เผยเหตุหายไปไหน เวียร์ ศุกลวัฒน์ คืนหน้าจอแล้วแง้ม3โปรเจ็กต์ใหม่ต่อเนื่อง ตอบเตรียมจะเป็นคุณพ่อลูกสองหรือเปล่า – พูดถึง น้องวิริน อยากให้อยู่กับพ่อแม่นานที่สุดไม่รีบไปโรงเรียน
พระเอกหนุ่ม เวียร์ ศุกลวัฒน์ ที่ตอนนี้ควบตำแหน่งคุณพ่อลูกหนึ่งสุดอบอุ่น เตรียมกลับมามีผลงานให้ได้ติดตามกันต่อเนื่อง หลังหายไปถ่ายทำมา ล่าสุด เวียร์ มาร่วมงานแถลงข่าวภาพยนตร์เรื่อง “เสือ” ณ อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก ก็ได้แง้มถึง 3 โปรเจ็กต์ใหม่ พร้อมอัพเดตชีวิตครอบครัว
“ก็ช่วงที่หายไปก็ไปทำงานนี่แหละ คือก็ต้องใช้เวลาเนอะ สมกับการรอคอย แน่ ๆ ทั้ง3โปรเจ็กต์เป็นโปรเจ็กต์ที่ยอดเยี่ยม เพราะว่าส่วนใหญ่ระยะการทำงานมันสั้นลง สมัยก่อนทำงานก็ 7-8 เดือนเรื่องหนึ่ง ปัจจุบันประมาณ 2-3 เดือนก็เสร็จแล้ว”
โกนหนวดแล้ว?
“เรื่องหนวด จริงๆ โกนหมดแล้ว แต่พอดีวันนี้อยากให้มีความเข้ม ก็เลยติดหนวดมานิดนึง บวกกับมีโปรเจ็กต์หนึ่งถ่ายอยู่ เป็นซีรีส์ที่ยังบอกไม่ได้ ตอนนี้ก็ยังถ่ายอยู่อีกเรื่องหนึ่ง ตอนแรกก็เสียดายหนวดนิดนึง แต่ต้องเริ่มโปรเจ็กต์ใหม่ เขาก็ต้องให้โกน พอถึงเวลาแล้วก็โอเค คือมันคงไม่มีอะไรให้ไว้อย่างนี้อีกแล้วนะ หรืออาจจะมีอีกก็ไม่แน่ ก็ครั้งหนึ่งในชีวิตตนไม่เคยไว้ยาวขนาดนี้ “เสือ” น่าจะเป็นโปรเจ็กต์แรกเลยที่ไว้หนวดไว้เครา ผมยาวขนาดนี้ ลูกสาวจำหน้าพ่อได้ แต่บางทีหอม เขาก็จะบอกเจ็บแต่ก็ชินแล้ว ส่วนภรรยาก็แซวจบโปรเจ็กต์โกนแล้ว แต่เขาก็ชอบทั้ง2แบบ”
เราต้องวางแผนไปเที่ยวตลอดไหม?
“จริงๆชอบเที่ยวมาก แต่งานก็ต้องทำ ก็อยากจะพาลูกไปเที่ยว อยากจะไปเดินธรรมชาติกัน คือพูดทุกวัน ทำงานอยู่ก็พูด คือมันเหมือนเป็นแรงผลักดันนะ มันเหมือนมันมีความสุข ที่ได้ไปเที่ยวกับครอบครัว ถ้าเป็นไปได้ต้องมีทริปทุกเดือน แต่ตอนนี้มันทำงาน จริงๆ พอมีเวลาสักสามวัน บางทีก็ไปอยู่บ้านต่างจังหวัด”
รับงานเยอะเตรียมเป็นพ่อลูกสองหรือเปล่า?
“ตอนนี้ยังไม่ได้คิดเรื่องลูกอีกคน ตอนนี้ก็เต็มที่กับ “วิริน” จริง ๆ คุณแม่เหนื่อย เหนื่อยมาก คือฟูลไทม์ 24 ชั่วโมง เราก็เลยรู้สึกว่า ถ้าจะพร้อมจริง ๆ คนที่เหนื่อยที่สุดก็คือแม่ เพราะตอนนี้เราพยายามให้เขาอยู่กับเราให้นานที่สุด ก่อนจะเข้าโรงเรียน เพราะเรารู้สึกว่าเด็กไปเรียนตอนที่ยังไม่ถึงเวลาที่ต้องไปเรียน เขาจะไม่มีความสุขหรอก เขาน่าจะอยากเล่นมากกว่า ก็อาจจะมีคุณแม่คอยดูว่าเหมือนจะมีหลักสูตรอะไรไหมที่สามารถอยู่ที่บ้านได้ แล้วพอถึงเวลาจริงๆ ก็ค่อยให้เขาไปเรียน
ถึงเวลาแล้วค่อยไปเรียนแล้วกัน ไม่ต้องไปเตรียมหรอก อยู่กับพ่อแม่นี่แหละ ลูกไปโรงเรียนก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงเหมือนกัน ถามว่าคิดภาพไว้ไหมว่าจะต้องร้องไห้ฟูมฟายหรือเปล่า มันก็คงต้องมีแหละ คิดว่าทั้งคู่คงเกาะรั้วดูลูก คุยกันแล้วว่าจะไปแอบดูที่โรงเรียน สองคนกอดคอร้องไห้กันอยู่ในรถ
แต่ยังไม่ได้คุยกับลูกเรื่องโรงเรียน ก็พยายามไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้เขาฟัง คือคุณแม่เขาซื้อหลักสูตรซื้อหนังสือมา เขาก็สอนทุกวัน มีอะไรก็สอนเขาไปเรื่อย ๆ คือพ่อกับแม่นี่แหละ ผ่านมาแล้ว เรียนมาก่อนก็สอนเขา”
“สุดท้ายฝากข้อความถึงทหารไทยก็ขอเป็นส่วนหนึ่งที่ให้กำลังใจพี่ทหารชายแดน ก็สู้ ๆ เป็นกำลังใจให้ทุกคน”

