โคจรกลับมาจับคู่ร่วมงานกันอีกครั้ง ใน Original Gay Series ฟอร์มยักษ์ “Shine” ของค่าย Be On Cloud สำหรับซุปตาร์คู่ขวัญ ‘อาโป’ ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ และ ‘มาย’ ภาคภูมิ ร่มไทรทอง หลังเคยร่วมงานกันจาก “KinnPorsche The Series” และภาพยนตร์ “แมนสรวง (Man Suang)”

โดยวันนี้ทั้งคู่ ได้พากันมาให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานร่วมกันในซีรีส์เรื่องล่าสุด “Shine”
♦ ซีรีส์เรื่อง “Shine” เคลมว่าเป็น Original GAY ในความหมายของทั้งคู่ คิดว่าแตกต่างจาก Y ยังไง?
อาโป – “ผมไม่ได้เข้าใจคำว่า Y อันนี้แค่ส่วนตัว แต่ผมเข้าใจคำว่า BL คือ Boy Love เข้าใจได้ว่า ณ วันนั้นพวกเราคือ Boy Love จริงๆ แต่พอ ณ วันนี้ มันคือ Man Love ถ้าพูดให้เข้าใจกันทั่วโลกมันก็คือเกย์ และไม่ใช่แค่ตัวละครเรา มันมีอีกหลากหลายตัวละครที่บ่งบอกว่า มันคือการรวมตัวของผู้ชายในความยูนีกแบบตัวเอง เลยเป็นนิยามง่ายๆ ว่า Original GAY แล้วที่ไทยมีการยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายความเท่าเทียมของเพศสภาพต่างๆ หรือการยอมรับในแง่การเป็นตัวเอง”
มาย – “สุดท้ายนิยามจะเป็นยังไง แต่ความสนุกและความรู้สึกดีๆ ที่ทุกคนสัมผัสจากในเรื่อง เราอาจจะไม่ได้บอกว่า มันเป็น BL แล้วต้องทำแค่นี้ เป็น GAY ต้องทำแบบนี้ หรือชายหญิงต้องทำแค่นี้ ไม่ใช่ จริงๆ มันแค่นิยามในจุดเริ่มต้น มันคืองานศิลปะแบบหนึ่ง”
อาโป – “จะหญิงหญิงชายชาย มันไม่ต่าง เพราะเราใช้ชีวิตเหมือนกัน ต่างกันแค่เรื่องบนเตียง มันเป็นแค่เรื่องภายนอก แต่จิตใจเป็นเรื่องสำคัญว่ายูคอนเน็กต์กันหรือเปล่า”

♦ เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่รัฐบาลผลักดันเต็มที่?
อาโป – “ต้องขอบคุณที่รัฐบาลให้โอกาส เหมือนเป็นความใฝ่ฝันของชาวเรา ชาว Be On Cloud เราภูมิใจในความเป็นไทยที่มีวัฒนธรรมที่เข้มข้น และวันนี้เราได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล เหมือนที่เราเคยใฝ่ฝันอยากทำแบบเกาหลี หรือหลายๆ ที่ที่รัฐบาลสนับสนุน ณ วันนี้เรามีโอกาสนั้น พูดได้เต็มที่ว่าไทยเรามีความสวยงามทางด้านวัฒนธรรม อาหาร การค้าขาย ลักษณะนิสัยนอบน้อมสดใสเปล่งปลั่ง ดีใจที่ได้เดินไปด้วยกัน และเราพูดอย่างภูมิใจแล้ว”
มาย – “ขอพูดเสริมนิดนึง มันจะมีโลเกชั่นบางที่ ทางพี่ๆ เขาช่วยหาช่วยซัพพอร์ต ซึ่งมันสำคัญกับการถ่ายทำให้มันเป็น Shine ได้เต็มที่”
อาโป – “ยุคสมัยเปลี่ยน สถานที่ที่อยู่ในยุคนั้นอาจหายาก แต่พอได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ทำให้หลายๆ สถานที่สามารถถ่ายทอดความเป็นตัวละครได้อย่างเข้มข้น รวมถึงเสื้อผ้าใช้แบรนด์ไทย เครื่องประดับใช้จิวเวลรี่ที่คนไทยทำ มันสวยงามและเติบโตไปพร้อมกัน”

♦ เมื่อก่อนซีรีส์ Boy Love อาจจะเฉพาะกลุ่ม แต่ตอนนี้กลายเป็นกระแสหลัก แถมเรื่อง Shine รัฐบาลสนับสนุนเต็มที่ รู้สึกยังไง?
มาย – “ดีใจนะ แต่ในความคิดผมก็ยังรู้สึกว่าไม่ว่าจะเป็นการรักชอบแบบไหน BL GL หรือปกติชายหญิง มันคือความรักที่สวยงาม คือรสนิยมอย่างหนึ่ง มันคือ Freedome ในการชอบในการตัดสินใจ ดังนั้น ผมแฮปปี้ที่ทุกคนสนับสนุน”
อาโป – “เรามาถึงในยุคที่ยอมรับซึ่งกันและกัน ดีใจที่เขามีความสุขผ่านซีรีส์ Boy Love หรือ Man love อย่างพวกเรา มันภูมิใจ โดยเฉพาะ BL หรือ Gay เราเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของโลก มันเจ๋งนะ การที่เรามีกฎหมายรองรับ บ้านเราเปิดกว้างโดดเด่นและแข็งแรงในแง่ของความหลากหลาย”

♦ ความโรแมนติก ความร้อนแรง จะมีให้เห็นเหมือนโปรเจ็กต์ที่ผ่านมาไหม?
มาย – “มีแน่นอน แต่อาจจะไม่ได้ไปเหยียบปลายเท้าเดิม เหมือน KinnPorsche The Series มันเป็นฟุตพรินต์ใหม่ที่เดินตามก็น่าจะสนุกเหมือนกัน”
อาโป – “มันร้อนแรงมากๆ มันเต็มที่กว่า มีหลายเรื่องหลายมุมมอง พยายามเล่าถึงในมุมต่างๆ ในมุมที่เป็นไพรเวตมากๆ เช่นเรื่องบนเตียง เรื่องการใช้ชีวิตของแต่ละคน ให้เห็นว่ามันมีแบบนี้อยู่ คุณมีบุคลิกภาพแบบนี้ไม่ได้แปลว่าต้องทำตัวแบบนี้ อยู่ในสังคมเป็นแบบหนึ่ง แต่ชีวิตส่วนตัวอาจจะเป็นอีกแบบนึง เราไม่สามารถตัดสินได้เลย เราควรจะยอมรับ รักและเปิดใจในสิ่งที่เขาเป็น”
♦ ถ้าเทียบกับโปรเจ็กต์ที่ผ่านมาที่เล่นด้วยกัน เรื่องนี้ถือเป็นเคมีที่แปลกใหม่ไหม?
มาย – “มายว่าเคมีเหมือนเดิมแต่เอามาปรุงใหม่มากกว่า มีอย่างอื่นเพิ่มให้มีรสชาติใหม่ๆ เป็นสูตรใหม่ๆ จากเคมีอันนั้น”
อาโป – “ผมว่าแปลกใหม่เพราะก่อนหน้านี้ใน KinnPorsche The Series หรือเรื่องอื่นๆ เราคือ Boy Love แต่ ณ วันนี้เราคือ Man Love วันนี้เราโตขึ้นไปแล้ว บุคลิกภาพเราก็เปลี่ยนไป ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดเลย”

♦ ตั้งแต่ KinnPorsche, Man Suang และ Shine เส้นทางตรงนี้หล่อหลอมคุณสองคนในฐานะนักแสดงยังไงบ้าง?
มาย – “ทุกงานแสดงทำให้ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น ตลอดหลายปีที่อยู่วงการมา มันให้ข้อคิดวิธีคิดเวลาที่เราเห็นตัวละครต่างๆ ตอนระหว่างทำงาน โปรดักชั่น การแสดง รวมถึงเวลาที่ย้อนกลับไป ได้เห็นว่าการทำอย่างนี้มันถูกมันผิด หรือตัวเราที่เป็นนักแสดงกระโจนลงไปเล่น เราเห็นบรรยากาศตรงนั้น ก็โชคดีตรงที่ว่า หลังจากงานแสดงได้เดินทางเยอะ ได้เจอผู้คนมากมายหลายที่ ตรงนี้เป็นอีกจุดหนึ่งที่ได้เรียนรู้”
อาโป – “อาจารย์ผม หม่อมน้อย (ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล) ที่สอนการแสดงผม เคยบอกไว้ว่า จงเลือกงานที่ดี เลือกบทที่ดี ตอนนั้นก็ไม่ค่อยเข้าใจ ว่าการเลือกแต่บทที่ดีการทำงานที่ดีคืออะไร เพราะ ณ วันนี้ที่เราได้ลองได้เลือกทำในแบบที่เราอยากทำ เพราะเราคิดว่าโอเค อันเนี้ยมันละเอียดอ่อนกับการทำสิ่งนั้น

ไม่ว่าจะเป็นบทเรื่อง แมนสรวง Shine หรือเรื่องต่างๆ เรารู้สึกว่าการที่เราเลือกบทที่ดี หมายถึงบทที่ละเอียดอ่อน ที่มีชั้นเชิง มันมีเหตุผลซัพพอร์ตอยู่ในนั้น มันทำให้ทุกครั้งที่เราทำ จะถามตัวเองเสมอว่า ทำไมตัวละครทำแบบนี้ มันไม่ใช่แค่ทำไป แต่ทุกอย่างมันมีเหตุผล เลยทำให้รู้สึกว่า ทำตัวละครเสร็จปุ๊บ มาค้นหาในตัวเองอีกว่า ถ้าเป็นเรา เราตัดสินใจแบบไหน เราจะค้นหาและจะรีเซ็ตตัวเองเสมอ
รวมถึงงานต่างๆ ได้เดินทางไปทำสิ่งต่างๆ เราได้ประสบการณ์ที่เงินซื้อไม่ได้ แล้วพวกเนี้ยจะหล่อหลอมให้เรามีคุณภาพชีวิตที่เหนือจินตนาการ ว่าครั้งหนึ่งเราได้รับประสบการณ์แบบนี้ รู้สึกมันล้ำค่า ที่สำคัญ คนดูก็จะได้อะไรจากสิ่งที่พวกเราทำไปด้วย”

♦ อนาคตพวกคุณนึกถึงเรื่องของครอบครัว หรือวางแผนเรื่องนี้ยังไง?
มาย – “ผมว่าก็ต้องเติบโต สำหรับผมยังชื่นชอบในเรื่องงานอาร์ตที่ผ่านเสียงเพลง ชื่นชอบธุรกิจการคิดคำนวณ ผมยังมีบ้านที่ทำธุรกิจอยู่ แต่งานแสดงก็เป็นงานศิลปะอย่างหนึ่ง เป็นความรัก คือผมโตมาได้ทุกวันนี้เพราะธุรกิจที่บ้าน อะไรช่วยเขาได้ก็อยากช่วย หรือมีความใฝ่ฝันการทำธุรกิจหลากหลาย อาจจะธุรกิจบันเทิงต่อเนื่องก็ได้ เราไม่รู้ ดังนั้นมาดูกันว่าอนาคตจะยังไง แต่มีความหลากหลายขึ้นแน่นอน
ซึ่งมันอาจจะมีคำถามโผล่มาว่า ทำไมไปทำอันนี้แล้วล่ะ เลิกเป็นนักแสดงแล้วหรอ ซึ่งจริงๆ มันจัดสรรและแบ่งเวลาได้ และมันคือองค์ความรู้สำหรับความคิดผม สุดท้ายแล้วมันจะรีเลตกลับมาในงานแสดง เพราะการรู้จักในอะไรต่างๆ มันทำให้เรารู้จักตัวตนและวิธีการใช้เครื่องมือ คือตัวเราผ่านการแสดงมากขึ้น”

อาโป – “อย่างที่พี่มายบอก ทุกคนต้องเติบโต โปเองก็ต้องเติบโต อาจต้องเดินทางไปเจอผู้คนมากมาย สุดท้ายเราก็ให้เวลากับตัวเอง ให้เวลากับครอบครัว ใครก็ตามที่เราอยากอยู่ด้วย แล้วก็เดินทางกันไป ณ วันนี้มันยังไม่ได้เกิดขึ้นจริงทั้งหมด เราก็แค่เดินทางไป ถ้าเวลาเกิดขึ้นเราถึงตอบได้อย่างชัดเจนในสิ่งต่างๆ
และถ้าพูดถึงการแสดง ผมคงจะอยู่กับการแสดงไปทั้งชีวิต ไม่ว่าจะไปในตำแหน่งไหน เพราะมันสามารถส่งต่อความเชื่อ ความศรัทธา ความรัก ความอบอุ่น ความเป็นจริงให้กับผู้คนได้มากมาย ถ้า ณ วันนี้โปทำงาน สมมุติโปอยู่คนเดียว ไม่ได้ทำงานตรงนี้ โปมีเงินใช้ไปตลอด คำถามคือคุณค่าของชีวิตคืออะไร มันต้องทำเพื่อใครสักคน มันต้องถามว่าใครได้อะไร รู้สึกว่ามันถึงจะมีคุณค่า”

มาย – “ก็ฝากด้วยครับ ซีรีส์ Shine ทาง WeTV และช่อง 7HD เวลา 22.00 น. เหมือนกัน แต่ว่า WeTV จะเป็นเวอร์ชั่นอันเซ็นเซอร์ครับ”
อชริญา บุญชู