มะเดี่ยว นายกสมาคมกำกับภาพยนตร์ไทย ยืนยัน สมาคมฯ โปร่งใส ตรวจสอบได้ เผยอีกฝ่ายทักไลน์กลุ่มข่มขู่สมาชิก ให้ฝ่ายกฎหมายดูรายละเอียด

เรียกว่าอยู่ๆ ก็กลายเป็นประเด็นร้อนทันที เพราะอยู่ๆ ต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค ผู้กำกับหนังชื่อดัง เดินทางมาที่ สำนักการสอบสวนและนิติการ วังไชยา เพื่อร้องเรียนให้ตรวจสอบ เพิกถอนสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย

 

งานนี้ผู้สื่อข่าว ข่าวสดบันเทิงออนไลน์ ต่อสายตรงถึง มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ถึงประเด็นดังกล่าว

โดยทาง มะเดี๋ยวเผยว่า “เอาในนามอะไร (เอาในนามส่วนตัวก่อน?) ส่วนตัว มันก็ อิยั่งว่ะ! มันมาถึงเราได้ยังไง วันนี้เขากำลังพูดถึงเรื่องว่า สมาคมมีความไม่โปร่งใสต่างๆ นานา แต่เอาเงิน THACCA มาเป็นร้อยล้านใช่ไหม ซึ่งมันไม่เป็นความจริง ทั้งหมดทางสมาคมเรามีการดำเนินการมานานแล้ว รายได้จากสมาคมก็มีหลายหลายอย่าง ช่วงต้นปีที่ผ่านมามันมีโครงการของ THACCA มันมีงบประมาณในการอุดหนุนของโครงการต่างๆ

เราก็ให้สมาชิกเราทำโครงงานส่งเข้าไป ก็ได้การพิจารณาจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรมที่เค้าดูแลเรื่องนี้อยู่ เป็นขั้นเป็นตอน มีกรรมาธิการไปดูแลกำกับตรงนี้ ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่ทางกฎหมายรองรับ แต่ทีนี้พอเข้ามาก็จัดสรรเงินไปทำโครงการ ตามที่เขาขอ เหมือนสมาคมอื่นๆเลย ที

จัดการเรื่องบัญชีมันก็มีบริษัทภายนอกเข้ามาดูแล ซึ่งกำลังทำอยู่ แล้วก็โควิดที่ผ่านมาไม่ได้ทำ เราต้องรื้อต้องทำอะไร เรื่องของบัญชีมันต้องใช้เวลา เราก็ไม่สามารถแถลง ถ้าใครมาถามในกลุ่มไลน์ เราก็บอกไม่ได้ในเรื่องของตัวเลข มันก็จะมีประชุมใหญ่ เราก็จะแจกแจงเรื่องนี้ให้ฟัง

พี่ยังเข้ามาเป็นนายกไม่ถึงปีเลยใจเย็นๆทุกคน กำลังทำอยู่ เราดำเนินการสมาคมอย่างมีหลักการ และเป็นมืออาชีพ สถานภาพของพี่เค้า เค้าไม่ได้เป็นสมาชิก อันนี้ต้องเรียนไว้ เพราะเค้าลาออกแล้ว มันมีหลักฐานว่าเค้าลาออกตั้งนานแล้วตั้งแต่ปี 2020

5ปีแล้ว เขาก็ไม่ได้กลับมา และไม่ได้แสดงท่าที่ว่าจะกลับมาร่วมแต่อย่างใด เราก็คิดว่าเค้าไม่ได้เป็นสมาชิก ทีนี้การเป็นสมาชิกของสมาคมก็มีระเบียบ ไม่ใช่ว่าอยู่ในกลุ่ม ไลน์ และเป็นสมาชิกทั้งหมด การดำเนินการสมาคมมันมีหลักการ มันมีกฎ มีข้อกำหนดของมันรองรับอยู่ เราพยามจะทำให้คนในสมาคมเข้าใจ

ทั้งหมดที่เค้าไปแถลงข่าว ตามกฎหมายแล้วเค้าไปแจ้งได้ ทางหน่วยงานนิติการเค้ารับไว้แล้ว เค้าก็จะส่งมาตรวจสอบ ซึ่งเรายินดีทุกขั้นตอน คนที่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบก็ยินดี 100% ว่าจะให้ความร่วมมือ ถ้าเค้ามาขอนะ แต่ผู้ที่ไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้อง เราคงกิจการภายในของเรา ไปให้ข้อมูลไม่ได้ เป็นอย่างนี้ทุกสมาคม จริงๆไม่ได้ปกปิดอะไร แต่ทางกฎหมายเป็นยังงั้น”

ตอนที่ ต้อม ยุทธเลิศ ทั้งเข้ามาในไลน์กลุ่ม แล้วสอบถาม เราตกใจกันไหม? “ไม่ได้ตกใจอะไรเป็นเรื่องที่คาดการณ์ไว้แล้ว ว่าวันนึงมันจะต้องมีอะไรแบบนี้เพราะก่อนหน้านั้นทางพี่เค้าก็มีเรื่องมีราวกับผู้กำกับท่านอื่น เหมือนพยายามให้ทางเราเข้าไปดูแลไกลเกลี่ย ที่นี้ความขัดแย้งระหว่างบริษัท ก็คือความขัดแย้งทางธุรกิจ พอมานั่งอยู่ตรงนี้ พี่ไปขึ้นศาลหลายครั้ง ด้วยความขัดแย้งทางธุรกิจ

นายกสมาคมจะมีประสบการณ์ สุดท้ายมันจบด้วยการไกล่เกลี่ย หรือว่าไปตามสัญญาที่เค้าเซ็นกัน ส่วนใหญ่เป็นคดีแพ่ง เคสนี้เป็นความขัดแย้งระหว่างพี่เค้า พี่พิงและบริษัท ผมคิดว่ามันน่าจะจบได้ด้วยตัวเอง มันไม่ใช่เรื่องที่สมาคมจะเข้าไปยุ่งตรงนั้น เราเคยไปยุ่งหลายเคสแล้วแต่ว่าสุดท้ายเค้าก็จะไกล่เกลี่ยกันว่าไปตามตัวบทกฎหมาย ตามสัญญาว่าเค้าเซ็นอะไรกัน”

“ทั้งนี้ทั้งนั้นมันคือความขัดแย้งที่เกิดจากธุรกิจ มันจะจบที่ว่าทุกฝ่ายเอาสัญญาฉบับนั้นมาดู แล้วก็ว่ากันในชั้นศาล ส่วนผมจะมีสัมพันธไมตรี กับใครมันเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นทางของสมาคมหรือหน่วยงานใด เราจะไม่ไปยุ่ง เพราะงั้นมันเป็นความขัดแย้งระหว่างบุคคล ซึ่งไม่มีทางออกทางออกมันมีอยู่แล้ว คุณไปฟ้องศาลแพ่ง คงจะไปทำอะไรก็เอาตามสัญญา ที่วางกันไว้ ใครจ่ายใครไปเท่าไหร่ มีการผิดสัญญามันจบได้โดยกระบวนการ”

“เช่นเดียวกันกับเรื่องการเข้ามาตรวจสอบความโปร่งใสของสมาคม สมาคมเป็นองค์กรเอกชน การดำเนินการอะไรมันก็มีขั้นมีตอนของมัน ไม่ว่าจะเป็นการยื่นคำร้องอะไรกับหน่วยงานรัฐมั นก็มีขั้นตอนของมัน ซึ่งเราก็ไม่ได้ซีเรียส เรายินดีให้ตรวจสอบ มันเหมือนมีงานงอกขึ้นมาอีกอัน มันก็ไม่ใช่เรื่องที่มันจะเกิดขึ้น เราอยู่ของเราดีดี แล้วมีคนมาเคาะประตูบ้านก็มาถามเอานู่นเอานี่ แล้วมันก็ไม่น่าคุยด้วย”

เราเห็นความรุนแรงในการพูดของอีกฝ่าย ?เราเห็นความไม่ให้เกียรติคนอื่น จริงๆในกลุ่มไลน์ ถ้ามีคนแคปไปให้ดู จะเห็นว่าพี่ไม่ได้พูดเพราะนะ เค้ามีการข่มขู่คุกคามสมาชิกคนอื่นด้วย เรารับไม่ได้นะ อำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบ หรือความชอบธรรมในการตรวจสอบ มันก็เป็นคำถามง่ายๆว่าคุณมีหน้าที่อะไร คุณมีความชอบธรรมตรงไหน ในการที่เข้ามาตรวจสอบ และการเข้ามาถามในไลน์ และให้คนไปตอบทันที มันไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่”

มันน่าจะเกิดจากประเด็นแรกเลยคือประเด็นของตัวเค้าเอง จากครั้งแรกที่มาขอความช่วยเหลือจากสมาคม แต่ทางสมาคมก็เหมือนแบบให้พวกคุณไปจัดการกันเองไหม?

“โดยรวมเค้าไม่เคยมาขอความช่วยเหลือจากสมาคม ไม่เคยมาขอช่วยเหลือจากใครนะ ไม่ได้รับการติดต่อเราเห็นดราม่านี้อยู่สักพักแล้ว ก็ไม่รู้แอคเค้าท์ในทวิตตอร์เป็นเค้าหรือเปล่า ที่โพสต์อะไรอยู่ตลอดเวลาอยู่ตอนนี้ ถ้าเป็นเค้า มันก็นำไปสู่การฟ้องร้องในคดีได้เลยนะ อันนี้พี่ก็เป็นห่วงนิดนึง

แต่เค้าก็อยู่ตรงนั้นของเขาพี่ก็ไม่ไปยุ่ง สมาคมก็ไม่เอาตัวเราไปยุ่ง มันไม่ใช่ธุระของเรา แต่ยืนยันว่าไม่เคยมาขอความช่วยเหลือ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเคสนั้น แต่ก็มีคนมาปรึกษาบ้าง แต่ไม่ได้อยู่ในกับเคสนั้น มันก็เลยกระทบกับหนังเรื่องนั้นที่มันกำลังเข้าโรงนิดนึง”

“มันไม่เกี่ยวโดยสิ้นเชิง ทั้งเคสที่ไปแถลงข่าวในวันนี้ ก็ไม่ซีเรียสอะไร แล้วเรื่องในกลุ่มไลน คือมันไม่เป็นทางการ คนในนั้นก็เป็นสมาชิกทั้งหมด เพราะฉะนั้นใครจะเข้าใครจะออกยังไง มันก็เรื่องของเขา เราแค่รับทราบ ไปร้องเรียนทางหลวงเค้าก็ทำตามขั้นตอนก็ว่าไป อยากจะรู้อยากจะเจออะไร เรื่องรายรับรายจ่าย ออดิทของสมาคมเดี๋ยวมันก็เป็นไปตามวาระ

แต่วาระในทางกฎสมาคม คนที่เกี่ยวข้องคือสมาชิกนะ มันไม่ได้เปิดให้สาธารณะชนดูได้ เพราะเราไม่ได้เป็นองค์กรแต่งตั้งในภาครัฐ ไม่ได้เอาภาษีของคนมาตั้งองค์กร ในส่วนของภาครัฐ เค้าก็ส่งงานไปตามปกติ ยังไงตัวเลขจำนวนเท่าไหร่ แต่ถ้ามันต้องเปิดเผยในสาธารณะ มันก็ว่ากันไปอีกที ทุกสิ่งทุกอย่างในตอนนี้ที่มันเกิดขึ้นมันก็ยังไม่ได้แถลงข่าว ว่าเรามีฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายกฎหมายก็ต้องฟังว่าพี่เค้าพูดอะไรไปบ้าง เราจะแถลงในมุมไหนอะไรยังไงดี ทำอะไรก็ต้องมีความระมัดระวัง”

จะมีการ ฟ้องร้องไหม? (ถอนหายใจ) มันก็มีอย่างอื่นต้องทำเยอะ สำหรับเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ในมุมพี่คนเดียวนะ ทางสมาคมเราเคลียร์ตัวเราเองได้อยู่แล้ว แต่เขาก็สร้างความเสียหาย ก็ให้ดูจากในเน็ตก็เริ่มมาอะไรอีกและ คอมเม้นต์ด่าเราบ้างอะไรกันบ้าง

มีหลายประโยค ที่พูถึงเรื่องเอางบที่ได้มา ไปนั่งเครื่องฟรี เพื่อไปเทศกาลต่างๆ? “มันก็เป็นงบที่ทางรัฐเค้าจัดสรรมาให้ เป็นงบอุดหนุนของรัฐ ในงบเนี่ยมันก็ ให้คนทำหนังไปเข้าตลาด เพื่อเอางานไปขาย ซึ่งงบตรงนี้เป็นงบของรัฐ เพื่อเอางานไปขาย เพื่อให้ต่างชาติเค้าซื้อ แล้วนำรายได้กลับเข้ามาในประเทศไงครับ มันอธิบายได้หมดนะครับ

หรือถ้าเค้าอาจจะไปเห็น เวลาคนเค้าไปเค้าก็ถ่ายรูปลั้นลาลงกัน แต่ถ้าเค้าไปตลาดไปงานเค้าก็อาจจะไม่ได้ถ่ายรูปลงมั้ง มันก็เป็นมุมมองที่คนเห็นรูปมันก็สามารถตีความไปในทิศทางของตัวเองไรงี้ มันอธิบายได้หมดแหละ รัฐเขาให้งบมาแบบเขาเรียกงบเดินทาง บางเทศกาลเค้าก็ไม่ได้มีงบเดินทางให้นะ เค้ามีแค่ตั๋วที่เข้าไปในงาน หน่วยงานเอกชนบางทีก็ต้องซื้อตั๋วไปเองเหมือนกัน แต่บางทีมันก็ไม่ได้แบบได้เลยไปเลย แต่มันจะมีแบบการส่งชื่อเข้าไป แล้วมีการพิจารณากลั่นกรอง ว่าคนไหนที่เค้าไปแล้วเค้าจะขายของได้ มันมีขั้นมีตอนของเขา

มันชัดเจน แต่ผมเข้าใจว่าคนจะไม่เข้าใจผมเรื่องนี้ เพราะถ้าพูดในมุมเดียวก็เป็นไปได้ที่คนจะไม่เข้าใจ แล้วก็เข้าใจก็คงว่ากัน ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้ทุกเรื่อง ก็ขอให้ไปตามตรงนั้นไป ไม่ใช่อยู่ดีๆแล้วเบิกเงินหลวง แล้วขึ้นเครื่องบินไปเที่ยว”

จะไปวัดนี้ไหม เห็นล่าสุดไปทำบุญโลงศพ? “จริงๆ จะไปอยู่แล้ว บ้านอยู่ใกล้วัด มันก็นะ มันก็เป็นบางเคสอ่ะเนาะที่เราอยู่เฉยๆก็ซวย ไม่ได้เครียดอะไร แต่บางคนก็จะตื่นตระหนกตกใจ มีแบบนี้ขึ้นมา แต่ตอนนี้เราก็มีงานอย่างอื่นทำอยู่ แต่เดี๋ยวการแถลงของสมาคมมันก็คงจะออกมา”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน