นักแสดงหนุ่ม ‘เวียร์’ ศุกลวัฒน์ คณารศ ท้าฝีมือตัวเอง ก้าวสู่ “จักรวาลขุนพันธ์” กับบทบาท ‘เสือฝ้าย’ วัยหนุ่ม ในภาพยนตร์ “เสือ” ที่ย้อนต้นกำเนิดและการเติบโตแห่งความยิ่งใหญ่ในดงเสือของตัวละครนี้ ในมุมที่ยังไม่เคยถูกเล่ามาก่อน

♦ บทบาทและคาแร็กเตอร์?
เวียร์ – “เสือฝ้ายในวัยหนุ่มน่าเกรงขาม นอกจากความโหด ความดุ ในวัยหนุ่มเขายังมีความอ่อนโยน เป็นอีกมุมที่ทุกคนไม่เคยเห็นในขุนพันธ์ ทำไมเขาถึงเป็น ผู้ใหญ่ฝ้าย หรือ ครูฝ้าย ของเด็กๆ มันยากเหมือนกันสำหรับการรับบทและตีความตรงนี้ คนเรามีหลายบุคลิก พอต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้คนเชื่อ ให้คนนับถือ เขาก็สามารถจะเป็นอีกคนคนหนึ่งได้
เสือฝ้ายเวลาปล้นจะไม่เน้นฆ่า แต่เน้นอำนาจ เน้นปกครอง เพราะการปล้นไปวันๆ ไม่มีจุดจบ ไม่ได้ทำให้เขามีอำนาจที่จะปกครองใครมากขึ้น แล้ววิธีการไหนที่จะทำให้มีอำนาจที่แท้จริง ถึงจะต่อกรกับรัฐบาลได้”

♦ ไม่ได้เล่นแอ๊กชั่นมานาน กลับมารอบนี้เตรียมตัวอะไรบ้าง?
เวียร์ – “ผมผ่านฉากแอ๊กชั่นมาเยอะมาก ใช้เวลารื้อฟื้นไม่นาน มีไปซ้อมกันนอกรอบช่วยสร้างความมั่นใจ 4 เสือ ผม, พี่โน่ (โตโน่ ภาคิน), พี่เป้ (อารักษ์) และ พี่โอ้ (มาริโอ้) ใช้เวลาซ้อมด้วยกันทั้งวัน แต่ด้วยเรื่องนี้เหมือนจุดเริ่มต้นของแต่ละเสือ เสือฝ้าย เสือดำ เสือใบ และเสือมเหศวร ต่างเติบโตกันมาคนละอย่าง ทุกเสือมีความเจ๋ง มีความขัดแย้งกันในหลายๆ อย่าง ฉากแอ๊กชั่นจะรวมๆ กันระหว่างความมันส์และความสนุกของเสือที่อยากฟัดกันเอง
ถามว่าเหนื่อยไหม เราไม่ใช่อายุ 20 กันแล้ว ก็มีบ้าง แต่เราเหนื่อยบนการทำงานที่ยังสนุก ทุกคนเล่นกันจนลืมเหนื่อย ผมมาทำงานที่กองเหมือนมาสนามเด็กเล่นกับเพื่อนผู้ชาย”

♦ สกิลอื่นๆ ที่ห่างหาย อย่างการใช้ปืน ขี่ม้า มีเวลาทบทวนนานแค่ไหน?
เวียร์ – “ผมไม่ค่อยใช้ปืนยาว แต่เรื่องนี้มันต้องเป็นเหมือนส่วนหนึ่งในร่างกาย กองก็เอาปืนให้ยืมกลับไปซ้อม วันไหนว่างก็เอามาควงเล่น ควงยากอยู่ เจ็บนิ้วด้วย ปืนหนักมาก ถือไม่ดีจังหวะไม่ได้มีนิ้วขาดแน่ มีการเพิ่มใส่ถุงมือเข้ามา พอใส่แล้วกระชับมือขึ้น เพื่อให้เสือฝ้ายได้โชว์การควงปืน เป็นการเสริมคาแร็กเตอร์ให้เท่กว่าเดิม

ที่ยากกว่านั้นคือต้องขี่ม้าไปยิงไป เรื่องขี่ม้าทำได้ประมาณหนึ่ง แต่ต้องไปรีสกิลนี้อีกทีให้มั่นใจ เพราะต้องปล่อยสองมือเพื่อยิงปืนบนหลังม้า ขี่ม้ามือเดียวก็เสียวแล้ว นี่ต้องปล่อยสองมือยิง แต่ชอบนะ

คิวหลายคิวมีซ้อมล่วงหน้า เราไม่ได้สู้แบบตัวๆ มีสามรุมหนึ่ง สี่ต่อสี่ สี่ต่อแปด เยอะมาก ต้องจำคิว จำอาคม อาวุธ ท้าทายไปหมด ใช้เวลารื้อฟื้นสักพักครับ ไม่ว่าจะเป็นซีนใหญ่หรือซีนเล็ก มันจะถูกซ้อมมาไม่รู้กี่ครั้ง ยิ่งซ้อมยิ่งแม่น พอมันแม่นมากมันจะปลอดภัย”

♦ มาเจอเพื่อนๆ “เสือ” เป็นยังไงบ้าง?
เวียร์ – “ถึงในเรื่องจะเป็นพี่ใหญ่ แต่ชีวิตจริงในการทำงาน ผมถือเป็นน้องใหม่สุด พอเจอเพื่อนๆ ผมก็ถามว่าที่ผ่านมาเป็นยังไง เขาก็บอกว่าบู๊โหดมาก ดราม่าก็มี แต่เวอร์ชั่น เสือ จะตลกและสนุก
เสือ 4 คนมารวมตัวไม่ใช่เรื่องง่าย แล้ว 4 เสือทุกคนคือคนเก่งและตายยาก คาถาอาคมแต่ละคนไม่ธรรมดา เล่ห์เหลี่ยมความเป็นเสือแพรวพราว เหตุผลหนึ่งที่ผมรับเล่นโปรเจ็กต์นี้ เพราะพวกเราไม่ได้มาแอ๊กชั่นเพียงอย่างเดียว เราต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมพลิกไปมาเพื่อสู้กับอีกฝ่ายด้วยสมอง ในความแอ๊กชั่นมันมีกลยุทธ์ต่างๆ ไม่ใช่อย่างที่เคยเห็นในขุนพันธ์ การโดดเข้ามาเป็นเสือฝ้าย มันเปลี่ยนทั้งมายด์เซ็ต เปลี่ยนทั้งวิธีการแสดงออกที่ต่างไปจากเดิม”

♦ เข้าขากับ 3 เสือ?
เวียร์ – “ครับ แต่ละคนโตกันหมดแล้ว ผ่านร้อนผ่านหนาวไม่จำเป็นต้องคุยเยอะ แต่ถ้าอยากคุยอะไรก็คุยได้เลยไม่ต้องเกรงใจ พวกเราทั้ง 4 คนเข้าวงการไล่เลี่ยกัน ประสบการณ์ใกล้เคียงกัน เห็นผลงานกันมาเยอะ มาเจอกันไม่มีอะไรน่ากังวล คุยกันเหมือนเพื่อน
ทุกคนเป็นไอดอลของแต่ละอย่าง พี่โน่, พี่เป้, พี่โอ้ รุ่นใหญ่ทั้งนั้น ผมก็ด้วย ดีใจครับ บางอย่างผมจะไปคุยกับใครอาจจะไม่ค่อยเข้าใจ แต่ถ้าผมคุยกับคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมา มันคุยนิดเดียวรู้เรื่อง แล้วพวกเขาทั้ง 3 คนก็เป็นแบบนั้น”
ติดตามชมภาพยนตร์ “เสือ” 23 ต.ค.นี้ ในโรงภาพยนตร์