สร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับแฟนๆ มา 3 EP แล้ว สำหรับละคร “พรหมพยศ” ละครโรแมนติกดราม่า จากค่ายมีเดีย สตูดิโอ ผลงานการกำกับฯ ของ ‘ต่อ’ ศุภฌา ครุฑนาค ที่นำแสดงโดย ‘มิกค์ ทองระย้า’ และ ‘เจนนี่’ ชยิสรา วัฒนะนาวิน ออกอากาศทุกจันทร์-อังคาร เวลา 20.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35
โดยวันนี้ ‘ต่อ ศุภฌา’ ผู้กำกับฯ มาเล่าเบื้องหลังละครเรื่องนี้ให้ฟัง

♦ ละคร พรหมพยศ มีเสน่ห์ น่าสนใจอย่างไร?
ต่อ – “อย่างแรก เป็นละครพีเรียดที่ย้อนกลับไปช่วงปี พ.ศ.2513 จะมีเสน่ห์ทั้งเรื่องเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย โลเกชั่น ธรรมชาติของผู้คนยุคนั้น อย่างเด็กๆ กระโดดเล่นน้ำกัน เป็นอีกเสน่ห์ที่จะมาเสริมให้ละครสนุกยิ่งขึ้น เพิ่มจากเรื่องราวของตัวละครที่พูดถึงความรักสมัยเด็กๆ ของนางเอกคือแป้งร่ำ (เจนนี่ ชยิสรา) ที่หลงรัก ก้าน (มิกค์ ทองระย้า) มาตั้งแต่ 5 ขวบ เพราะพระเอกช่วยชีวิตนางเอกไว้ เป็นความรักต่างวัย เป็นความรักที่เหมือนเด็กหลงรักผู้ใหญ่ มองว่าคนคนนี้คือฮีโร่ เป็นความฝังใจว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนที่ดูแลทุกๆ คน

จนโตขึ้นมา วัยของก้านจะเหมาะสมกับพี่สาวของเธอคือ น้ำอบ (วินนี่ ผิวทอง) มากกว่า แล้วก้านเองก็ชอบน้ำอบ แต่น้ำอบคือผู้หญิงสวยที่มีผู้ชายจีบเยอะ เจ้าแป้งก็เลยเปลี่ยนมาเป็นคนคอยกันไม่ให้หนุ่มๆ เข้ามายุ่งกับน้ำอบ คือจะคอยช่วยพี่ก้าน แป้งจะมีความรักครอบครัว รักพี่สาว รวมถึงจะมองว่าความรักของเธอเป็นไปไม่ได้ ทำได้แค่แอบรัก แต่พร้อมจะทำให้ก้านกับพี่สาวมีความสุข”

♦ การจับคู่กันระหว่างมิกค์กับเจนนี่?
ต่อ – “มิกค์เป็นผู้ชายมีเสน่ห์ อบอุ่น คาแร็กเตอร์เหมาะกับบทก้านในเรื่องนี้มาก ส่วนนางเอก ตอนแรกคิดกันเยอะว่าจะเอาใครเล่นดี เพราะยากอยู่ ไม่ว่าจะเรื่องนางเอกต้องเป็นเด็กอายุ 17-18 ปี หน้าตาก็อยากได้แบบไทยๆ หน่อย ต้องบอกก่อนว่าตัวผมชอบน้องเจนนี่มานานแล้วนะ ชอบคาแร็กเตอร์ของน้อง พอมีบทนี้ผมเลยให้เขามาแคสต์ดู ซึ่งก็เหมาะกับน้องเลย แล้วพอมาเข้าคู่กันก็ดูน่ารักมากๆ

เรื่องนี้ เจนนี่ต้องปรับลุกส์เยอะ พอทำความเข้าใจกับน้องแล้ว ทุกอย่างก็ไม่ยาก คือแป้งเป็นเด็กแก่น แก่นแบบฉลาด อาจจะแกมโกงนิดหนึ่ง (หัวเราะ) คือในจำนวนพี่น้อง 3 สาว น้ำหอม (เบนซ์-ชนกนันท์ เสนปิ่น) จะโตแบบเป็นสาวไปเลย ส่วนคนกลาง น้ำอบ จะยังมีความเป็นเด็กเอาแต่ใจตัวเองอยู่ แต่กับเจ้าแป้ง ความที่ถูกเลี้ยงแบบปล่อยๆ มีความทโมนแบบเด็กผู้ชายเลยจะมีความเป็นผู้ใหญ่ในตัวเองมากกว่าน้ำอบ พอเราอธิบายให้เจนนี่ฟัง น้องก็ทำออกมาได้ดีเลย เป็นแป้งได้อย่างรวดเร็ว มองว่ามาจากความตั้งใจของเขา ในการทำการบ้าน”

♦ ทราบว่ามิกค์เองก็คอยช่วยน้อง?
ต่อ – “ใช่ครับ ด้วยความที่เขาอยู่ด้วยกัน ตัวพี่มิกค์จะโตกว่าเจนนี่ เขาก็จะคอยสอน แนะนำน้อง ยิ่งทำให้เวลาที่ทั้ง 2 คนเข้าฉากด้วยกันแล้วมันออกมาดูน่ารัก แล้วยิ่งเขาสนิทกัน เคยเล่นละครด้วยกันมาก่อน มีความคุ้นเคยกัน รวมถึงตัวพี่มิกค์ ชอบแกล้งเจนนี่อยู่แล้ว ก็เลยยิ่งออกมาดูเป็นธรรมชาติ ทั้งในจอและเบื้องหลัง”

♦ แบบนี้จะได้เห็นฉากฟิน ฉากจิ้นเยอะไหม?
ต่อ – “เยอะเลยครับ มีทั้งฉากฟินๆ ฉากจิ้น คำว่าฉากจิ้นไม่ได้จำกัดความที่จะต้องเป็นฉากล้มทับสบตากันนะ ไม่จำเป็น แต่การที่เล่นกัน แหย่กัน ถีบกัน ก็กลายเป็นความจิ้นความฟินได้ หรือแม้กระทั่งการที่นางเอกทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อไม่ให้ผู้ชายคนอื่นมาแย่งพี่สาวไปจากพี่ก้าน การเจอกันของนางเอกกับพระเอกต่อให้ทะเลาะกัน ก็ยังรู้สึกฟินได้

คือผมรู้สึกว่าตัวละคร 2 ตัวนี้เขามีความรู้สึกดีๆ ให้กันอยู่แล้ว คือตัวนางเอกก็รู้สึกดีกับผู้ชายที่ช่วยชีวิตเขา ส่วนพระเอกถึงจะมองว่านางเอกเป็นเด็ก แต่ความใกล้ชิด จะทำให้เขาเริ่มรู้ตัวและเริ่มมองเห็นว่า วันนี้นางเอกไม่เด็กแล้วนะ จนมันกลายเป็นความหวั่นไหว ซึ่งกับมิกค์บทนี้ไม่ง่ายเลย เพราะต้องเริ่มต้นจากมองเจนนี่เป็นแค่เด็กน้อย ก่อนจะรู้ตัวอีกทีว่าสายตาที่มองเจนนี่เปลี่ยนไปแล้ว เหมือนจะง่ายแต่ไม่ง่าย แต่ผมไม่กังวลนะ เพราะพี่มิกค์ทำได้ดีมากๆ อยู่แล้วครับ”

♦ นอกจากคู่พระ-นาง ในละครยังมีนักแสดงอีกคับคั่ง?
ต่อ – “ใช่ครับ อย่างตัวละครน้ำอบ ที่น้องวินนี่เล่น น้องเล่นน่ารักมาก บทนี้ก็ท้าทายอยู่นะ จะว่าไปทุกตัวละครเปลี่ยนคาแร็กเตอร์ไปจากสิ่งที่เคยเล่นมาเกือบทั้งหมด ทั้งเจนนี่ วินนี่ เบนซ์ และ โอ๊ต (ชาคริต บุญสิงห์) เองก็เหมือนกัน ทุกคนมีความตั้งใจที่จะพลิกคาแร็กเตอร์ของตัวเองให้ต่างออกไป เป็นความท้าทายของนักแสดงทุกคนที่จะต้องทำการบ้านตรงนี้ แต่ที่ผมมองว่าทุกคนเจอความยากเหมือนกัน คือการที่ละครเรื่องนี้เล่าเรื่องในเวลาของช่วงปีพ.ศ. 2513 เป็นปีที่ทุกคนยังไม่เกิด แต่ละคนเลยไปหาข้อมูลกันมา ทำการบ้านมาหมด”
♦ อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ย้ำคือ บรรยากาศของปีพ.ศ.2513 หายากไหมในแง่การถ่ายทำ?
ต่อ – “โลเกชั่นในช่วงปีพ.ศ.นี้ ยังไม่ยากมาก เพราะเหมือนเราย้อนไป 50 กว่าปีเท่านั้น ยังมีหลายสถานที่ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้อยู่ แต่สถานที่อาจจะมีข้อจำกัด บางที่อาจจะแคบ บางที่เราอาจจะต้องถ่ายหลบมุม แต่ทุกโลเกชั่นจะมีเสน่ห์ของมัน อย่างตลาดเก่าแถวย่านบางบัวทอง เป็นตึกเก่าที่เขาเก็บบรรยากาศเอาไว้ เราก็ไปถ่ายแต่อาจจะหลบพวกสายไฟบ้าง เสาไฟบ้าง ต้องเลือกมุมกล้องนิดหนึ่ง หรืออย่างฉากพวกริมแม่น้ำ ริมคลอง อันนี้ไม่ยากในเรื่องลักษณะโลเกชั่น อย่างย่านปทุมธานีเราก็ไปกัน มีไปต่างจังหวัดด้วยคือ เพชรบุรี ไปถ่ายทำกันที่พระนครคีรี หรือเขาวัง ซึ่งในละครเรื่องนี้ เขามีฉากไปเที่ยวเขาวัง เป็นเอกลักษณ์ของเรื่องเลย

นอกจากสถานที่ ยังมีการสอดแทรกประเพณีต่างๆ ทั้งงานสงกรานต์ การทำขวัญข้าว เป็นเสน่ห์ของวัฒนธรรมในยุคนั้นที่น้อยคนจะรู้ อย่างการทำขวัญข้าว ตัวผมเองทั้งๆ ที่เกิดในยุคนั้นยังไม่รู้เลย ผมต้องไปหาข้อมูลว่าเป็นอย่างไร ผมตั้งใจอยากให้ทุกคนได้เห็นตรงนี้ เป็นเสน่ห์ที่อยากให้ทุกคนได้ชม เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ที่น่าสนใจ”
♦ ฝากละคร?
ต่อ – “สำหรับ พรหมพยศ อยากให้คนดูได้ดูละครในยุคพีเรียดเบาๆ ผมเชื่อว่าหลายคนอาจจะ โหยหาอดีต และสำหรับคนที่เกิดไม่ทัน ก็จะได้เห็นว่าในยุคนั้นเป็นอย่างไร มีเสน่ห์อย่างไร และแฟนๆ ละครที่ชื่นชอบนักแสดงในเรื่องนี้ ก็จะได้เห็นความน่ารักของพระนางและนักแสดงทุกคน ทุกตัวละคร อยากให้มาสนุกด้วยกันครับ”