สมมงซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ‘แจ็คสัน หวัง’ (Jackson Wang) คืนบัลลังก์กลับมายืนบนเวทีอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งกับการเปิดฉากเวิลด์ทัวร์ “MAGICMAN 2 WORLD TOUR 2025-2026 in Bangkok Presented by Galaxy Resorts Thailand” ที่เปิดแสดง 2 รอบ ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี บัตรขายหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว เพราะแฟนๆ เมืองไทยรอต้อนรับ ‘พี่แจ็ค’ อยู่แล้ว

งานนี้ผู้จัด iMe Thailand พร้อมเสิร์ฟ โปรดักชั่นสุดอลังการระดับโลก และความคิดสร้างสรรค์ สมศักดิ์ศรีที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเมืองแรกในการเปิดเวิลด์ทัวร์ครั้งนี้ ตอกย้ำพลังความเป็นซูเปอร์สตาร์ และเสน่ห์ระดับนานาชาติของ ‘แจ็คสัน’ อย่างแท้จริง

สำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้ถือว่าเป็นการกลับมาจัดเวิลด์ทัวร์อีกครั้งของ ‘แจ็คสัน’ ในรอบกว่า 1 ปีครึ่ง เจ้าของฉายา “Magic Man” กลับมาพร้อมการแสดงที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าคำว่าดนตรี เพราะ ‘แจ็คสัน’ พาผู้ชมดำดิ่งสู่การเดินทางสุดลึกซึ้งที่ผสานเสียง เพลง ภาพ และการเล่าเรื่องเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบราวกับภาพยนตร์

คอนเสิร์ตเปิดฉากขึ้นอย่างอลังการตั้งแต่วินาทีแรก ก่อนที่ ‘แจ็คสัน’ จะปรากฏตัวขึ้นด้วยซีนห้อยตัว ท่ามกลางเสียงกรี๊ดถล่มทลาย จากนั้น ‘แจ็คสัน’ ก็พาแฟนคลับนับหมื่นคนในฮอลล์ เดินทางเข้าสู่โลกของเขาที่เต็มไปด้วยแพสชั่น เสน่ห์ และความทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อสร้างโชว์ MM2 ออกมาดีที่สุดอย่างจริงใจ ตลอดโชว์การแสดงผสมผสานระหว่างการเล่าเรื่องและศิลปะได้อย่างลงตัว เพลง High Alone , Access , Hate To Love เพิ่มดีกรีของความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่ ‘แจ็คสัน’ จะประกาศก้องว่า “ผมกลับมาแล้ว!!” แค่พาร์ตเปิดเวทีก็สะกดแฟนๆ ทั้งฮอลล์แล้ว

สำหรับไฮไลต์ของคอนเสิร์ตที่เรียกเสียงกรี๊ดทะลุฮอลล์ คือโมเมนต์สุดเซอร์ไพรส์เมื่อแฟนคลับด้านล่างถูกเชิญขึ้นเวทีมาเป็นส่วนหนึ่งของโชว์ ในเพลง Shadows in the wall, Contact และ Closer แบบใกล้ชิด การคัมแบ๊กบนเวทีคอนเสิร์ตที่ประเทศไทย ‘แจ็คสัน’ ใส่รายละเอียดความพิเศษไว้มากมายด้วยตัวของเขาเอง ใช้ดนตรีไต่ระดับความมันส์แบบต่อเนื่อง จากการขนเพลงฮิต Not For Me, Everything, Long Gone, Dopamine โชว์ผสานโปรดักชั่นสุดอลังการ และการถ่ายทอดตัวตนของ ‘แจ็คสัน’ อย่างแท้จริงการเติบโตและการเดินทางที่เต็มไปด้วยความรู้สึกจากใจ ที่ผู้ชมทุกคนสัมผัสได้จากการเป็นส่วนหนึ่งของคอนเสิร์ตนี้

ภาพ ‘แจ็คสัน’ ของแฟนๆ ชัดขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงแดนซ์เบรกที่ ‘แจ็คสัน’ สาดความเท่ไม่ยั้ง เสริมความฮอตจนคนดูทั้งฮอลล์ลุกขึ้นมา hype ตามแบบหยุดไม่อยู่ กับเพลง BUCK, Let Loose, TITANIC บัตรนั่งที่ไม่ได้นั่งมีอยู่จริง เวลายิ่งผ่านไป แฟนๆ ก็ยิ่งคาดเดาไม่ออกว่า ‘แจ็คสัน’ จะพาเข้าสู่โหมดไหนต่อ จนมาถึงช่วงซึ้งกินใจกับเพลง Sophie Ricky ที่ ‘แจ็คสัน’ ตั้งชื่อตามคุณพ่อคุณแม่ เขาถ่ายทอดอารมณ์ออกมาอย่างจริงใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ แฟนๆ ในฮอลล์ก็น้ำตาซึมตามอย่างไม่รู้ตัว

ปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยเพลง “Made Me A Man” เพลงที่เปรียบเสมือนการก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากในชีวิต เพื่อหล่อหลอมให้กลายเป็น ‘แจ็คสัน’ ที่แข็งแกร่งอย่างทุกวันนี้ ในช่วงท้ายไม่มีใครอยากให้คอนเสิร์ตจบลง แฟนๆ ไม่มียอมย้ายตัวเองออกจากฮอลล์ รอให้ ‘แจ็คสัน’ กลับขึ้นเวทีอีกครั้ง แล้วก็สิ้นสุดการรอคอย เมื่อ ‘แจ็คสัน’ ปรากฏตัวตามเสียงเรียกร้องของแฟนๆ พร้อมพลังที่ยังเหลือล้นหลังเติมเอเนอร์จี้จากเสียงเรียกของแฟนๆ ที่ดังไม่มีแผ่ว ทิ้งท้ายแบบไม่ออมแรง จัดแนว EDM ให้จนฮอลล์เดือด

ถือได้ว่าทุกโชว์ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านแรงบันดาลใจจาก “MAGICMAN 2” อัลบั้มที่สะท้อนตัวตน และความรู้สึกจากใจของ ‘แจ็คสัน’ มากที่สุด การแสดงถูกออกแบบให้ดำเนินไปเสมือนภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง แบ่งเป็นบทต่างๆ ของอารมณ์ ตั้งแต่พลังล้นทะลักของ Strength ความเย้ายวนของ Seduction ความเปราะบางของ Emotional ความบ้าคลั่งของ Wild จนถึงบทสรุปแห่งการ Acceptance (การยอมรับ) ทุกช่วงล้วนถูกถ่ายทอดด้วยความละเอียดอ่อนในระดับภาพยนตร์ ทำให้ผู้ชมเข้าถึงอารมณ์ของแต่ละเพลงได้อย่างลึกซึ้งและเป็นส่วนตัว

การออกแบบเวที แสง และระบบเสียงถูกสร้างขึ้นเพื่อเสริมการเล่าเรื่องของ ‘แจ็คสัน’ ถ่ายทอดอารมณ์ของแต่ละเพลงได้ทรงพลังยิ่งขึ้น และเน้นย้ำความจริงใจที่อยู่เบื้องหลังการแสดงทุกช่วง นอกจากนี้ แต่ละโชว์ยังสะท้อนเส้นทางชีวิตที่หลากหลายของ ‘แจ็คสัน’ ถ่ายทอดประสบการณ์ และการเติบโตในเส้นทางศิลปินให้แฟนๆ ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

ปิดฉากคอนเสิร์ตที่ไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยหลังจากนี้ ‘แจ็คสัน’ เตรียมเดินทางระเบิดความมันส์กับ “MAGICMAN 2 WORLD TOUR” ต่อที่ มาเก๊า, กัวลาลัมเปอร์, มะนิลา, โตเกียว, ลอนดอน, ลอสแอนเจลิส, ริโอเดจาเนโร, ซิดนีย์ และอีกหลายประเทศทั่วโลก ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในเส้นทางของ ‘แจ็คสัน’ ในการตอกย้ำสถานะ ศิลปินระดับโลกตัวจริง