วิว วรรณรท แตกหักแค่กับยอดขาย ไม่ใช่กับความรัก! ร่ำไห้ปัญหาธุรกิจ เคลียร์ชัดไม่ได้เลิก แม็ค วีรคณิศร์ ยังใส่แหวนหมั้นแน่น แพลนแต่งไม่เลื่อน!

จากกรณีที่นางเอกสาว วิว วรรณรท สนธิไชย ออกมาโพสต์ระบายว่า เหนื่อย เกี่ยวข้องกับงาน ธุรกิจ และการหาเลี้ยงครอบครัว 7 คน อีกทั้งยังมีคลิปปล่อยโฮ จำลองเหตุการณ์เผยธุรกิจมาสคาร่าที่ก่อตั้งด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ ถูกถอดจากเซเว่นฯ

วิว วรรณรท เผยปมร่ำไห้ปัญหาธุรกิจ ไม่อยากรบกวน เจนนี่

ล่าสุดวันที่ 14 ต.ค. 68 เจอสาววิว ที่งานบวงสรวงละคร “จิตสะกดแค้น” ที่ตึกจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เลยถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพราะหลายคนโยงว่าเธอมีปัญหาความรักกับหนุ่ม แม็ค วีรคณิศร์ กานต์วัฒนกุล

ซึ่ง วิว ออกโรงเคลียร์ทุกประเด็น บอกน้ำตาครั้งนั้นไม่เกี่ยวความรัก แต่เป็นเพราะความเหนื่อยกับธุรกิจเครื่องสำอางที่ทำมากว่า 8 ปี เจอมรสุมหนักหลังโควิดจนมาสคาร่าถูกถอดออกจากเซเว่นฯ เจ้าตัวเผยลงทุนหลักล้านเริ่มใหม่อีกครั้ง พร้อมย้ำเสียงชัดยังรักดีกับคู่หมั้นหนุ่ม แม็ค วีรคณิศร์ ไม่ได้เลิก แค่ตอนนี้ขอเก็บเงินสร้างเรือนหอก่อนเข้าประตูวิวาห์ปีหน้า!

ออกมาโพสต์คลิปร้องไห้ เกิดอะไรขึ้น? “คือวิวทำธุรกิจมานานแล้ว ตอนนั้นเหมือนว่าเราก็ทำเราก็ถ่ายละครไปด้วย จริง ๆ แล้วมันเป็นปัญหาตั้งแต่ตอนโควิดที่เครื่องสำอางมันขายได้น้อยลง เพราะว่าคนก็ไม่ค่อยได้แต่งหน้าเท่าไหร่

พอเผลอแป๊บเดียว มันก็คือเข้าปีที่เจ็ดที่แปด ที่วิวขายเครื่องสำอางมา คือไลน์พวกเครื่องสำอางที่ขายในเซเว่นมันเยอะมาก ๆ ก็เข้าใจเลยว่าคนไปก็อาจจะไม่ค่อยเห็นของเราแล้ว

เหมือนว่ามาสคาร่าของวิวตัวเนี่ยที่เคยเอาเข้าเซเว่นไป เคยโดนถอด เพราะว่าตอนโควิดขายไม่ดี
ซึ่งเครื่องสำอางมันจะมีวันหมดอายุ ถ้าขายไม่ดีมันก็ต้องเอาออก เหลือกองเป็นภูเขาเลย

วิว วรรณรท เผยปมร่ำไห้ปัญหาธุรกิจ ไม่อยากรบกวน เจนนี่

แล้วบางคนก็ถามว่าทำไมไม่เอามาขายต่อ คือมันไม่สามารถ เพราะว่ามันหมดอายุแล้ว มันก็จะเสื่อมสภาพไป ตอนนี้ที่อยู่ในเซเว่นคือ เขียนคิ้ว ทาปาก แล้วก็อายไลเนอร์

ส่วนมาสคาร่าเป็นตัวที่มีคนถามหาเยอะมาก ๆ เพราะว่ามันหายไป วิวก็เลยคิดกันว่าลองทำใหม่อีกรอบไหม เราก็เลยเก็บเงินจนผลิตมาสคาร่าตัวใหม่ขึ้นมา

แล้วช่วงนี้เซเว่นมันก็มีเงื่อนไข เพราะว่าธุรกิจทางเซเว่นมันเยอะ ถ้าขายไม่ดี เขาจะมีให้ทดลองขายภายในสามเดือน ถ้ามันไม่ดีอีกก็จะขอถอดออกซึ่งตรงนี้เราก็เครียดนะ เพราะว่ามันเป็นการลงทุน คือมันอาจจะไปขายในที่ต่าง ๆ ได้ แต่เราก็ต้องสต็อกของไว้เยอะมาก ๆ มันก็เลยเป็นอะไรที่ค่อนข้างเครียดว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง

ไลฟ์ขายเราก็เคยทำแล้วก่อนหน้านี้ แต่มันก็ไม่ค่อยมีผลตอบรับที่ดีเท่าไหร่ คลิปรีวิวก็ทำแล้ว คลิปแต่งหน้าสวย ๆ ก็ทำแล้ว ก็เลยเป็นจุดที่ว่าทำงานหลายอย่าง ตอนนี้ก็ทำแบรนด์เบอร์เกอร์ของตัวเองด้วย มันก็เลยเหนื่อยหลายอย่าง”

ทำธุรกิจแล้วตอนนั้นที่เราหมดไปช่วงโควิดเท่าไหร่ ? “ทุกอย่างก็เป็นล้านอยู่แล้วค่ะ แต่ตอนนั้นมันก็เป็นอะไรที่เข้าใจได้ เพราะโควิดมันก็โดนผลกระทบหมด แต่เหมือนเราไปเห็นของที่เราตั้งใจทำ แล้วก็ลงเงินลงแรงอยู่ในนั้น มันก็ปวดใจ จริง ๆ คืออยากให้คนได้ลองใช้ เพราะตั้งใจทำ ไม่ได้ขายเอากำไรเยอะเลย ไม่ได้ค้าขายเกินราคา คือทุกอย่างราคาไม่ถึงร้อย ในการตั้งใจทำแต่ละอย่างมันก็มีต้นทุน แล้วคนไม่รู้จัก เราก็อยากจะให้ใช้ของดี ๆ ในราคาที่ถูก

วิว วรรณรท เผยปมร่ำไห้ปัญหาธุรกิจ ไม่อยากรบกวน เจนนี่

หลายคนเห็นเราร้องไห้ก็ตกใจ? “คือ ตอนนั้นวิวเล่าเป็นภาพคลิปให้ดู เพราะว่าตอนที่เกิดเรื่องต่าง ๆ จริง ๆ เราไม่ได้ตั้งกล้องถ่ายไว้ เราก็เลยเหมือนเล่นละครสั้นให้ดู เพราะว่าจริง ๆ แล้ว ถ้ามีปัญหาในตอนนั้น มันไม่ได้ร้องไห้แค่รอบเดียว มันคือแก้ปัญหาไป ทำไป แล้วก็เศร้าคงไม่ได้แต่งหน้านั่งในรถสวย ๆ คือมันเป็นแค่การจำลองเหตุการณ์

การกลับมาครั้งนี้ก็เยอะเหมือนเดิม หลักล้านเหมือนกัน หลายล้านอยู่ เพราะถ้าใครรู้ว่าการทำสต็อกเข้าร้านเซเว่น มันต้องสต็อกไว้เยอะมาก เพราะว่าเขามีสาขาทั่วประเทศ ก็ต้องเผื่อไว้ ห้ามของขาด สมมติว่าสินค้าหมดก็ต้องมีเติมตลอดเวลา

ตอนช่วงโควิด เราทำงานในวงการบันเทิงมาสักพัก มันก็มีเงินเก็บ ใช้เงินตรงนั้น ตอนนั้นก็กระทบ แต่ก็ยังเรียกว่ามีตัวอื่น ๆ ที่ยังขายอยู่ มันก็ไม่ได้สาหัสมาก แต่มันก็เรียกว่าเราเสียเงินไป

แต่พอหลังจากที่โควิดเสร็จ งานมันก็น้อยลงด้วยงานในวงการต่าง ๆ มันก็กระทบลงไปด้วย
แล้วเราหลัง ๆ มาก็ตามวัย บทต่าง ๆ ที่เลือกได้มันก็ไม่เหมือนเดิม ไม่ได้เป็นนางเอกตลอด ทำละครน้อยลง เราดูบท รับบทน้อยลง การหาเงินมันต้องพุ่งไปที่ธุรกิจ”

เห็นบอกว่าเราดูแลคนในบ้าน 7 คน ? “ใช่ค่ะ รวมวิวด้วยเจ็ดคน ซึ่งบางทีก็ไม่ได้ออกมาบอก คือเจ็ดคนในที่นี้ไม่ได้เป็นภาระเหมือนที่ทุกคนพูดว่าเป็น เดอะแบก นะคะ ไม่ใช่เลย แต่แค่บอกว่า ถ้าเรามีแค่คุณพ่อคุณแม่ เราก็อาจจะสบาย ชิลชิล ทำธุรกิจไป แต่ตอนนี้ที่บ้านก็จะมีคุณพ่อ คุณแม่ คุณตา คุณยาย น้า น้องสาว ก็เรียกว่าเป็นผู้ใหญ่ซะเยอะ ก็ไม่ได้ทำงานอะไรกันแล้ว เราก็เป็นคนที่ทำงาน แล้วก็น้องสาวที่ทำงานอีกคน เพราะฉะนั้นค่าอยู่ค่ากิน ค่าน้ำ ค่าไฟ ในแต่ละเดือนมันก็เยอะ รวมถึงค่าครองชีพ มันก็เลยเป็นสิ่งที่เราอยากจะดูแล และอยากจะดูแลให้ดี

จริง ๆ มันเป็นเหมือนการเหนื่อย แต่เราเป็นคนทำงานมาตั้งแต่มหาลัยก็รู้ว่ามันเป็นอะไรที่ไม่มั่นคงอยู่แล้ว แม้แต่งานในวงการบันเทิง เราก็เลยวางแผนว่าเราจะต้องค้าขาย แต่ก็รู้ว่าการค้าขายมันไม่ได้ประสบความสำเร็จกันง่าย ๆ ทุกคนก็เหนื่อยกันมาก ๆ วิวก็เลยเริ่มมาเรียนรู้อะไรมากขึ้น

คอมเมนต์จากทางบ้านก็แนะนำดีมาก ๆ ให้ไลฟ์ ให้นั่นให้นี่ ก็คิดว่าจะทำนู่นทำนี่มากขึ้นเพราะจริง ๆ แล้วเราก็ค่อนข้างล้าหลัง ตอนแรกไปหลายก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง ทำรีวิว ทำคอนเทนต์ก็ไม่ค่อยเก่ง แต่ตอนนี้ก็คือรู้แล้วว่ามันต้องทำอะไรบ้าง ทุกวันนี้วิวว่าการสื่อสารอะไรก็ต้องใช้ให้ถูกต้อง ไม่ใช่พูดปากต่อปากแล้วมันจะเร็ว มันต้องให้คนเห็น ต้องมีคอนเทนต์ที่น่าสนใจ

จริง ๆ อยากขอบคุณนะคะ ที่เราลงคลิปไปแล้วมันมีประเด็นดราม่า เราไม่ได้คิดอยู่แล้วว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป มันก็แค่บ่น ระบาย แค่เหนื่อย ไม่ใช่ว่าฉันจะตายแล้ว คือมันแค่หาหนทางออก มันไม่ใช่คอนเทนต์ในการโปรโมตสินค้า หนูรู้สึกว่าอย่างนั้นมันเป็นการเล่นกับความรู้สึกคนแล้วแฟนคลับ พี่ ๆ นักแสดงในวงการบันเทิง พี่น้อง น่ารักมาก ๆ ทุกคนเป็นห่วง แล้วเขาก็รู้อยู่แล้วว่าเราทำงานเยอะ ก็โยงไปว่ามันเป็นปัญหาธุรกิจล่ะ เดี๋ยวนี้ใคร ๆ เขาก็ให้คำปรึกษา บางคนก็มาปรึกษาเราด้วย ก็เลยได้แชร์กันมากขึ้น”

ก็แสดงว่าการเป็นดาราไม่ได้ทำให้สินค้าของเราอยู่ในเซเว่นได้มากขึ้น? “มันไม่เกี่ยวเลย บางทีมันรู้ว่าเป็นของเรา แต่บางคนก็คิดว่าเราเป็นพรีเซนเตอร์ เป็นการจ้างมาเหมือนเราไม่ได้ทำเอง ถามว่าทุกอย่างจริง ๆ เคยพูดไปหมดแล้ว แต่เข้าใจว่ามันนานมากแล้ว ตั้งแต่เปิดแบรนด์เมื่อสิบปีก่อนคนก็ลืมไปแล้ว ซึ่งแต่ละตัวมันคือวิวัฒนาการความสวยของเรา ซึ่งเป็นของเราเองถ้ามีอะไรติชมมาบอกได้หมดเลย อยากจะเป็นกำลังใจให้ทุกคนด้วยค่ะ เพราะทุกวันนี้เศรษฐกิจก็แย่มาก ๆ”

เหนื่อยไหมที่ 10 ปีมันโตได้ไม่ตามเป้า? “มันก็เหนื่อยอยู่แล้วค่ะ หนูรู้สึกว่ามันไม่ได้มาได้ง่าย ๆ ทุกอย่างมันต้องทุ่มเท เราจะได้รู้สึกภูมิใจว่ามันมีผิดหวัง แล้วถ้าวันหนึ่งมันสมหวังขึ้นมา มันก็อาจจะรู้สึกอิ่มใจ”

ตอนนี้ดาราหลายคนไปไลฟ์ขายกับเจนนี่ เราคิดว่าอยากจะไปร่วมกับเขาไหม? ก็เห็นอยู่ค่ะ แต่จริง ๆ ก็ไม่ได้คิดว่าอยากจะรบกวนใคร แต่ว่าถ้าเห็นอยู่ผ่านช่องทางนี้ วิวก็สนใจนะ แต่เดี๋ยวต้องลองติดต่อลองคุยดู ปรึกษากันก่อนว่าจะยังไง ก็ไม่ได้อยากรบกวนหรือกระทบใครด้วย

แต่พอหลังมีข่าวปุ๊บ คนก็ไปโยงว่าเลิกกับแม็ค?ยังใส่แหวนอยู่นะคะทุกคน ยังเป็นปกติ คือเขาเป็นซัพพอร์ต ทีมซัพพอร์ตจริง ๆ เรื่องของเรามันไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย มันเหมือนเพื่อนคู่คิดมานานแล้ว พี่แม็กเป็นคนทำธุรกิจมาก่อนหนูเยอะมาก ๆ เขาทำโรงแรม ทำร้านอาหาร เขาก็แนะนำว่ามันก็อย่างนี้แหละ แต่ทุกอย่างมันก็ขึ้นอยู่กับดวงและความขยัน เขาก็ได้แต่ซัพพอร์ต ให้กำลังใจ

วิว วรรณรท เผยปมร่ำไห้ปัญหาธุรกิจ ไม่อยากรบกวน เจนนี่

แล้วก็ร้านเบอร์เกอร์ที่ทำด้วยกันขึ้นมา วิวกับพี่แม็คคิดร่วมกันเพราะอยากจะสร้างฐานมั่นคงในอนาคต ที่เราจะแต่งงานมีลูก คนก็บอกว่าวัยรุ่นสร้างตัว แต่ก็ไม่วัยรุ่นแล้ว(หัวเราะ) ก็จะพยายามให้เยอะ ๆ”

ล่าสุดก็เพิ่งครบรอบใช่ไหม ? “ใช่ค่ะ ครบรอบตอนขอแต่งงาน เร็วมาก เหมือนตอนนั้นก็วาร์ปมาถึงตอนนี้เลย เพราะเราทำงานหนักมาก พยายามเก็บเงิน ทั้งธุรกิจเบอร์เกอร์และเครื่องสำอางก็เก็บเงินสร้างบ้านของเราด้วยสร้างเรือนหอ

เวลาวิวเหนื่อยวิวเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดอะไร ไม่ค่อยระบายอะไรเท่าไหร่ เหนื่อยก็ไปนอน นั่งคิด เขาก็จะมาถามว่า กินอะไรอร่อยไหม? เขารู้ว่าการกินของอร่อยจะช่วยเราได้ คือพอหันไปดูเขาที่เป็นเหมือนหัวหน้าครอบครัว ก็ต้องทำงานเหนื่อยพอเห็นหน้าเขาที่เหนื่อยกว่าเรา

จริง ๆ คือแพลนแต่งงานเราไม่ได้เลื่อนนะคะ แต่ก็อาจจะเก็บเงินก่อน เมื่อไหร่เดี๋ยวบอกค่ะ
คิดไว้ว่าปีหน้า แต่ขอให้พร้อมก่อน เราจะจัดการเรื่องบ้าน เรื่องที่อยู่ก่อนค่ะ”.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน