นักร้องรุ่นใหญ่ แม่เม้า สุดา ชื่นบาน เปิดใจ หลังพบบิ๊กเต่า แจงปม‘วัดพระบาทน้ำพุ’ ลั่นช่วยวัดแต่เอาไปทำทุเรศ เผยต่อไปต้องระมัดระวัง

วันที่ 8 ก.ย.2568 แม่เม้า สุดา ชื่นบาน นักร้องรุ่นใหญ่ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจในการรับจ้างงานร้องเพลง กับวัดพระบาทน้ำพุ หลังมีกระแสคนดังเอี่ยวเงินวัด ต่อมาที่ชั้น 4 เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ เอสพลานาด ถนนรัชดา ‘แม่เม้า สุดา‘ เดินทางมาร่วมซ้อมคอนเสิร์ต“THE GOLDEN SHOW CONCERT 2025” จากนั้นจึงได้ให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์อีกครั้ง

วันนี้ออกมายืนยันความบริสุทธิ์ใจ?

“ไม่หรอก คือมันน่าเศร้าตรงที่คนจ้างงานเราเขาไม่อธิบาย พวกป้าเวลาออกไปร้องเพลงมันไม่ใช่แค่ไปร้อง ออกไปคอนเสิร์ตเราซ้อมกี่ครั้งไม่มีใครรู้ รายจ่ายคืออะไร วงที่ต๋อยเอามาเล่นคือออร์เคสตรา 40 ชิ้น ไม่ใช่ 7-8 ชิ้น มันคือรายจ่ายทั้งนั้น เราไม่มีรู้เขาไปเจอใครคนที่ติดต่อเรื่องเงิน มันไม่ใช่งานของเรา งานของเราชัดเจนหมด ป้าทำกับต๋อยชัดเจนหมด ป้าทำหลายๆ ที่ ทำด้วยความชัดเจนหมด

เรื่องการให้เงินจะชัดเจน พวกเราถึงรู้สึกว่ามันเศร้า เราไม่ทราบว่าเขาคิดอะไร เราไม่รู้ในหัวของคนเหล่านี้เขาถึงคิดก้อนเงินนี้อย่างไร แต่สำหรับเราคือค่าจ้าง อย่างป้าได้หมื่นเดียว เยอะมั้ย แต่มันคือการกุศล จะไปเรียกอย่างที่เรามาเล่นมันไม่ได้ เขาบอกหมื่นนึงก็จบ

แต่วันนี้บิ๊กเต่าน่ารัก เราก็ได้อธิบายรายจ่ายของงานคอนเสิร์ต ตรงนั้น 4 แสนกว่าบาท วงออร์เคสตราเท่าไหร่ ตรงนั่นนะ 40 คน คิดดูว่าจะได้คนละเท่าไหร่ เราถึงไปช่วยกัน นักร้องก็ชีช้ำเก๊กซิม เราช่วยวัด แต่ผลที่ได้กลับมาฟังแล้วมันทุเรศ แต่วันนี้ก็เรียบร้อย อย่างน้อยพวกเราไม่ใช่พวกที่ถูกหมายเรียก พวกเราคือขอไปพบ ขอให้ได้ดูหลักฐาน”

เครียดไหม ก่อนหน้านี้?

“ไม่ได้เครียดหรอก เพราะเรารู้ตัวว่าทำอะไร ถ้าเราพูดความจริงมันก็คือความจริง พูด 10 ครั้งก็ตรง เราได้แค่นี้เราไม่ได้เป็นแสนเป็นล้าน เราทำงานมีการหักภาษีชัดเจน ไม่ชัดเจนอยู่ไม่ได้”

กระทบตำแหน่งศิลปินแห่งชาติไหม?

ค่อนข้าง เพราะวินัยก็โดน เราก็โดน มีวิรัช อยู่ถาวร อีกคนหนึ่งที่ไปช่วย ซึ่งตรงนี้เราต้องระมัดระวัง มันไม่สนุกจริงๆ เราไปด้วยใจให้เราร้องเราก็ทำ แต่ผลที่ได้ต่อไปเราต้องระมัดระวัง ป้าคิดว่าต่อจากนี้แล้ววงการนี้คงไม่เจอแล้วคนคิดร้าย”

ได้เอาเอกสารไปให้ตรวจสอบ?

“ต๋อยเอาไป ต๋อยเก็บหมดรายรับ แต่ใบอนุโมทนาบางอันไม่ได้เก็บ แต่ว่ามีในสมุด โชคดีต๋อยเก็บใบรับเงินไว้ แต่ก็บอกกันต่อจากนี้จ่ายอะไรให้ถ่ายเก็บไว้“

อาวินัยบอกอาจจะเป็นวิบากกรรม?

”ไม่เลยมันไม่ใช่วิบากกรรม มันเป็นเรื่องธรรมดามาก แล้วเราก็แก้ไขได้ ไม่ได้บาปได้กรรมอะไรเลย”

ผิดหวังกับทิดอลงกตไหม?

“อย่าไปคิดอย่างนั้น เราไม่รู้ว่าเขาเริ่มต้นอย่างไร ใครจะคิดว่าเขาจะคิดอะไรได้ล้ำลึกขนาดนั้น ในขณะที่เรานึกไม่ถึง แล้วเงินนี่นะมันไม่เข้าใครออกใคร เราไม่รู้ว่าเขาวางผังอย่างไร ถ้าเขาไม่วางผังอย่างนั้นเขาก็ไม่พัง แต่ปีนี้ขอขอบคุณปี68 มีบ้างบางทุกชนิดเลย แล้วเราคนพุทธก็สบายใจ เรามีอาชีพเป็นนักร้อง เราเสียภาษีถูกต้องเราไม่เคยกลัวอะไรเลย แม้แต่งานเปิดหมวกเราก็สบายใจ

ถามเราว่าเรื่องนี้แก้ไขยังไง ต้องเริ่มจากครอบครัว ต้องแก้ไขจากครอบครัว พ่อแม่ต้องสอนให้รู้จักซื่อสัตย์ สอนให้เราอดทน ดูสิคนคดโกงอาจจะอยู่ยาวหน่อย 20-30 ปี แต่ก็จะต้องถึงเข้าสักวันหนึ่ง”

กับพุทธศาสนา ก็ยังคงเลื่อมใส?

“เหมือนเดิมลูก หนูนับถือเหมือนเดิม ไหว้พระเหมือนเดิม แต่ที่ไปไหวไม่ได้อะไร ขอบคุณที่ลูกได้รับสิ่งดีๆ ขอบคุณพระทุกวัน ทำเถอะลูกอย่างน้อยก็มีเครื่องยึดเหนี่ยว ป้าไม่ได้สายมูนะไม่เคยเชื่อ แล้วก็อย่ามายุ่งกับฉันนะ แค่นั้น..อยู่ที่เรา”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน