โชคดีได้แม่ช่วยบริหารเงิน จิณณ์ จิณณะ เผยวิกฤตละครยังไม่กระทบชีวิต ตอนนี้ขอนิ่งๆ ไม่ลงทุนทำธุรกิจเพิ่ม
เมื่อหนุ่ม จิณณ์ จิณณะ อดีตนักแสดงช่อง 7 มาร่วมงานเปิดตลาด “A fair” อร่อยเกรดเอ ของนักปั้นมือทอง เอ ศุภชัย ณ เทอร์มินัล21 พระราม 3 จากนั้นหลังจบงานหนุ่มจิณณ์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลังจากเจ้าตัวตัดสินใจไม่ต่อสัญญาต้นสังกัดเดิม และผันตัวมาเป็นนักแสดงอิสระแบบเต็มตัวว่า รวมถึงอัพเดตถึงผลงานละคร ที่ตอนนี้เจ้าตัวหวนมาเล่นซีรีส์วายอีกครั้ง

เป็นยังไงบ้างชีวิตหลังอิสระ? “มาเล่นกับพี่เอ เรื่องรักสาปสูญ มีพี่เขตต์ ฐานทัพ และค่ายกองทัพมาเสริมทัพด้วย แล้วผมมีซีรีส์วายอีกหนึ่งเรื่อง แต่ว่ายังบอกไม่ได้ เพราะว่ากำลังเปิดตัวเดือนหน้า ถ่ายไพล็อตเรียบร้อยแล้ว ผมเป็นนักแสดงนำ เป็นอีกหนึ่งบทบาทใหม่ๆ ที่เราเคยเล่นเมื่อนานมาแล้ว แต่ตอนนั้นอาจจะยังไม่บูมเท่าช่วงนี้ แต่วันนี้เหมือนได้กลับไปอีกครั้งหนึ่ง ก็ลองดูครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”
พอได้กลับไปเล่นเป็นยังไงบ้าง? “เอาจริงๆ เพราะมันเป็นเรื่องบทละคร ผมมองว่าทุกอย่างมันน่าท้าทายหมดแค่อยากให้เป็นตัวละครในคนเชื่อจริงๆ มากที่สุดมากกว่า ต่อให้ไม่ใช่ซีรีส์วายหรือว่าจะเป็น แอ็คชั่น หรือบทละครปกติ เราก็อยากเต็มที่อยู่แล้ว แต่พอเป็นอะไรใหม่ๆ แล้วก็รู้สึกตื่นเต้นแต่ก็อยากทำให้ดีที่สุด”
ช่วงหลังนักแสดงหันมาทางนี้เยอะ? “อาจจะเป็นช่วงไทม์มิ่งของเขา ก็คือมีอะไรที่ติดต่อมาผมก็ยินดีไปรับ ทุกคนอาจจะเห็นว่ามันเป็นกราฟขึ้น อาจจะเห็นว่าทำไมนักแสดงถึงหันมาเล่นวาย จริงๆ ผมว่าเขาอาจจะเดินตามเทรนด์ ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องอยากให้ทุกคนติดตามครับ”
เราคิดไว้ไหมว่าอนาคตอยากให้มันปังเหมือนนักแสดงท่านอื่นที่มาลงตลาดนี้? “เอาจริงๆ ผมอยากให้ทุกๆ สายงานไม่ว่าจะเป็นแนวละครทางเก่า หรือว่าจะไม่ใช่ซีรีส์วาย หรือเอาง่ายๆ คืออยากให้วงการละครกลับมาบูมอีกครั้งดีกว่า ผมว่าช่วงนี้มันค่อนข้างซบเซาเป็นช่วงขาตก ผมเลยมองว่าอยากให้วงการละครกลับมาบูมอีกครั้ง เพราะว่าทุกๆ สายงาน ทุกๆ อาชีพไม่ว่าจะเป็นเบื้องหลังเบื้องหน้า ผมว่าทุกคนมีผลกระทบหมด ผมรู้สึกว่าอยากให้ละคร หนัง หรือในทางด้านนี้กลับมาอีกรอบ”
วงการบันเทิงขาลง แอบเครียด? “ผมโชคดีที่เข้ามาในวงการบันเทิงช่วงแรก มีคุณแม่คอยคุมเงินเรา เขาบล็อกเงินเราทุกบาททุกสตางค์ที่เราได้เงินมาจากการทำงานในวงการ แม่จะเก็บหมดแล้วผมจะได้เงินเดือนจากคุณแม่เดือนละ15,000 บาท ของเงินตัวเอง

ช่วงถ่ายละครก็ใช้พอเพราะกินข้าวกอง แต่ถ้าไม่มีกองก็แย่เหมือนกัน ต้องบริหารไปให้ได้ แม่ดูแลบัญชีมาให้เป็น 10 ปีแล้ว ผมเลยไม่มีปัญหา เมื่อก่อนช่วงแรกมีปัญหา เรารู้สึกว่าเราทำงาน7 วันเลย สมัยก่อนถ่ายไปออนไป มันก็เหนื่อย เราอยากจะได้อะไรที่ทำให้เรารู้สึกยิ้ม ก็เริ่มมีวาจา แต่พอวันนี้เราหันกลับไปมองก็รู้สึกขอบคุณเขา ทำให้วิกฤตต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือผ่านมาแล้วไม่กระทบชีวิตเลย”
ไม่คิดจะทำธุรกิจแบบคนอื่น? “ข้อเสียของผมเลยคือผมเป็นคนที่ไม่ทะเยอทะยานเอามากๆ เราจะพอดีๆ กับตัวเอง ผมมองว่าการที่เราจะก้าวไปจับธุรกิจเราต้องศึกษาให้ดีจริงๆ ก่อน เหมือนที่รุ่นพี่เขาประสบความสำเร็จด้านธุรกิจ บางทีเราเห็นหลายคนประสบความสำเร็จก็อยากจะก้าวเข้าไปในธุรกิจแต่ผมแค่มองว่าจริงๆแล้วคนที่มองไปในเส้นทางแบบนี้ถอยออกมาเยอะก็มี เราอยู่อย่างพอดี ละเมียด ไม่ใช้เงินก้อนสุดท้ายแล้วไปทำ ผมว่าดีที่สุด พอเพียงครับ”

ทุกวันนี้ถ้าแม่ยังให้เงิน 15,000 บาทจะพอใช้? “พอใช้ครับ แล้วผมยังเก็บเงินจากใน 15,000 บาทที่มีมาเป็นเงินเก็บของตัวเองด้วย เราสามารถซื้อของอะไรที่เราอยากได้ได้ เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้วตั้งแต่ก้าวเข้ามาในวงการบันเทิงเลย สำหรับผมเองไม่มีปัญหา
ถ้าจะจ้างเพิ่มก็ยินดีครับ ช่วง 2 ปีหลัง ถ้าได้งานอีเวนต์เขาจะแบ่งให้ 10% จากงานอีเวนต์ ถ้ามีค่าใช้จ่ายในห้องเราก็แอบเอาไปไว้ที่เขา ให้เขาจ่าย อาจจะดูว่าทำไมยังให้พ่อแม่จ่าย เพราะจริงๆ แล้วผมโดนบริหารเงินมาแบบนี้ ทำให้เงินใน 15,000 ของผมที่แม่จัดให้ มันมีเพิ่มมาเรื่อยๆ สามารถจับจ่ายเงินได้”