“ฮิวโก้” ให้พื้นที่ “ฮาน่า” จัดปาร์ตี้ชุดนอน บอกโตแล้วทำอะไรได้ พร้อมปล่อยอัลบั้ม “D’Electro” ถ่ายทอดอิสระทางดนตรี

เพิ่งผ่านวันเกิดของภรรยาสาว “ฮาน่า ทัศนาวลัย” ไปหมาดๆ ล่าสุดเจอสามีสุดเท่ “ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์” ที่มาร่วมงานรอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์ดราม่า-ระทึกขวัญจาก Netflix เรื่อง ลักกันวันตาย ณ โรงภาพยนตร์ One Ultra Screens ชั้น 5 โซน The Parade ศูนย์การค้า One Bangkok จึงได้ถามถึงบรรยากาศวันเกิดภรรยา

ซึ่งเจ้าตัวเผยว่าวันเกิดฉลองกันทั้งเดือน ทั้งปี ชีวิตคู่ที่อยู่ด้วยกันเกือบ 20 ปี ไม่จำเป็นต้องมีวันพิเศษอลังการ ก็มีความสุขได้ทุกวัน เมื่อถามถึงปาร์ตี้ชุดนอนของแก๊งเพื่อนสาวที่ฮาน่าร่วมสนุก ฮิวโก้ตอบด้วยความเข้าใจว่า “เขาโตแล้ว ไม่มีใครให้ไฟเขียวไฟแดงเค้าหรอกครับ เขาอยากทำอะไรก็ทำ มันเป็นสิทธิ์ของเขา”

เพิ่งจะผ่านวันเกิดกับฮาน่ามาเมื่อเดือนก่อน ฉลองอะไรกันยังไงบ้าง? “ฉลองทั้งเดือนครับ ทั้งปี ก็เตรียมตัวสำหรับปีหน้าแล้วครับ”

เห็นช่อดอกไม้ดอกกุหลาบช่อโต ใช่ของเราไหม? “ของเพื่อน เพื่อนเขาเยอะมาก บางทีก็ต้องดูเรื่องทรัพยากร บางทีเพื่อนให้เค้กให้ดอกไม้จนล้นบ้าน มันไม่มีช่องให้ผมให้แล้ว”

วันเกิดปีนี้เค้ารีเควสต์อะไรบ้าง? “ไม่ครับ เราแต่งงานกันมาน่าจะเกือบ 20 ปีแล้ว มันเลยช่วงเวลาที่จะรีเควสต์แล้ว ก็ออกไปกินข้าวกันเป็นครอบครัว”

เห็นแก๊งสาวสาวจัดปาร์ตี้ใส่ชุดนอน ให้ไฟเขียวผ่านไหม? “เขาโตแล้ว ไม่มีใครให้ไฟแดงไฟเขียวเค้าหรอกครับ เค้าอยากทำอะไรเค้าทำ มันเป็นสิทธิ์ของเขา”

ผลงานเพลงตอนนี้เป็นยังไงบ้าง? “เพิ่งปล่อยอัลบั้มหกเพลง ชื่อเพลง “D’Electro” สามารถฟังได้ทุก Streaming ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ทำไว้กับ พี่เจมส์ มณฑล และ Dave McCraken ใช้เวลาทำเจ็ดวัน หรือแปดวัน แล้วก็เป็นผลงานที่ค่อนข้างอิสระ ลองไปฟังดูครับ”

Feedback เป็นยังไงบ้าง? “ก็ดีครับ คือแฟนเพลงเราเป็นคนที่รสนิยมที่ดีอยู่แล้ว และเป็นคนที่ใจกว้างและเปิดรับอะไรที่ท้าทายและซับซ้อนได้ ชุดนี้ไม่มีข้อแม้อะไรเลยครับ เป็นการทดลองล้วนๆ และเป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้ชายสามคนที่ทำงานร่วมกันมานานแล้ว ทำงานร่วมกันมาเยอะ ผมก็ค่อนข้างภูมิใจกับมัน ระหว่างนี้ก็เตรียมตัวเรือสำราญ ราตรีอมตะภาคสาม ซึ่งเป็นภาคอวสานของสามชุดนี้ เราก็มีผลงานเตรียมไว้ให้เรื่อยๆ จนถึงปีหน้า”

ความเป็นศิลปินของเรา ยังมีจุดไหนที่อยากจะไปให้ถึงอีกไหม? “คือทุกงานที่ได้ออกไปเล่น หรือมีคนชวนไปร่วมงาน หรือฟีเจอริ่ง ทุกชิ้นมันให้ความหวัง เราไม่ได้เล็งไปที่เป้าหมายอะไรเท่าไหร่ เราแค่พยายามรักษามาตรฐานคุณภาพคิวซี งานตัวเราเอง แล้วพอถึงเวลาที่จะต้องขึ้นเวทีหรือจะไปเล่นให้คนอื่น เราเต็มที่ เราค่อนข้างอยู่ในจุดที่ไม่ถึงกับมั่นใจตัวเอง แต่รู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่ รู้ขอบเขตของความสามารถตัวเอง อยู่ที่การใส่ใจด้วยแหละ”

อย่างการร่วมงานเพลงกับศิลปินรุ่นใหม่หรือศิลปินให้แนวเพลงต่างกันสามารถเปิดรับได้ไหม? “ก็ได้นะครับ มันขึ้นอยู่กับว่ามันเหมาะหรือเปล่า มันเพราะหรือเปล่า เราไม่ได้ปิดอยู่แล้ว ถามว่ามีใครติดต่อมาขอคอแลบด้วยหรือยัง ก็ยังนะครับ อย่างล่าสุดคอแลบกับน้องมิลลิ”

ถือว่าเป็นการเปิดกว้างกับเด็กเจนใหม่ไหม? “แน่นอน และมันก็ทำให้รู้สึกว่าวงการเพลงของเรา มันก็ไม่ได้น่าเป็นห่วง คนเก่ง คนขยัน เยอะแยะ และทุกเจนก็ผลิตกลุ่มใหม่ขึ้นมา สำหรับผมการทำงานกับศิลปินรุ่นน้อง ไม่ว่าจะเป็นน้องมิลลิ หรือน้องภูมิ หรือใครต่อใคร เค้าดูแบบมากพรสวรรค์กันหมด พร้อมมาก ตั้งแต่วัยอายุยังน้อยๆ มันก็ตื่นเต้นที่จะเห็นน้องๆ ทำอะไรกันต่อ จะไปถึงไหนกัน แต่คือมันก็แตกต่างพวกของตลาด บางทีเพดานสำหรับบางคนมันสูงขึ้นด้วย ในเรื่องของอินเตอร์ ในเรื่องของเกาหลี หรือแม้แต่ อเมริกาใต้ สังเกตว่าเริ่มมาชอบพวกเกิร์ลกรุ๊ป ไอดอล บ้านเรา มันคึกคักดีนะ แต่ผมไม่รู้ว่าการเงินหลังบ้านของทุกคนเป็นยังไง แต่ถ้ามองจากภายนอกวงการเพลง ค่อนข้างคึกคัก”

ในฐานะที่อยู่วงการมานานแล้วรู้สึกชื่นใจกับวงการเพลงที่มันยังไม่หายไปไหน แล้วมันก็เติบโต? “คือมันอาจจะเหมือนมีการตัดไขมันไปในยุคเทปผีซีดีเถื่อน มาถึงยุค MP3 ไขมันโดนตัดไปเยอะมาก วงการก็จะลีนมาก ก็จะเหลือแต่คนที่รักจริงๆ เพราะว่าถ้าอยากร่ำอยากรวย บางทีทำอย่างอื่นอาจจะดีกว่า เลยมันเหมือนไม่ค่อยมีตัวปลอมแล้ว ผมรู้สึกว่าไปเทศกาลดนตรี ไปเดินไปเดินมาฟังเวทีนู้นเวทีนี้ไม่มีคนไหนเล่นไม่ได้ หรือเล่นไม่ดี น้ำหนักการตีกลองของทุกวงก็น่าฟัง นักร้องทุกคนร้องตรงโน้ต ผมว่ามาตรฐานค่อนข้างสูงครับ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน