด้วยกับเราในแทบจะทุกๆ เดือน”

อะไรคือการที่คนนี้ทำให้เราอยากแต่งงานด้วย?

วิน : “น่าจะเป็นความธรรมชาติ แล้วก็ไม่ใช่ว่าธรรมชาติจนเราไม่เปลี่ยนแปลง จุดที่เป็นธรรมชาติมันดีอยู่แล้วเป็นพื้นฐาน แต่จุดที่ไม่เป็นธรรมชาติมันคือฉันอยากจะดีขึ้นเพราะฉันรู้ว่าฉันเปลี่ยนให้เธอแล้วแล้วฉันจะเป็นคนที่ดี รู้สึกว่าเราอยู่คู่กับคนนี้แล้วมันมีแต่เรื่องที่ดีขึ้น มันก็ไม่ใช่ง่ายครับ มันก็เจอปัญหาเหมือนกับทุกๆ คู่แหละ ผมก็รู้สึกว่าถ้าเราสู้ให้ผ่านพ้นกับทุกปัญหาได้อีกด้านนึงมันสวยงามอ่ะเมื่อเราค้นมันไปแล้ว”

เคยรู้มาก่อนไหมว่าเขามีความคิดเรื่องไม่อยากแต่งงาน?

พิมพ์ : “รู้มาก่อนอยู่แล้วค่ะ เขาก็พูดอยู่เรื่อยๆ เหมือนเล่าให้ฟัง เพราะเราจะคุยกันทุกเรื่องเหมือนเพื่อนกัน คุยเรื่องอดีต เรื่องความคิด เรื่องอนาคตกันอยู่แล้ว”

ทำถึงตัดสินใจแต่งงานกับพี่วิน?

พิมพ์ : “ที่ผ่านมาตลอดระยะเวลาที่คบกันเขาก็เป็นคนที่ค่อนข้างซัพพอร์ตเราได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคิด เรื่องอารมณ์ เรื่องปัญหา เราก็ผ่านด้วยกันมาอย่างราบรื่น ไม่ใช่แค่เรื่องนี้แต่ก็เป็นเรื่องกิจกรรมต่างๆ ที่เราทำด้วยกัน เป็นอะไรที่เรารู้สึกว่าถ้าเราทำไปเรื่อยๆ จนแก่ คนนี้เขาก็ทำไปกับเราได้ เพราะว่ามันเป็นความชอบที่เขาชอบด้วย เลยรู้สึกว่าเราเข้ากันได้เกือบทุกมุมเลย”

เรื่องของอายุห่างกัน?

วิน : “เขาแก่แดด”

พิมพ์ : “ไม่ๆ คนนี้เขาเด็กกว่าอายุ อายุไม่ใช่ปัญหา”

ช่วงก่อนหน้านั้นมีเรื่องที่ต้องปรับจูนกันไหม?

วิน : “อาจจะเป็นเรื่องอารมณ์ เรื่องความคาดหวัง ผมว่าพออายุน้อยมันก็จะมีความแฟนตาซีโลกสวย อยากให้อะไรมันเป็นไปอย่างที่ตัวเองฝันไปหมด แต่ชีวิตเราไม่ได้เป็นแบบนั้น บางอย่างก็ต้องยอมผิดหวังบ้างอะไรบ้าง เพื่อให้คนสองคนยังเดินไปด้วยกันได้”

วางแพลนเรื่องการมีเบบี๋ยังไงบ้าง?

วิน : “แค่นี้ผมก็รู้สึกว่าผมออกมาจากคอมฟอร์ตโซนของตัวเองมากแล้วเหมือนกัน แต่มันก็ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มีหรอกครับ คือผมรู้สึกว่าขั้นที่หนึ่งตอนนี้มันเกิดขึ้นแล้ว เดี๋ยวขั้นที่สองก็คือมีทายาทน่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ไม่ได้ถึงขนาดปิดประตู คือตอนนี้เราก็คุยกันก็พยายามชั่งน้ำหนักว่ามีหรือไม่มีดี”

“เราเคยคุยกันว่ามันไม่ใช่ 50 : 50 ด้วยเนาะ พิมพ์คืออาจจะไม่อยากมีไปแล้ว 70 แต่คงอาจจะน้อยกว่าเขาซัก 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้อาจจะด้วยเสียงเชียร์ของผู้ใหญ่ที่มาในงานวันนี้ เริ่มจะอ่อนแอลงไปนิดนึงแล้วเหมือนกัน”

เจ้าสาวความคิดเปลี่ยนที่อยากจะมีเพิ่มขึ้นไหม?

พิมพ์ : “อาจจะ 50 (อะไรคือทำให้เราไม่อยากมี?) อาจจะคิดว่าเรายังไม่พร้อมมั้งคะ ถ้าอนาคตก็อาจจะ เรารู้สึกเหมือนว่าโลกน่าจะอยู่ยากขึ้น มีทั้งมลพิษและคนไม่ดีอะไรอยู่เยอะแยะ เราก็รู้สึกว่าไม่มั่นใจว่าเขาเกิดมาจะได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีหรือเปล่า”

พี่วินเหมือนกันไหม?

วิน : “คืออาจจะหวงอิสรภาพ แต่ตอนนี้หวงน้อยลงเยอะมากแล้วครับ แต่ก่อนเราก็ยังยึดติดในรูปแบบการใช้ชีวิตเหมือนเดิม คือเวลาเป็นของเรากับคนรักเราอย่างเดียว พออยู่บนโลกใบนี้มานานซักระยะหนึ่งแล้วก็รู้สึกว่าความสุขของเราก็วนอยู่เท่านี้แหละขึ้นๆ ลงๆ กันไป เริ่มอยากจะมีรสชาติใหม่ๆ เกิดขึ้น”

“อย่างวันนี้มีการแต่งงานก็เป็นจุดที่ชีวิตไม่เคยเดินมาถึงเลยในความสัมพันธ์ อยากจะรู้เหมือนกันว่ามันจะเป็นยังไง ผมบอกกับพิมพ์ว่าผมไม่ค่อยตื่นเต้นกับการแต่งงานเท่าไหร่ ผมตื่นเต้นกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้เพราะผมไม่รู้เลยว่าชีวิตหลังแต่งงานนี้มันคืออะไร ความคาดหวังมันคืออะไร แต่ในที่สุดแล้วคนสองคนก็ทำให้ดีที่สุดนั่นแหละ”

เป็นคู่ที่ขยับสถานะขึ้นเรื่อยๆ มันเปลี่ยนไปเยอะไหม?

วิน : “ผมว่าตัวพื้นฐานของความสัมพันธ์ของเรามันค่อนข้างพัฒนาทีละนิดๆ ผมรู้สึกเองนะว่ามันค่อนข้างเข้มแข็ง แล้วตัวหลักการที่ผมตั้งเอาไว้ว่าผมอยากจะเป็นเพื่อนกับพิมพ์ให้ดีที่สุด สุดท้ายแล้วเมื่อความหวือหวามันหมดไปก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้อยู่”

“อย่างผมปีนี้อายุ 45 เพื่อนผมแต่ละคนคบกันมา 30-40 ปี เขายังอยู่กับผมเลย แต่ในขณะที่แฟนหรือความสัมพันธ์ในฐานะคนรักมันจบลงไปหลายครั้งแล้ว ผมก็อยากจะมีเพื่อนอย่างนั้นแหละที่อยู่ใกล้ๆ กับผมตลอดไป”

มีอะไรอยากจะบอกกันและกันไหม?

วิน : “ถ้าไม่รู้ว่าตอนนี้รักก็ไม่รู้ว่าตอนไหนแล้ว เอาเป็นว่าเหมือนกับเพลง ผมก็มองว่าพิมพ์คือแสงสว่างที่เกิดขึ้นในชีวิตผม ในช่วงที่ผมรู้สึกว่าจะงงกับชีวิตแล้วไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางของเรามันอยู่ตรงไหนรู้สึกโชคดีที่มีพิมพ์เข้ามาในชีวิต แล้วก็ทำให้เป็นเป้าหมายเป็นจุดหมายใหม่ เราก็มีคนๆ นี้อยู่ข้างๆ แล้วเดินไปในอนาคต ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็แล้วแต่ แค่มีกันและกันก็เป็นความสุขและเป็นเป้าหมายชีวิตที่ไม่เลว”

พิมพ์ : “เอาสั้นๆ แล้วกัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นจะทุกข์หรือว่าสุข จะทะเลาะกันหรือไม่ทะเลาะกัน เราก็จะจับมือกันอย่างนี้ไม่ปล่อยมือกัน”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน