เจมส์ ธีรดนย์ เปิดบทบาทใหม่ ทำธุรกิจ F&B ร่วมกับแฟนสาว เผยความคืบหน้า สาธุ 2 แซว ดูข่าวตอนนี้ก็เหมือนดูสาธุ
พระเอกหนุ่มมากฝีมือ “เจมส์–ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ” ที่ล่าสุดมาร่วมงานเปิดศูนย์การค้า “เซ็นทรัล พาร์ค” เฟสแรก ก็ได้ออกมาอัพเดตถึงผลงานสุดปัง สาธุ ซีซั่น 2 ซึ่งแฟนๆ รอคอย พร้อมเล่าชีวิตนอกจอที่ตอนนี้ทุ่มสุดตัวให้กับธุรกิจร้านอาหาร ร่วมกับแฟนสาวและทีมพาร์ตเนอร์ เดินหน้าสู่เส้นทางนักธุรกิจเต็มตัว

“เราก็ทำอาหารมาเรื่อยๆเนอะ แล้วเราก็มีร้านอาหาร แล้วเราก็คืออยู่ในธุรกิจF&Bมาเกือบๆเต็มตัวแล้ว คือจุดเริ่มต้น มันก็มาจากไปแข่งขัน (MasterChef Celebrity Thailand 2) คือพอเราแข่งเสร็จ ก็เหมือนเริ่มลองทำเป็น Chef Table แล้วรู้สึกว่ามันสนุก เราจอย ก็เริ่มมีงานเข้ามา พอเราเริ่มเป็นเชฟ แน่นอนว่าทุกคนก็อยากจะมีร้านอาหารแล้วก็เริ่มสร้าง ก็เลยเริ่มสร้างที่หนึ่งแล้วก็สร้างอีกที่หนึ่ง ก็เปิดแล้วครับหนึ่งที่ ทะเลใจ อยู่ตรงทองหล่อ ที่ใหม่จะอยู่ตรงที่บางนา แต่ชื่อทะเลใจ ไฟน์ใดนิ่ง ก็จะเปิดเดือนตุลาคม“
จะเห็นเจมส์ไปเสิร์ฟเองเหมือนที่แฟนๆถ่ายคลิปไหม?
”ก็จะมีตลอดครับแต่มันก็จะแล้วแต่วันนะครับว่าวันไหนเข้าแล้วจะไปเสิร์ฟให้ เพราะว่าบางวันก็จะเข้าครัวเองด้วย เพราะร้านเราต้องเป็นคนคิดทั้งหมด (แต่ร้านเราก็คือมีเชฟ?) มีครับผมก็ไม่ได้ไปยืนตลอด“
ถ้าใครที่อยากจะไปทานอาหารฝีมือเจมส์ล่ะ?
”คือผมเพิ่งทำตอนวันเกิด จัดแฟนมีตฯ มีแฟนคลับมาแล้วผมก็ทำอาหารให้กินประมาณ 10 จน จอยจอยกัน แฟนคลับก็แฮปปี้นะเพราะว่าเรามีดริ้งให้ทั้งคืนด้วย มันส์เลย“
แล้วงานในวงการ?
”คือตอนนี้ผมก็ครึ่งครึ่ง นึ่ง ครึ่งหนึ่งในวงการอีกครึ่งหนึ่งก็ทำธุรกิจ F&B แต่ว่ายังรับงานในวงการอยู่นะครับ เหมือนหลังๆคนถามเยอะ ไม่รับงานในวงการแล้วหรอ รับครับแค่งานยังไม่ออก สาธุ2”
ธุรกิจนี้เราทำร่วมกับแฟน?
“ก็ด้วยครับ ก็มีแฟนแล้วก็มีพาร์ตเนอร์อื่นด้วยที่ทำด้วยกัน”
เพราะว่าเห็นแฟนก็ไปลงเรียนคอร์ส?
“ก็มีทั้งไปเรียนคอร์สธุรกิจแล้วก็คอร์สเกี่ยวกับการทำอาหาร จริงจังครับ มี พีช พชร เป็นไอดอล คือผมว่าถ้าเราศึกษาและตั้งใจ คือธุรกิจอ่ะมันก็จะไปได้ด้วยตัวของมันเอง เราก็แค่ต้องฟอร์มทีมที่เก่งจริงที่ดีจริง คือทำคนเดียวมันทำไม่ได้หรอก (เรียกว่าเป็นนักธุรกิจใหญ่แล้ว?) ไม่ใหญ่ครับ เล็กๆ บีหินเนอร์“

ทำธุรกิจด้วยกันแบบนี้ มองไปอีกสเต็ปหรือเปล่ากับความสัมพันธ์?
”คือยังไม่ได้วางแผนเลยครับ คือมันเป็นเรื่องของจังหวะอะไรมากกว่า ยังไม่ได้รู้สึกว่าต้องตัดสินใจต้องวางแผนอะไร ความรักก็ดีครับ แต่ถ้าทำงานด้วยกันก็จะเป็นปกติ คือเวลาทำงานก็จะมีไอเดียที่มันไม่ตรงกัน แต่พอมันเป็นแฟนกันมันก็จะรุนแรงขึ้นนิดนึง แต่เราก็จะแบ่งให้ถูกต้อง เราไม่ต้องไปยุ่งเขา เขสไม่ต้องมายุ่งกับเรา โอเค คือเรื่องอนาคตคือไม่ได้คุยเลย แต่ที่คุยกันตอนนี้คือโฟกัสคืออนาคตธุรกิจว่ามันจะเดินทาง ในรูปแบบไหน คือมันยุคนี้แล้ว ค่านิยมที่ว่า 30 32 ต้องแต่ง ผมว่ามันน่าจะเอาต์เทรนไปแล้ว“
อย่างที่บอกว่าเราจะต้องหยุมหัวกันเวลาทำงานมันมีกระทบมาถึงในเรื่องความสัมพันธ์แบบแฟนไหม?
”ไม่หรอกครับ มันอาจจะมีฟิวลิ่งกันบ้าง แต่จบเวลางานมันก็คือต้องจบในเวลา มันก็ต้องแยกให้ได้ คือเข้าใจว่ามันมีอารมณ์อยู่แล้ว แต่ว่าสุดท้ายมันก็ต้องแยก“

อัพเดต สาธุ2 หลายคนลุ้นว่าเมื่อไหร่?
”น่าออกช่วงนี้เนาะ คือช่วงนี้เหมือนดู สาธุ อยู่เหมือนกัน นี่สาธุหรือเปล่า ที่จริงถ้าตามข่าวเรื่อยๆก็เหมือนดูสาธุแล้วแหละ คือก็อย่างที่เขาบอกนั่นแหละว่ายังไงปีนี้ก็จะมีสาธุ ปีนี้สาธุ2มาแน่นอนครับ“
เดี๋ยวนี้หลายคนก็ไปพูดถึงสาธุกันว่าเฮ้ยโลกความจริงกับโลกของซีรีส์ มันคล้ายกันไปหรือเปล่า?
”ฟรีมาร์เกตติ้ง(หัวเราะ)“
อย่างงี้ก็คาดหวังว่า สาธุ2 ลงจอปุ๊บ ขึ้นอันดับหนึ่ง Netflix เลยไหม?
”คือจริงๆ ตั้งแต่สาธุ1 เราไม่ได้ทำเพื่อที่จะโจมตีศาสนาอะไร เราแค่จะทำให้สังคมรู้ว่าสุดท้ายแล้วมันมีสิ่งนี้ เราไม่ได้คิดขึ้นมาเองมันมีสิ่งนี้อยู่จริงๆเรื่องที่คนมาหาผลประโยชน์ในตัวศาสนา จริงๆหลักในศาสนามันดีและแต่สิ่งที่มันไม่ดีมันคือคน ที่เห็นช่องโอกาสที่จะมา“
เราเล่นซีรีส์เรื่องนี้แล้วตอนนี้ข่าวก็มากมาย ส่วนตัวเรายังศรัทธาไหม?
”คือผมไม่ได้ทำบุญกับวัดมานานแล้ว ผมก็รู้สึกว่ามันเอาเงินไปให้ใครก็ไม่รู้ คือผมรู้สึกว่าถ้าการทำ เราไปทำทานดีกว่าไหม หรือไปช่วยเรื่องการศึกษา หรือแมวจรจัด ผมว่ามันเห็นผล อย่างบริจาคเลือดมันน่าจะมีคุณค่าทางจิตใจที่มันมากขึ้น ก็คือทำในรูปแบบอื่น“
