คลุกคลีอยู่ในวงการมากว่า 20 ปี ล่าสุดผู้กำกับหนังสยองขวัญ ‘คุ้ย’ เบื้องหลังมายา จากจักรวาล “ธี่หยด” หวนร่วมงานสหมงคลฟิล์มฯ กับภาพยนตร์สยองเรื่องใหม่ “ท่าแร่” นำแสดงโดย ‘เจมส์’ จิรายุ ตั้งศรีสุข, ‘มีน’ พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร, ‘เอก’ ธเนศ วรากุลนุเคราะห์, ‘แพรวา’ ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์ ฯลฯ

โดยวันนี้ผู้กำกับฯ มากฝีมือได้มาเล่าเบื้องหลังภาพยนตร์ให้ฟัง
♦ “ท่าแร่” เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร?
คุ้ย – “มันเล่าตั้งแต่ในอดีตว่ามีบาทหลวงโดนวิญญาณร้ายเข้า จนเขาแก่ชรา ปีศาจก็จะไปสิงสู่ลูกเขาต่อ เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้งปีศาจตัวนี้ มันเลยร้อนถึง ‘บาทหลวง’ จากกรุงเทพฯ ต้องบินมาที่ท่าแร่ สกลนคร เพื่อมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งที่เขาเจอกลับเป็นปีศาจที่เหนือกว่าที่คาดคิด ขณะเดียวกันก็มี ‘หมอเหยา’ ความเชื่อและที่พึ่งพิงของคนที่นั่นเข้ามาด้วย ก็เลยเป็นการคอลแล็บกันเพื่อปราบปีศาจร้ายตัวนี้”

♦ ในการถ่ายทำมีตรงไหนกดดันกับมันที่สุด?
คุ้ย – “เครียดทุกวันครับ ยากทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ผมว่าพิธีไล่ผีของ ‘หมอเหยา’ อันนี้ยากมาก เพราะเป็นพิธีการไล่ผีอีกแบบหนึ่งที่เราไม่รู้จัก ต้องรีเสิร์ชละเอียด พิธีกรรมที่เขาต้องขึ้นรำตอนนี้ เครื่องคายต้องตั้งติดฝาบ้าน ห้ามเอาออก แล้วต้องมีทั้งหมอเหยา มีทั้งคนที่พูดภาษาภูไทเป็น มาอยู่ในกองเพื่อทำให้ถูกต้องที่สุด แล้วผีต้องแสดงอิทธิฤทธิ์ในการจัดการหมอเหยาแต่ละคน มันมีเทคนิค มีความถูกต้องของวิธีในฉากนั้นปนเปไปหมดมีผีหรือไม่มีผี ยากหมดครับ เพราะมันจริงจังในความสยอง ในพิธีกรรม แต่ก็สนุกตรงที่ได้ทำอะไรแปลกๆ มันยากด้วยดีเทลหลายๆ อย่าง บวกกับในเรื่องเป็นซีนที่ปราบผีกันดุเดือด มีพวกงานสะลิงด้วย มันนัวไปหมดจริงๆ

หรืออย่างบทสวด แต่ละอันกว่าจะได้มาไม่ได้ง่ายๆ บางทีมาก่อนถ่าย 2 ชั่วโมง คุณพ่อที่ให้คำปรึกษากว่าเขาจะคุยกับบาทหลวง Exorcist และค้นบทสวดเฉพาะมาให้ หน้าไหน ตรงไหน บางทีก็ใช้เวลา เพราะมันมั่วไม่ได้ บางทีนักแสดงแทบไม่มีเวลาทำการบ้าน ต้องมานั่งท่องนั่งอ่านกันหน้าเซ็ต แล้วคำสวดเป็นคำอ่านยาก ทุกอย่างที่ทำต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องด้วย”

♦ เห็นว่าเรื่องนี้ต้องจำลองโบสถ์กันขึ้นมาเลย?
คุ้ย – “ในการทำกิจกรรมใดๆ เกี่ยวกับโบสถ์ในประเทศไทย เขาต้องทำบันทึกแล้วส่งไปทางโรมหรือวาติกัน ทุกกิจกรรมเครือข่ายต้องรับรู้หมด เพราะฉะนั้นกิจกรรมในการถ่ายทำภาพยนตร์จะเป็นเรื่องยากนิดนึง เขาอาจจะไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร แล้วดันมีแอ๊กชั่นการต่อสู้ในโบสถ์ เป็นเรื่องเซ้นซิทีฟ สุดท้ายก็ต้องเซ็ตโบสถ์ขึ้นมา
ในเรื่องเราได้เรฟเฟอเรนซ์โบสถ์มาจาก โบสถ์คำเกิ้ม ที่จังหวัดนครพนม เป็นสถานที่อนุรักษ์มีความเก่าแก่จริง จะให้ไปถ่ายในนั้นมันไม่ควรแน่นอน ทีมอาร์ตก็พยายามสร้างออกมาให้ใกล้เคียงที่สุด โดยเหตุการณ์ที่โบสถ์จะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด”

♦ เรื่องนี้ยกทีม “ธี่หยด” มาหมดเลย การกลับมาทำงานร่วมกันในเรื่องใหม่เป็นยังไงบ้าง?
คุ้ย – “ในแง่การทำงานน่าจะไม่ต้องจูนอะไรกันแล้ว รู้ใจกันแล้ว มันเป็นการจูนการทำงานที่ไวที่สุดเพื่อจะให้โปรเจ็กต์นี้รันได้ไว เป็นแพตเทิร์นที่ต้องรีเสิร์ชหนักกว่าเรื่องอื่นๆ เรื่องนี้ต้องมาที่สกลนครเพื่อรีเสิร์ชทุกอย่าง สถานที่จริงเป็นยังไง มาถ่ายที่นี่ได้ไม่ได้ เลยต้องใช้ทีมงานที่คุ้นเคยและรู้มือ”

♦ นอกจากจะนำเสนอความสยองแล้ว เรื่อง “ท่าแร่” ยังสอดแทรกวิถีชีวิตของชุมชนนี้ด้วย?
คุ้ย – “ผมก็เพิ่งมารู้อะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับ ท่าแร่ ตอนทำเรื่องนี้ ได้เห็น งานแห่ดาว ได้รู้ว่ามีชุมชนคริสตจักรที่เยอะที่สุดในภูมิภาคอีสานหรือในประเทศไทย รู้สึกว่ามันแปลกใหม่ แล้วผมมาช่วงเดือนธันวาคมเป็นช่วงก่อนคริสต์มาส บรรยากาศอบอุ่น มีขบวนคาร์นิวัล มีงานแห่ดาว มีผู้คนที่ยิ้มแย้มแจ่มใส บรรยากาศดูชิลชิล เป็นเมืองที่มีเสน่ห์”

♦ “ธี่หยด” เหมือนรถไฟเหาะ แล้ว “ท่าแร่” มีคำนิยามยังไง?
คุ้ย – “เหมือนการขับรถไปในทางเปลี่ยวแล้วน้ำมันหมด จะเป็นความหลอนแบบนั้น ทางข้างหน้าน่ากลัวแต่จะถอยหลังก็ไม่ได้ เป็นความเวิ้งว้าง แล้วเผลอๆ คุณอาจจะเดินหลงทางไปขึ้นรถไฟเหาะก็ได้ เพราะเราก็ยังมีเสิร์ฟตรงนี้อยู่ครับ”