โคตรเดือด “เสือ” (4 Tigers) ภาพยนตร์แอ๊กชั่นไทยฟอร์มยักษ์ จากสหมงคลฟิล์มฯ ผลงานการกำกับฯ ของ ‘โขม’ ก้องเกียรติ โขมศิริ ที่จะย้อนกลับไปยังต้นกำเนิดของ “สี่เสือในตำนาน” แห่ง “จักรวาลขุนพันธ์” อย่าง เสือฝ้าย-เวียร์ ศุกลวัฒน์, เสือมเหศวร-มาริโอ้ เมาเร่อ, เสือใบ-เป้ อารักษ์ และ เสือดำ-โตโน่ ภาคิน เสริมทัพด้วย 2 ตัวละครใหม่ รสริน-หลิน มชณต และ หลวงประสาน-ท็อป ทศพล
โดย ‘โขม ก้องเกียรติ’ ผู้กำกับฯ เรียกน้ำย่อยเล่าเบื้องหลัง ก่อนที่แฟนๆ จะชมในโรงภาพยนตร์ 23 ต.ค.นี้

♦ ที่มาที่ไปโปรเจ็กต์ “เสือ”
โขม – “เกิดจาก จักรวาลขุนพันธ์ ความคิดเดียวกันกับตอนทำ ขุนพันธ์ 1-3 ในเรื่องการปั้น ไอคอนิก (Iconic) ตอนทำขุนพันธ์เกิดจากเราเห็นโมเดลแบตแมนตอนเด็ก พอทำหนังเราอยากมีแบบนี้บ้าง ก็เกิดการเซ็ตอัพขุนพันธ์ขึ้นในฝั่งตำรวจ แต่พอเป็นฝั่งโจรที่ต้องเล่าถึงฝั่งเสือจะมีความสนุกกว่า ไม่ตึงเท่า แล้วก็ไม่ใช่เสือตามประวัติศาสตร์ เป็นตัวละครที่ถูกสมมติขึ้น มีความรีแล็กซ์ได้ และยังเกิดเป็นไอคอนิกฝั่งเสือได้อีก”
♦ ทำไมเลือกเสือ 4 ตัวมารวมกัน ก่อนทำภาคแยกทีละคน
โขม – “มันมีความสนุกกับไดเร็กชั่นของการมาเจอกัน สี่เสือ สี่คน สี่ทิศ พอเป็นโจรมันจะหักหลังกันเมื่อไหร่ก็ได้ เราเห็นความสนุกเลยอยากทำอันนี้ก่อน แล้วเดี๋ยวภาคแยกค่อยว่ากัน เราได้เห็น เสือทุกตัวมาแล้วใน ขุนพันธ์ เข้าใจในมิชชั่นของเขา แต่ยังไม่เคยมีมุมของเสือจริงๆ ว่าแต่ละคนคิดอะไร เรารู้ว่าเขามีอาคมอะไรกัน มีคาแร็กเตอร์ยังไง

หนังมีความแอ๊กชั่น แฟนตาซี หวือหวา สนุกและฟรีฟอร์ม มันเหมือนรวมฮิต รวมดาว มีความมหรสพแบบที่เราชอบ รวมมิตรสี่คนมาเจอกัน เคมีของ พี่โอ้-พี่เวียร์-พี่เป้-พี่โน่ พอยต์มันคือกวนๆ ตอนทำมันยาก ทุกคนทำการบ้านกันสุดๆ การทำงานเดือดมาก แต่การเจอสี่คนนี้มันสนุกมาก”
♦ เรื่องราวของ “เสือ”
โขม – “เริ่มต้นช่วงกำลังจะเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นเคลื่อนกำลังพลผ่านไทยหวังใช้เป็นจุดพัก และมีสินทรัพย์ที่เป็นทองให้ไว้กับประเทศสยาม แต่ทองหายไปเกือบครึ่ง แล้วยุคนั้นเป็นยุคที่เสือเบ่งบาน เป็นยุคที่รัฐบาลประกาศสงครามกับเหล่าอาชญากรเพื่อไล่ล่าเหตุผลที่ทองหายไป เลยใช้เหตุผลนี้ออกล้างบางเสือ ประกาศขึ้นค่าหัว

โดยมีทีมหลักของกลุ่มนักล่าคือทีม ‘หลวงประสาน’ ที่ท่านจอมพลใช้เป็นอาวุธในการไล่ล่าเสือ สมัยนั้นเสือมีค่าหัว 20 บาท 50 บาท แต่จะมี 4 เสือ ที่ 500 บาท ขณะเดียวกัน ก็มีนกต่อมาจ้าง ‘เสือใบ’ จัดการจอมพลด้วยค่าหัว 1 ล้าน แต่ ‘เสือมเหศวร’ อยากได้เงินนี้ด้วย ‘เสือดำ’ ก็มีเหตุผลอยากได้เงิน แต่จอมพลดันฉลาดกว่า จ้าง ‘เสือฝ้าย’ มาคุ้มกันตัวเอง เสือแต่ละตัวเลยมาเจอกันด้วยมุมที่แตกต่างกันเพื่อเงิน 1 ล้านบาท”

♦ ฉาก “4 เสือ” เจอกันครั้งแรก รับน้องใหม่ ‘เวียร์ ศุกลวัฒน์’ เข้าสู่จักรวาลเป็นยังไงบ้าง
โขม – “เป็นวันแรกของเวียร์ในฐานะเสือฝ้าย ที่ต้องมาเจอ เสือดำ, เสือมเหศวร และ เสือใบ ในเหตุการณ์ต่างคนต่างรับงานมาในภารกิจเดียวกัน เป็นอริและพร้อมบวก ก็เป็นครั้งแรกในการเข้าฉากรวมตัวของ 4 นักแสดง ถึงจะเป็นเซ็ตไม่ใหญ่ในทางโปรดักชั่น แต่ใหญ่มากสำหรับเรื่องที่ต้องเปิดตัวเสือฝ้าย
ในแง่แอ๊กชั่นเราไม่ห่วง แต่ห่วงในแง่เปิดตัวว่าจะอิมแพ็กต์พอไหม เราถ่ายกัน 3 วันได้ ทั้ง 4 คาแร็กเตอร์นี้ไม่ต้องอธิบายกันเยอะ เพราะเป็นชุดความรู้ที่คนออกแบบคิวบู๊อย่าง พี่ท็อป (วีระพล ภูมาตย์ฝน) เข้าใจมันอยู่แล้ว แต่การเปิดตัวแต่ละมุม ต้องใช้เวลาในการปั้นช็อตของแต่ละตัว โชว์สกิลและความเจ๋งที่เอากันไม่ลง”

♦ ซีนแอ๊กชั่นใหญ่ของเรื่อง
โขม – “เป็นซีนใหญ่สนามรบสุดท้าย ทั้งฝั่งเสือที่ต้องสู้กัน ฝั่งตรงข้ามที่ต้องเข้ามากวาด ทีมงานเรียกว่า ‘ทุ่งสังหาร’ ไปถ่ายที่เขาอีโต้ ลานจอดเฮลิคอปเตอร์กว้างๆ ด้วยเป็นลานหิน ก็ต้องหาวิธีเซฟนักแสดง และมีการพรางเอฟเฟ็กต์ เลยมีใบไม้แห้งมาเทกลบ ที่ที่เราถ่ายเป็นเขา เลยไปจะเป็นที่ซ้อมรบซ้อมยิงของทหาร เราต้องไปแจ้งก่อนว่าจะมีหนังแอ๊กชั่นยิงกันตู้มต้าม มีระเบิดลูกใหญ่ไฟลุกท่วม เพราะตอนนั้นสถานการณ์เปราะบาง เดี๋ยวเขายิงสวนขึ้นมา

ทีมงานตื่นเต้นกันมาก เพราะฝังเอฟเฟ็กต์กันทั้งลาน การกดระเบิดไม่ยาก แต่ไอ้ตอนดับนี่สิ ลืมไปว่าปูไว้ด้วยใบไม้ มันก็ไหม้ แต่ทีมงานเตรียมพวกเครื่องดับเพลิงไปแล้ว แล้วฉากนี้มีทุกรูปแบบในการต่อสู้ ต้องมีเครื่องพ่นควันที่จะล้อมภูเขาเอาไว้ด้วยสโมกแบบพิเศษ เป็นซีนที่วุ่นใช้ได้ แต่แน่นอนก็ออกมาทั้งมันส์และสวยงามครับ”
เตรียมพร้อมรับความเดือด 23 ต.ค.นี้ ในโรงภาพยนตร์ กับภาพยนตร์แอ๊กชั่นมหามันส์แห่งปี “เสือ” (4 Tigers)