“ตูน บอดี้สแลม” เล่าเส้นทางดนตรี ผ่านบทเพลงบนเวที SX Talk Stage เผยข่าวดีคอนเสิร์ตใหญ่ปี 70 ที่ราชมังคลาฯ

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 เวลา 18.00 น. ที่งาน SUSTAINABILITY EXPO 2025 พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ “ตูน อาทิวราห์ คงมาลัย” หรือ “ตูน บอดี้สแลม” ได้ขึ้นเวที SX Talk Stage เพื่อแบ่งปันเรื่องราวชีวิตของตัวเองผ่านบทเพลงที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย ท่ามกลางผู้ชมที่ให้ความสนใจอย่างคับคั่ง

แรงบันดาลใจจากครอบครัวและเส้นทางสายดนตรี ตูนเริ่มด้วยการย้อนความทรงจำวัยเด็ก โดยเผยว่าคุณพ่อคือผู้มีอิทธิพลทางดนตรีอย่างมาก “ทุกวันตอนคุณพ่อขับรถไปส่งที่โรงเรียน ภาพจำคือผมจะนั่งข้างๆ เขา แล้วเขาร้องเพลงให้ฟัง คุณพ่อฟังทุกแนว เราได้อิทธิพลจากตรงนี้”

จากนั้น ตูน ได้ร้องเพลงแรกในงานคือเพลง “ขอบใจจริงๆ” ของ เบิร์ด ธงไชย ก่อนจะชวนผู้ชมร่วมบริจาคเงินให้กับโครงการ “ก้าวเพื่อน้อง” และตามด้วยร้องเพลง “พริกขี้หนู” ของซูเปอร์สตาร์คนเดิม

เส้นทางดนตรีเริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อเขาได้เข้าศึกษาที่สวนกุหลาบวิทยาลัย “พอมาอยู่สวนกุหลาบก็ได้ร้องเพลงมากขึ้น ได้ร้องเพลงที่ไม่เคยฟัง ได้ไปประกวดด้วย” เขาเล่าถึงเวทีประกวดแรกในชื่อวง NTD และได้ร้องเพลง “คิดไปเอง” ของ หิน เหล็ก ไฟ เป็นการระลึกถึงอดีต ต่อมาได้เปิดคลิปตอนประกวด Hot Wave Music Awards พร้อมให้ข้อคิดแก่คนรุ่นใหม่ว่า “สนุกไปกับมัน เต็มที่เอ็นจอยกับชีวิต ชีวิตวัยรุ่นมีครั้งเดียว ทำไปถ้าไม่เดือดร้อนใคร มันสนุกตรงที่ได้ทำ” โมเมนต์สำคัญคือการที่ “พี่เอก ธเนศ” ชวนสมาชิกในวงไปออกอัลบั้ม ซึ่งทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก

ซึ่งในงานตูนได้ร้องเพลง “อีกหน่อยเธอคงเข้าใจ” ของ เอก ธเนศ ก่อนจะเล่าถึงการออกอัลบั้มแรกกับวง La-On (ละอ่อน) ที่มาพร้อมความตั้งใจที่จะไม่ทำให้พ่อแม่เสียใจ และการเรียนนิติศาสตร์ จุฬาฯ ควบคู่ไปกับการทำวง เพราะในยุคนั้น “การเล่นดนตรีคือการเต้นกินรำกิน มันไม่ใช่อาชีพที่ถูกคนมองแบบปัจจุบัน”

หลังจากฟอร์มวงไปประกวดที่สยามจนได้รางวัลชนะเลิศ ตูนได้เขียนจดหมายถึง พี่ปุ้ม พงษ์พรหม และได้รับการตอบกลับ ซึ่งนำมาสู่การร้องเพลง “สองมือ” ที่เขาถือเป็นเพลง Top 5 ในชีวิตด้วยเสียงอันไพเราะ

โดยเล่าต่อว่า ก้าวสู่ Bodyslam และจุดเปลี่ยนของชีวิต หลังเรียนจบตูนเล่าถึงช่วงที่กำลังทำอัลบั้มแรกของ Bodyslam ว่า “ไม่มีงานประจำ ร้องเพลงกลางคืน ไปเป็นสจ๊วด เพื่อหาสตางค์เลี้ยงดูตัวเอง และทำอัลบั้ม ขอวัดกับตัวเองให้ทำสำเร็จ” เขาเล่าถึงการฟอร์มวงในชื่อ “กุหลาบขาว” ที่ร้องเพลง “ทะเลและเวลา” ของ T-Bone ทุกคืน และได้นำเพลงนี้มาร้องให้ผู้ชมฟัง ซึ่งเพลงนี้มีความสำคัญกับชีวิตของเขามาก ถึงขั้นนำมาตั้งชื่อลูกทั้งสองคนว่า น้องทะเล และ น้องเวลา เพราะเป็นเพลงที่ฟังแล้วช่วยเยียวยา

และโมเมนต์แห่งความสำเร็จมาถึง เมื่อเพลง “งมงาย” กลายเป็นเพลงแรกที่ขึ้นอันดับหนึ่งของ Hot Wave ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของวง Bodyslam ก่อนที่ในปี 2548 การย้ายมาอยู่สังกัด GMM และการออกอัลบั้มที่ 3 จะทำให้พวกเขาเป็นที่รู้จักมากขึ้น และนำไปสู่คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกที่ธันเดอร์โดม “บัตรขายหมด เป็นคอนเสิร์ตแรกที่แม่ผมรออยู่หลังเวทีแล้วพูดว่า ‘แม่เชื่อแล้วนะว่าตูนทำได้'” เป็นช่วงเวลาที่ทั้งแม่และลูกได้ปลดล็อกความกังวลในเส้นทางอาชีพนักร้อง

โดยอัลบั้มที่ 4 “Safe My Life” มีเพลงที่เขารักที่สุดคือ “ขอบคุณน้ำตา” ก่อนจะตามมาด้วยอัลบั้มที่ 5 “คราม” ซึ่งนำไปสู่การเล่นคอนเสิร์ตที่ราชมังคลากีฬาสถานเป็นครั้งแรกในชื่อ “ไลฟ์ อิน คราม” และได้ร้องเพลง “คิดฮอต” ในงานเป็นเพลงที่มีแรงบันดาลใจจากความสุขในวัยเยาว์

ต่อมาได้พูดถึงโครงการ “ก้าวคนละก้าว” ที่เริ่มต้นจากกรุงเทพฯ-บางสะพาน และต่อมาในเส้นทางเบตง-แม่สาย เพื่อระดมทุนให้ 13 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ได้ถือกำเนิดขึ้น ทำให้เกิดมูลนิธิก้าวคนละก้าว และเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเพลง “แสงสวรรค์”

หลังจบคอนเสิร์ตที่ราชมังฯ ตูนได้ขอ ก้อย รัชวิน แต่งงาน และแต่งเพลง “เวลามีน้อย” เพื่อใช้ในงานวิวาห์ โดยอยากให้เพลงนี้เป็นตัวแทนของการใช้ทุกจังหวะของชีวิตคู่ให้คุ้มค่า

ปัจจุบัน ตูน เผยถึงความสุขในฐานะพ่อคนว่า “สำหรับผมการมีลูกคือการเรียนรู้ต่อ ว่าเราจะทำได้ดีไหม…ผมยังสนุกกับการแต่งเพลงร้องเพลงและเล่นคอนเสิร์ต รู้สึกว่าไม่อยากร้องเพลงแล้ว อยากอยู่บ้านกับเขา ไม่อยากพลาดวันสำคัญของเขา การไปรับที่โรงเรียน การกอด เป็นความสุขที่ผมอยากเจอทุกวัน”

ก่อนจะปิดท้ายด้วยเพลงสุดท้ายที่แต่งขึ้นหลังมีลูกคือเพลง “เธอคือความสุข” และฝากประชาสัมพันธ์ว่า ปีหน้าจะมีงานวิ่งการกุศลของมูลนิธิก้าวคนละก้าว ให้ติดตามรายละเอียดได้ทุกช่องทาง

ทั้งนี้ ตูนยังได้ฝากข่าวดีถึงแฟนเพลง โดยระบุว่าในปี 2570 Bodyslam จะมีคอนเสิร์ตใหญ่ฉลองครบรอบ 25 ปี ที่สนามราชมังคลากีฬาสถานอีกครั้ง

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน