“หญิง รฐา” มองดราม่าทำให้เดอะเฟซมีเสน่ห์ เผยรายการไม่มีสคริปต์ ตอบปมเมนเทอร์เปลี่ยนไปหลังจบรายการ ลั่น!ไม่มีชื่อฉันแน่นอน

เป็นการกลับมาเยือนเวที The Face Thailand อีกครั้ง สำหรับ หญิง รฐา โพธิ์งาม ที่มาสร้างสีสันให้โชว์สุดพิเศษกับเพลง “Diamond” ในเวที The Face Thailand Season 6 รอบ Final Walk เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งก็ทำเอาแฟนๆ เซอร์ไพรส์กันสุดๆ

“หญิง รฐา” มองดราม่าทำให้เดอะเฟซมีเสน่ห์ ตอบปมเมนเทอร์เปลี่ยนไปหลังจบรายการ

ล่าสุดเจอ หญิง รฐา มาร่วมงานบวงสรวงละครสลักรักในแสงจันทร์ ณ ลานหน้าอาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส ก็ได้เปิดใจถึงการกลับมาร่วมงานกับรายการเดอะเฟซอีกครั้ง นอกจากนี้ยังเผยถึงประเด็นดราม่าที่ ลูกเกด เมทินี เคยให้สัมภาษณ์ในรายการนึงว่า เมนเทอร์เดอะเฟซบางคนเปลี่ยนไปหลังจบรายการ

ไปร่วมงานเดอะเฟซเป็นยังไงบ้าง?
“ก็ดีค่ะจริงๆ ป้าตือโทรมาตั้งแต่สักเดือนกว่าๆ ที่แล้วแล้วแหละว่ามันจะมีไฟนอล วอล์คนะแต่ขอเก็บเป็นความลับ ก็อยากให้มาโชว์เป็นโอเพ่นนิ่งตอนเป็น Face of Legend ก็คือจะมีเมนเทอร์รุ่นเก่าๆ ขึ้นมา เราก็ตอบรับคำ เพราะว่าเราไม่ค่อยได้ร้องเพลง และช่วงนี้มีงานร้องเพลงเราก็อยากร้องเอาง่ายๆ ตรงนี้เลย”

“หญิง รฐา” มองดราม่าทำให้เดอะเฟซมีเสน่ห์ ตอบปมเมนเทอร์เปลี่ยนไปหลังจบรายการ

หญิงพอจะทราบใช่ไหม พอมันเกิดซีซั่นนี้มันก็จะมีปัญหาเรื่องเมนเทอร์ทั้งหลายกับผู้จัด?
“อันนี้ไม่ทราบทั้งหมด ขอพูดในทางที่เรารับรู้แล้วกันเพราะว่าเราก็ทำตัวเป็นผู้ดูคนนึง ใครสัมภาษณ์อะไรเราก็ไปดูเขาแล้วก็หาตรงกลาง หญิงคิดว่ามันน่าจะเป็น..คือหญิงเข้าใจในมุมของผู้ผลิตอย่าง โปรดักชั่นอะไรอย่างนี้ก็อยากมีอะไรใหม่ๆ ในทางคนที่เป็นแฟนคลับรายการก็ยังอยากจะดูอะไรที่มันเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของรายการนี้ ซึ่งเราเข้าใจทุกอย่างเลยแต่ว่าสุดท้ายพอทำออกมาแล้วมันก็มีคนดูใหม่ๆ เกิดขึ้น มีคนกลุ่มใหม่ๆ เกิดขึ้น

หญิงคิดว่าอนาคตมันก็มีความเป็นไปได้ที่มันจะเป็น เก่าผสมใหม่ หรืออะไรเกิดขึ้นก็ได้ แต่ ณ วันนี้ในมุมของผู้ผลิตหรือเจ้าของรายการ คงมองว่าอยากลองอะไรใหม่ๆ คือถ้าใหม่ก็ใหม่ไปหมดเลย ก็ลองดู แต่หญิงคิดว่าไม่ได้มีการทะเลาะอะไรกันเป็นเรื่องเป็นราวหรอก แต่ว่าแต่ละคนมันมีบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบเหมือนกัน ความรับผิดชอบในแต่ละรายการของสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ หญิงว่ามันก็ไม่แปลก แต่ถ้าวันหนึ่งในอนาคต มันอาจจะเห็นการกลับมา หรือว่าการมาร่วมงานกันอีกครั้ง หญิงว่ามันก็เป็นเรื่องที่เซอร์ไพรส์อยู่ดีในฐานะคนดู หญิงรู้สึกว่าวันหนึ่งจะกลับมาเป็นพี่เกดอีกครั้งหนึ่งหญิงก็เซอร์ไพรส์อยู่ดี หญิงก็แฮปปี้อยู่ดี”

“หญิง รฐา” มองดราม่าทำให้เดอะเฟซมีเสน่ห์ ตอบปมเมนเทอร์เปลี่ยนไปหลังจบรายการ

หญิงมองว่ามันเป็นเสน่ห์ของรายการไหม สปีดจนเป็นดราม่า?
“(หัวเราะ) มันเป็นเสน่ห์ไง เป็นเสน่ห์ของรายการกึ่งเรียลลิตี้แล้วกันที่ ณ วันนั้นตอน ซีซั่น 1 เราก็ยังไม่รู้ว่าแพลตฟอร์มรายการมันจะไปในรูปแบบไหน มันก็ลองผิดลองถูก ตัวหญิงเองอีพีท้ายๆ ถึงจะมาจับเจอว่าอ๋อ มันจะต้องไปทางนี้แหละ แล้วพอ ซีซั่น 2 – 3 มันถึงลงตัวมากๆ

เห็นไหมทุกอย่างมันก็ต้องมีการลองครั้งแรก มันไม่มีใครรู้หรอกว่ามันจะเป็นยังไง แต่เสน่ห์ของมันคือนี่แหละมันก็อยู่มาได้ จนทุกวันนี้ น้องๆ ก็ยังสามารถพูดมีมตั้งแต่ซีซั่น 1 จนถึงซีซั่นนี้ คือมันกลายเป็นวัฒนธรรมเหมือนกันนะ มันเป็นป๊อปคัลเจอร์บางอย่างที่รายการนี้มันสร้างกลุ่มคนแล้วก็กลุ่มคัลเจอร์ที่ค่อนข้างโพสิทีฟแล้วก็เอดูเขตมากๆ เลย เพราะว่ามันคือการที่ดูแล้วมันคือการติเพื่อก่อ เดินไม่ดีเลยต้องเดินอย่างนี้สิ ทำไมอันนี้ไม่อันนั้น ฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ทำไมอย่างนั้นอย่างนี้ คือมันทำให้เอดูเขตคน ให้รู้สึกว่าได้คิดต่อ แคมเปญ หรือว่ามาสเตอร์คลาสอะไรพวกนี้เหมือนเราได้คิดต่อ ได้สนุก คนดูก็ได้สนุกไปกับคนในรายการด้วย ก็เลยรู้สึกว่ามันเป็นเสน่ห์ของรายการนี้”

“หญิง รฐา” มองดราม่าทำให้เดอะเฟซมีเสน่ห์ ตอบปมเมนเทอร์เปลี่ยนไปหลังจบรายการ

อย่างหลายๆ คนจะถามทุกๆ คนที่ผ่านรายการว่าหลังรายการพอจบแล้วมันทะเลาะกันจริงไหม?
“สำหรับหญิงไม่รู้ว่ารุ่นอื่นเป็นยังไง แต่รุ่นหญิง พี่เกด พี่พลอย ไม่ทะเลาะกัน (มันมีเขม่นกันไหม?) มันไม่ถึงกับเขม่นแต่มันมีเอ๊ะ เพราะว่าคือมันไม่มีสคริปต์แน่นอน พูดได้เลยว่าไม่มี 100% แต่มันจะมีทีมงานคือสมมุติทีมหญิงก็จะมีทีมงานคนหนึ่งกับผู้หญิงอีก 2 คนถือกล้องตามถ่ายตลอดเวลา เขาก็จะแบบพี่หญิง พี่พลอยเขาพูดอย่างนี้มาอะไรอย่างนี้ แต่ว่าเราเชื่อว่าน้องกลุ่มนี้ น่าจะถูกบรีฟมาว่ารายการต้องการให้คาแร็กเตอร์หญิงเป็นยังไง คาแร็กเตอร์พี่พลอยเป็นยังไง คาแร็กเตอร์พี่เกดเป็นยังไง แล้วเราจะปั่นไปเวย์ไหนให้เขาอ๋อ ได้สิ แต่มันไม่มีสคริปต์ ความเก่งคือทีมโปรดักชั่นนี่แหละที่สามารถกรูมคาแร็กเตอร์ของแต่ละคนขึ้นมาให้เป็นที่จดจำ”

อย่างพอไม่มีสคริปต์แล้วเอาเสียงในหัวพูดไปเลยไหม?
“(หัวเราะ) ซีซั่นแรกเรายังเป็นน้องสุด เรายังไม่เล่นเกม แล้วซีซั่นแรกเราไม่รู้ว่าจะไปเวย์ไหน ก็จะมีความเกรงอกเกรงใจกันบ้าง แต่พอมายุคนี้หญิงว่ามันก็มีความสามารถพูดตรงๆ ได้ คือย้อนกลับไป 10 กว่าปีก็ยังไม่สามารถพูดตรงได้ขนาดนี้ อันนี้พูดในมุมของการทำงานในวงการ เรามีรุ่นพี่รุ่นน้องกันเนาะ แต่ณ วันนี้สำหรับหญิงมองว่าในการทำแคมเปญมันสามารถพูดได้ ว่าอันนี้ซ้ายหรือขวา ทำไมทำแบบนั้น ทำไมไม่ทำแบบนี้ ทำไมคุณโกงล่ะ ทำไมคุณใช้เวลาเยอะกว่า หรืออะไรอย่างนี้อันนี้มันสามารถพูดได้”

แสดงว่าถ้าพูดตรงมากในสมัยนั้นตำรวจจะลง?
“มันก็ด้วย แล้วเราเองก็มีเรื่องของความเคารพในผู้ใหญ่กันด้วย แต่ว่าถ้ายุคนี้หญิงว่ามันก็เหมือนผู้ใหญ่เขาก็ลงมาในระดับหนึ่ง เขาก็รับฟังมากขึ้น เปิดใจกันมากขึ้น”

หญิงรู้สึกยังไงที่พี่เกดพูดว่ามีเมนเทอร์บางคนไม่คุย ไม่ทัก เปลี่ยนไป?
“แต่เขามีชื่อหญิงนะ อันนี้เช็กแล้ว (หัวเราะ) ฉันดูของทุกคนฉันบอกเลย หญิงไม่รู้ว่าใคร หญิงไม่รู้ว่าเป็นยังไง แล้วแต่ละคนหญิงพูดเลยว่ารายการนี้มันเล่นกับความรู้สึกจริงๆ ถามว่าเหนื่อยไหม เหนื่อยนะ เพราะว่าเหมือนเรามีน้องๆ ลูกสาวที่เราอยากจะฟูมฟักให้เขาได้ แล้วมันเหมือนเราเลี้ยงเขามา สอนเขามา แล้วเราก็อยากให้เขาได้ แล้วบางทีมันเล่นแต่เกมเกินไป หรือบางทีมาเล่นกับใจเราเกินไป มันมีความเหนื่อยแล้วมันก็เป็นสนามอารมณ์เหมือนกันนะในการทำงาน มันก็เลยดึงพลังงานไปเยอะเหมือนกัน มันอาจจะมีขึ้นได้เพราะว่ามันไม่มีใครเล่นละคร ทุกคนมันใช้อารมณ์และความจริงมากๆ ในการทำงาน”

หญิงมีความสงสัยไหม?
“เราอ่านคอมเมนต์เอาว่าทิศทางไปทางไหน เป็นคนนั้นคนนี้ แต่ว่าใดๆ ก็ตามหญิงว่าไม่ใช่หญิง (หัวเราะ) แต่ใดๆ ก็ตามหญิงว่าในการทำงานไม่ว่าจะเป็นในเดอะเฟซ ในการทำงานในวงการบันเทิงหรือวงการไหน การก้าวเท้าขวาหรือซ้ายของเราบางทีมันก็ไม่ได้ถูกใจทุกคนหรอกถูกไหม ดังนั้นเราก็แค่อยู่ในพื้นที่ของเราแล้วกันทำในที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แล้วถ้าบังเอิญต้องไปกระทบกระทั่งใคร ก็ถ้ามารุนแรงถึงขั้นทำร้ายความรู้สึกกันก็แค่นั่งคุยกัน ปรับความเข้าใจกัน เชื่อว่าในฐานะของการทำงานในวงการมามันเคลียร์กันได้ แล้วเราไม่รู้หรอกว่าวันหนึ่งเราต้องวนกลับมาเจอใครในการทำงานอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งหญิงมองว่าถ้าการทำงานในแต่ละครั้งแล้วมีปัญหาก่อนจะจนบงานนั้นๆ เคลียร์กันไปเลย คุยเปิดใจกันไปเลยว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ อะไรที่ไม่สบายใจ เผื่อวันหนึ่งมันอาจจะไม่ได้กลับมาเจอกันในเดอะเฟซก็ได้ มันอาจจะไปเจอกันในละคร ไปเจอในอีเวนต์ คนเรามันเดินสวนทางกันตลอด

ดังนั้นสำหรับหญิงมองว่าอย่ารู้สึกไม่ดีต่อกัน เพราะว่าหญิงเชื่อว่าคนคนหนึ่ง มันก็ไม่ได้ว่าจะร้ายกับทุกๆ คน วันนั้นอาจจะเป็นวันไม่ดีของเขาก็ได้ เขาก็เลยจำเป็นต้องร้าย คือเราต้องเข้าใจว่าคนเรามันไม่ได้อยู่แค่ตรงนั้น ชีวิตเขาอาจจะไปเจอคนไม่ดีมาก่อนก็ได้ เขาก็เลยวันนั้นอาจจะหงุดหงิดไปทั้งวัน หรือว่าบังเอิญทำไม่ดีกับใคร แต่ว่าสุดท้ายมันอาจจะไม่ได้ใช่ทั้งหมดของเขา ก็ยืนยันว่าไม่ใช่หญิง ไม่มีชื่อเราอยู่ในนั้น”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน