อั้ม อธิชาติ ถูกมองเป็นเกย์ตั้งแต่เข้าวงการ เบื่อบอกแล้วไม่เชื่อ หนักสุดถูกผู้ใหญ่เตือนให้อยู่ห่าง ‘มดดำ-คชาภา’
หายหน้าหายตาจากงานแสดงไปนาน สำหรับ อั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์ ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวได้หันไปทำธุรกิจอย่างเต็มตัว ล่าสุดได้เจอหนุ่มอั้ม เลยได้มีโอกาสพูดคุยถึงชีวิตในวงการบันเทิงที่ผ่านมา

โดยช่วงหนึ่งของการพูดคุย ผู้สื่อข่าวข่าวสด ได้ถามถึงช่วงชีวิตของการเป็นนักแสดงข่าวไหนที่รู้สึกแย่ที่สุด?
เจ้าตัวถึงกับหัวเราะ พร้อมกับเล่าว่า “ถ้าถามสมัยเด็กๆ คนก็จะมองว่า พี่อั้มเป็นเกย์หรือเปล่า ปากแดงหน้าขาว คือจริงๆ เจอมาตลอด เจอตั้งแต่ก้าวขาเข้าวงการครั้งแรกเลย และเจอเรื่องราวนี้มาตลอด แต่ถ้าในยุคนี้ หน้าขาวปากแดงคืออะไร สายวาย อย่างที่บอกเราเห็นกันเปลี่ยนผ่าน บางเรื่องมันไม่ได้มีเรื่องผิด เพียงแค่อยู่ถูกที่ถูกเวลาไหม
เช่นถ้าในยุคก่อนผู้ชายที่มีลักษณะขาวปากแดงมีความหวานๆ พวกนี้อาจจะมองดูอีกแบบนึง แต่ในยุคนี้ไม่ใช่ ถ้าถามว่าข่าวที่เจออะไรคงจะเป็นเรื่องราวเหล่านี้ เพราะตอนเด็กๆ ต้องบอกว่าด้วยความที่เราเป็นผู้ชาย เวลาที่เราเจออะไรที่แบบคนมามองเราไม่ใช่แบบนั้น
เราก็จะเกิดคำถามว่าก็เราบอกแล้วว่าไม่ได้เป็น แล้วทำไมยังไม่เข้าใจอีก พูดจาก็แล้ว สื่อสารก็แล้ว ก็ยังไม่เข้าใจ มีแฟนก็มากมายหลากหลาย คือเรียนรู้มนุษย์อย่างนึงว่า จริงๆ แล้วเขาอยากให้เป็นในสิ่งที่เขาต้องการ ความพึงพอใจความชอบ เขาไม่ได้อยากฟังสิ่งที่เป็น อยากแค่ฟังในสิ่งที่ตัวเองถูกใจ”

ด้วยความที่บุคลิกเราคนขาว เคยอยากที่เปลี่ยนบุคลิกไหม? “เอาอย่างนี้เด็กๆ เคยถามนะ พอเจอ มากๆ ถามว่าตกลง กูเป็นหรือเปล่าว่ะ คือเราไม่เป็นจนรอบข้าง ซึ่งเด็กทุกคนเป็นหมดกับการรับแรงกดดัน เราจะเห็นได้ว่าพอเด็กๆ เริ่มโตขึ้นมามีชื่อเสียง เจอคนรายล้อม เจอสิ่งต่างๆ ถ้ารับแรงกดดันไม่ได้มันจะเขว
ตอนเด็กๆ เคยถามตัวเองทำไมขนาดนั้น เราขาวปากแดงขนาดนั้นหรือมันจะเป็นหรือเปล่า ซึ่งมันไม่เคยจะมีความรู้สึกกับเพศที่เป็นเพศเดียวกัน ผมเชื่อว่าเด็กๆ ทุกคนมี เราก็เลยรู้สึกว่าก็มันไม่ใช่ เราก็เลยบอกว่าถ้าเป็นวันนึงเราจะบอก ไม่ต้องมาถาม มันไม่ใช่ไข้หวัดที่มันเป็นแล้วหายหรือจะกลับไปเป็นอีก แล้วจริงๆ คนรายล้อมตั้งแต่เด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นคุณมดดำ เราเจอกันตั้งแต่เด็ก แล้วก็สนิทกัน ต่อให้มีข่าวอย่างไร

มีช่วงนึงข่าวหนักมาก เป็นแฟนคุณมดดำ แม้กระทั่งผู้ใหญ่ยังบอกว่าห่างๆ มดดำหน่อย เพราะว่าเขาเป็นแบบนั้น เราก็บอกว่าไม่ได้นี่คือเพื่อน เรารักกันแบบเพื่อน แล้วจะบอกวันนี้เราห่วงตัวเองแล้วต้องห่างจากเพื่อนหรอ มันคือความบริสุทธิ์ใจ ไม่ว่าเราจะไปไหนในเมื่อใจเราไม่มีอะไร ความเป็นจริงไม่มีอะไรแล้วทำไมเราจะต้องไประวังความคิดของคนอื่นที่เราเปลี่ยนแปลงเขาไม่ได้”
มันมีปัญหากับชีวิตไหม เหมือนเวลาเราจะไปจีบใคร? “ถามว่ามีปัญหาไหมกับความสัมพันธ์ ไม่มี แต่ผู้หญิงบางคนก็บอกว่าต้องเช็คก่อน พอชัวร์ว่าไม่ใช่ก็ใส่เกียร์เขาก็โอเค คือผู้หญิงเค้าก็ต้องเช็คของเอาง่ายๆ เขาก็ต้องดูได้แหละว่า ใช่ไม่ใช่ ปฏิกิริยาการอยู่ร่วมกันเป็นอย่างไร ผู้หญิงก็จะตอบได้ แต่ถ้ามีเอ๊ะ..เมื่อไหร่ เขาก็ตอบได้เองนั่นแหละ แต่ถ้าถามว่ามีผู้ชายจะมองไหม มันก็เป็นปกติ นึกออกไหมเพราะข่าวมันเยอะมาก ไปไหนผู้ชายก็มองบางทีเขาก็คิดอย่างไร”

ปัจจุบันเป็นยุคไร้พรมแดนทางเพศ? “ใช่ เขาบอกเป็นยุคไร้ขอบเขตของพรมแดงทางเพศ ขอบเขตทางการสื่อสาร ยุคเดิมก็จะมีกรอบต่างๆ เอาง่ายๆ สมมติว่ายุคนี้เป็นยุคเปิด ถ้าผมเป็นผมคงเปิดไปแล้วแหละ แต่ก็คือมันไม่ใช่ ก็บอกเหมือนเดิมตั้งแต่วันแรก เพราะผมก็พยามยามย้ำ อะไรที่ผมพูดแล้วว่า เป็นแบบนี้เป็นแบบนั้น ผมก็ยังยืนยังคำเดิมตลอดครับ”