อาร์ตี้ ธนฉัตร หวนรับงานวงการ ได้บทเรียนวัยเด็กดื้อเกเร ติดเล่น ไม่ฟังผู้ใหญ่ รีบูตตัวเองใหม่ เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

หวนกลับมารับงานอีกครั้ง สำหรับนักแสดงหนุ่ม อาร์ตี้ ธนฉัตร ตุลยฉัตร หลังหายหน้าไปนานหลายปี ท่ามกลางกระแสข่าวหันหลังให้วงการแล้ว ล่าสุดวันที่ 11 ก.ย. 68 หนุ่มอาร์ตี้ มาร่วมงานเปิดตัวซีรีส์ “คมเดือน MANDATE” ณ ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์

ได้เปิดใจพร้อมกลับมารับงานในวงการเต็มที่ คิดถึงบรรยากาศกองถ่าย หลังไปทำธุรกิจส่วนตัวที่บ้านเกิด จ.ขอนแก่น บอกยังรักการแสดง บวกกับสภาพเศรษฐกิจตอนนี้ ควรมีรายได้หลายทาง รับเสียดายโอกาสที่ผ่านมา ได้บทเรียนวัยเด็กดื้อมาก ติดเล่น เกเร ไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่ แต่ในวัย 35 พร้อมเริ่มต้นใหม่ รีบูตตัวเองเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

พร้อมกันนี้ อาร์ตี้ ได้อัพเดตสถานะความรัก เรื่องราวรักเก่าจบไปแล้ว ตอนนี้แฮปปี้เปิดใจคุยคนใหม่ นอกวงการ

กลับมารับงานในวงการบันเทิงอีกครั้ง?
“กลับมารับงานแล้วครับ เพราะว่าพอมันไม่ได้ทำงานแล้วมันก็คิดถึงครับ พอเราอยู่ต่างจังหวัดใช่มั้ยครับ บางทีเราเห็นเบื้องหลังบรรยากาศมันคิดถึง โชคดีที่เรื่องนี้ติดต่อมาพอดี ก็ขอบคุณที่นึกถึง ก็เลยรับเลยครับ”

ก่อนหน้านี้ที่หายไปทำอะไรมาบ้าง ?
“อยู่บ้านครับ ที่บ้านทำธุรกิจส่วนตัว ก็ช่วยที่บ้านไปครับ พอมีโอกาสก็รับเลยครับ จ้างได้ครับผม”

หลังจากวันนั้นที่กลับไปอยู่บ้าน จะหันหลังให้กับวงการบันเทิงแล้ว ?
“มันก็ไม่ได้หันนะครับ ก็มีงาน แต่ว่างานอาจจะไม่ได้เยอะมาก เป็นงานแบบเล็กๆน้อยๆ แล้วพอมีโปรเจ็กต์นี้เข้ามา ด้วยความที่เราอยู่ต่างจังหวัดเรามีเวลามากขึ้น ดูทีวีดูอะไรมากขึ้น เราก็เห็นว่าเดี๋ยวนี้มันเป็นออนไลน์แล้วนะ เป็นแอพต่างๆ เหมือนเราก็เป็นเด็กบ้านนอกอ่ะครับ พอเห็นแล้วมันรู้สึกแปลกใหม่สำหรับเรา ถ้าเรามีโอกาสก็อยากจะกลับมารับงาน”

แต่คนก็เข้าใจผิดว่าเราหันหลังให้กับวงการไปแล้ว ?
“ใช่ครับ แต่ผมยังรับงานอยู่นะครับ โชคดีด้วยความที่เราเป็นคนอีสาน เวลาเราไปเดินแถวบ้าน ก็จะเจอพี่ ๆ น้อง ๆ คนแถวนั้น เขาบอกว่า ไม่มีงานเหรอ รอดูอยู่นะ เราก็เลยรู้สึกว่า อุ๊ย มีคนดูกูอยู่ ก็เลยตอบไปว่าได้ครับ เดี๋ยวผมจะรับครับ ผมก็รับแล้วครับ”

หลายคนมองว่าเราไม่ได้ขัดสน เพราะบ้านรวย ?
“มันไม่ได้เกี่ยวว่าขัดสนไม่ขัดสนครับ ใครๆ ก็อยากได้ตังค์ครับ เศรษฐกิจแบบนี้อย่างน้อยเรามีธุรกิจ เราก็หาเงินได้หลายช่องทางถ้าเรามีโอกาสครับ”

ช่วงที่หายไป เสียดายโอกาสที่เข้ามาไหม ?
“ถามว่าเสียดายไหม มันก็เสียดายครับ แต่ว่ามันผ่านมาแล้วมันแก้ไขไม่ได้ ทุกวันนี้ก็เลยตั้งใจครับ ตั้งใจกลับมาเหมือนเราได้เริ่มใหม่เกี่ยวกับการแสดงอีกครั้งหนึ่งครับ”

ตอนที่หายไปไม่ใช่เพราะความติสต์ใช่ไหม ?
“ผมว่าผมไม่ได้ติสต์หรอกครับ คนอาจจะมองว่าติสต์ ไม่มีคนจ้าง ด้วยความที่คนคิดว่าเราไม่ได้รับงานในวงการ แล้วเราก็เป็นคนที่ขี้เขิน ไม่กล้าที่จะบอกว่าจริงๆ ผมรับงานนะครับ แต่วันนี้ได้พูดแล้ว ก็สบายใจว่าจ้างได้ครับถ้าชอบคาแร็กเตอร์แบบนี้”

เป็นความในใจที่อยากจะอธิบายให้คนเข้าใจมาตลอด ?
“ใช่ครับ มันก็ประมาณนั้นแหละครับ ด้วยความที่ว่าบางคนติดภาพเราเป็นเด็กด้วย วันนี้เราก็เลขสามแล้ว บทบาทไหนที่เรารู้สึกว่ามีสิ่งไหนที่ตอนเราเป็นเด็กเรายังไม่ได้พัฒนาในการแสดง ทุกวันนี้เรารู้สึกว่าอยากพัฒนา อยากเป็นนักแสดงที่ดีคนหนึ่ง แล้วเป็นตัวเลือกให้กับหลายๆ ท่านได้หยิบเราไปเล่นเป็นตัวละครนั้นๆ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นตัว หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า เป็นตัวอะไรก็ได้ เรารักการแสดง มันเป็นความสุขเราไปแล้ว”

ข่าวที่ผ่านมาเรื่องของเรามีผลกับการไม่รับงานก่อนหน้านี้มั้ย ?
“อันนี้ผมไม่แน่ใจครับ แต่ผมคิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวกัน แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งมันก็เหมือนเราได้รีบูตตัวเองครับ พอมันได้รีบูตแล้วเราพร้อมแล้ว เมื่อก่อนผมเป็นคนที่ตัวเล็กด้วย ยุคสมัยนี้นักแสดงต้องมีกล้าม ก็เหมือนเราได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง ได้เรียนรู้ตัวเองด้วยครับ”

เรื่องเก่าจบไปแล้วใช่มั้ย ?
“เรื่องเก่าๆ จบนานแล้วครับ พอจบนานแล้วเราก็มีความสุขมาตลอด ยิ่งได้กลับมาทำงาน ก็ยิ่งแฮปปี้ มีความสุข”

ตอนนี้โสดมั้ย ?
“ตอนนี้ก็มีคนคุยบ้างครับ มีคนคุยอยู่ (สวยมั้ย?) แล้วแต่มุมมองครับ เราว่าก็โอเคครับ ผมว่าเรื่องหัวใจมันเป็นกันทุกคนแหละไม่ว่าจะเพศไหนก็ตามแต่ ถึงเวลาถ้ามันใช่มันก็ใช่ ถ้าไม่ใช่ก็ไม่ใช่ แต่ถ้าเราพูดเยอะแล้วเดี๋ยวมันจะหน้าแตก“

สาวอีสานมั้ย ?
”ไม่ใช่แล้วก็ไม่เชิงครับ ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็น เป็นคนนอกวงการ นอกโลกไปเลย (หัวเราะ)“

เปิดใจให้กับความรักอีกครั้ง หลังจากที่พักไป?
”ใช่ครับ มันก็เป็นธรรมดาแหละ มันอยู่ที่จังหวะด้วยแหละครับ ด้วยความที่ปีนี้ก็ 35 ผมก็รู้สึกว่าถ้ามีใครสักคนหนึ่งเข้ามาแล้วทำให้เราแฮปปี้ ก็อยู่คุยกันไปเป็นเพื่อนถ้ามันแก่ได้ก็แก่เพราะว่าสุดท้ายทุกคนมันก็ต้องมีคนที่อยู่เคียงข้างอยู่แล้ว“

กลับมาต้องรีบูตตัวเองยังไงบ้างเพื่อรับงานแสดง ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไป?
“ก็ทำการบ้านหนักมากครับ อย่างเรื่องนี้ผมทำการบ้านหนักมาก ซ้อมแล้วซ้อมอีกๆ เอาให้มันเข้าหัว แล้วพอวันหนึ่ง เราออกกองให้มันรู้สึกว่าเราพร้อมจริงๆ ซึ่งผมก็ตกใจตัวเองเหมือนกันว่าจริงๆ ตั้งใจมึงก็ทำได้นี่หว่าตี้ บอกตัวเอง ตอนนั้นอาจจะเด็กด้วย ติดเล่นไปบ้าง พอเราตั้งใจแล้วเราก็ทำได้ เรามีความสุขทุกครั้งที่ได้ไปออกกองครับ”

มายเซ็ตการทำงานกลับมาเป็นผู้ใหญ่?
“ก็หวังว่าจะเป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เพราะว่าเราได้บทเรียนตอนเด็กๆ บางทีตอนเด็กๆ เราดื้อมาก เกเรบ้าง ผู้ใหญ่พูดไม่ค่อยฟัง เขาบอกให้ซ้าย ผมไปขวา ทุกวันนี้ผู้ใหญ่บอกขวา ผมไปขวาเลยครับ ไปรอตั้งแต่ขวาแรกเลย”

ฝากเนื้อฝากตัวเรากลับมาแล้ว?
“ก่อนอื่นเลยนะครับ (ยกมือไหว้) ผมเล่นเรื่องนี้ไปเป็นเหมือน สส.แล้วเนี่ย อันดับแรกครับ ซีรีส์คมเดือน อย่าลืมติดตามนะครับ เป็นตัวละครตัวหนึ่งที่อาจจะได้แง่คิดอะไรบางอย่าง แล้วงานอื่นๆ ก็แจ้งได้ครับผมขอบคุณครับ (ยกมือไหว้)”

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน