หลายคนให้ความชื่นชม สำหรับ จ๊ะจ๋า ได้ออกมาเล่าความภูมิใจของครอบครัว ที่คุณยาย ได้เสียสละอุทิศร่างกายไว้ให้เป็นอาจารย์ใหญ่สำหรับนักศึกษา-นิสิตแพทย์ ได้ศึกษาเล่าเรียน
เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่ Sphere Gallery 2 Floor 2 Emsphere Department Store มีการจัดงานแถลงข่าว วิ่งการกุศล “ซุปตาร์ รัน 2025” จ๊ะจ๋า ที่มาพร้อมกับ จิ๊บ วสุ (สามี) จึงได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องการเสียสละร่างกายของคุณยาย

ถามเรื่องคุณยาย? “คุณยายตอนนี้ได้ขึ้นสอนแล้วค่ะ คุณยายอายุ 86 ปี บริจาคร่างกายไว้ ทีนี้พอเสียโรงพยาบาลก็มารับไปดูแล ทีนี้ก็ได้ขึ้นให้นักศึกษาแพทย์ นิสิตของทันตแพทย์จุฬาฯ ได้เตรียมเรียนในเทอมนี้”
รู้ก่อนใช่ไหมว่าคุณยายบริจาคไว้? “ทราบ เพราะเป็นแนวคิดของบ้านเราอยู่แล้ว คุณยาย คุณพ่อคุณแม่ จ๊ะจ๋า น้องสาว ทุกคนบริจาคหมดแล้ว ส่วนตัวเราก่อนบริจาคร่างกาย เราได้ไปบริจาคดวงตา อวัยวะไว้ สมมติว่าเราประสบอุบัติเหตุสมองตาย อวัยวะของเราสามารถส่งต่อได้อีกหลายชีวิต ทำเรื่องไว้นานมากแล้ว”

“จริงๆ เราไม่รู้เลยว่าบริจาคไว้แล้วเขาจะเอาไปไหน จนคุณยายทีแรกเราไม่รู้ว่าอวัยวะจะใช้งานได้ไหม เพราะอายุมากแล้ว แต่กลายเป็นว่าได้ แล้วเป็นความภูมิใจค่ะ ในวันที่ทำบุญมีนิสิตมานั่งกราบ เราบอกว่าคุณยายของเราได้เป็นอาจารย์ใหญ่ของเขานะ ภูมิใจว่าคุณยายไม่ได้เรียนหนังสือ คนไม่ได้เรียนหนังสือจะเป็นครูของใครสักคนเป็นไปไม่ได้เลย แต่ว่าพอคุณยายทำแบบนี้ไว้ คุณยายได้เป็นอาจารย์ เป็นผู้ให้ความรู้เป็นผู้ให้วิชา กับว่าที่คุณหมอ ครอบครับก็ภูมิใจมากๆ”
ครอบครับปลูกฝังกันมายังไง? “เริ่มจากจ๊ะจ๋านี่แหละ เราได้เข้ามาวงการบันเทิงก็เลยได้เข้าร่วมหลายๆ โครงการที่เกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะ เกี่ยวกับวงการแพทย์ ตรงนี้เราบริจาคตัวเองก่อน เริ่มที่ดวงตา แล้วก็เล่าให้ที่บ้านฟัง ตอนแรกทุกคนกลัวว่าชาติหน้าเราจะครบไหม ชาติหน้าเราจะพิการไหม เราจะโป๊ไหม ที่เขาจะต้องมาผ่าเรา ใครจะมาล้างอะไรเรา ความคิดตอนนั้น แต่พอเรามีความรู้เราก็เล่าได้ คุณยายก็บอกว่าอยากจะบริจาคร่างกาย อยากทำเหมือนที่เราทำ ตอนนี้ดีใจ”

“จ๊ะจ๋าได้มีโอกาสคุยกับพี่จิ๊บ ครอบครัวพี่จิ๊บก็บริจาคเหมือนกัน เรามีวิธีคิดแบบเดียวกัน”
จิ๊บ “ผมก็บริจาคเหมือนกันนะ พอเราเริ่มอยู่ด้วยกัน รู้จักกันมากขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คลื่นความคิดตรงกันร้อยเปอร์เซ็นต์เลย ทางบ้านผมเป็นสายหมออยู่แล้ว ผมก็ชินเด็กๆ คุณพ่อพาขึ้นไปดูร่างกายของผู้มีจิตศรัทธาเขาบริจาคร่างกายมาเพื่อเป็นวิทยาทานมาเป็นอาจารย์ใหญ่เป็นอย่างไร เราเลี่อมใสตั้งแต่เด็ก จริงๆ นะ ร่างกายเราเป็นประโยชน์สุดตอนท้ายที่เราสามารถทำให้กับโลกได้ ทำไมไม่ทำล่ะ ตอนแรกเกรงๆ ไม่กล้าคุยนะ แต่พอได้คุยกับเขามีช่องความคิดที่ตรงกับเราหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ มีความสุขมากๆ”

จ๊ะจ๋า “เราเป็นคนชอบทำการกุศลอยู่แล้ว อะไรที่เราช่วยเหลือได้ อุทิศตัวเองได้ ตายไปร่างกายเรามีประโยชน์ ถ้าเราได้ใช้จนหยดสุดท้ายมันถือว่าเป็นความภาคภูมิใจสูงสุด จ๋าไม่ได้กังวลเลยว่าชาติหน้าจะเป็นยังไง มีจริงไหม แต่ชาตินี้เราได้ทำ ความสุขเกิดขึ้นแล้ว มีคนมาอนุโมทนาด้วย ใจฟูมากๆ”