อดีตพระเอกดัง ‘อั้ม’ อธิชาติ ชุมนานนท์ ผันจากนักแสดงก้าวสู่นักธุรกิจ นั่งตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท อทิสเมด โกลบอล จำกัด โดยเจ้าตัวเปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงเส้นทางงานที่ผ่านมา รวมถึงการตัดสินใจเลือกเส้นทางการทำธุรกิจ พร้อมเล่าเรื่องราวความรัก

★ ตอนนี้เรียกว่าเป็นอะไรดี ระหว่างดารานักแสดงกับนักธุรกิจ?
อั้ม – “ถ้าปัจจุบันต้องเรียกว่าเป็นนักธุรกิจ เป็นเจ้าของบริษัท อทิสเมด โกลบอล จำกัด ทำเกี่ยวกับสุขภาพเป็นหลัก ออกผลิตภัณฑ์ Atis (อทิส) เกี่ยวกับสมุนไพร เพราะในฐานะนักแสดงไม่ได้มีการแสดง ไม่มีผลงานมา..เรื่องสุดท้ายน่าจะ 6-7 ปีได้แล้ว”
★ การเป็นพระเอกเบอร์ต้นๆ อะไรทำให้รู้สึกผันตัวดีกว่า?
อั้ม – “เห็นการเปลี่ยนแปลงของวงการโทรทัศน์ในช่วงนั้น และเห็นหลายๆ ธุรกิจเกิดขึ้น ช่วงปี 2557-2558 ธุรกิจต่างๆ เริ่มเข้ามาเร็ว ไม่ว่าช่องก็มีดิจิทัล และเริ่มมีแพลตฟอร์มต่างๆ เห็นช่องทางสื่อสารของคนเริ่มมีอิสระมากขึ้น
กับอย่างที่สองมองเห็นว่าช่วงอายุก็ 35-36 เราอยากเรียนรู้การทำธุรกิจ โดยเอาประสบการณ์ตนเองเป็นที่ตั้ง เลยค่อยๆ ผันตัวเรียนรู้ เป็นผู้จัด ทำงานอีเวนต์ จนเริ่มมาทำเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ”

★ ตัดสินใจยากไหม เพราะจังหวะที่กำลังดัง อยู่ๆ ก็หายไป?
อั้ม – “ไม่ยาก เราไม่ได้รู้สึกว่าเป็นช่วงขึ้นหรือช่วงลง แค่รู้สึกเป็นช่วงปกติที่เราพยายามค้นคว้าหาอะไรต่างๆ บางทีจะมองเป็นช่วงลงของการเป็นนักแสดงก็ได้ แต่ช่วงนั้นไม่ได้โฟกัสว่าจะเป็นอะไร แค่โฟกัสเป้าหมายว่าวันนี้กำลังตั้งใจอยากทำสิ่งใหม่ๆ อยากทำธุรกิจที่เราชอบที่เรามีความรู้ประสบการณ์
แต่จริงๆ ก็เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านทั้งวงการ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ เริ่มมีสัญญาณมาเล็กๆ คนดูมีอิทธิพลในการเลือกดูเลือกเสพ จนมาถึงยุคปัจจุบันเติบโตเต็มที่ อยากสื่อสารอะไรก็แค่กดโทรศัพท์โพสต์ ยุคมันเปลี่ยนมาไกลมาก”

★ เราอยู่ในยุคที่รุ่งเรืองมากๆ เป็นยังไงบ้างกับการใช้ชีวิต?
อั้ม – “เราใช้ชีวิตในฐานะคนธรรมดาที่มีอาชีพนักแสดงครอบอยู่ เพียงแต่การเป็นนักแสดงคนคอยจับจ้องสนใจเรื่องราวส่วนตัวเยอะ ซึ่งผลตอบแทนกับเรื่องราวที่ถูกนำเสนอก็มากขึ้นตาม ต้องมีความอดทนมากขึ้นกับสิ่งต่างๆ รอบตัว อีกอย่างการเป็นนักแสดงเราได้เรียนรู้ชีวิตคนมากขึ้น อย่างแรกการรับบทคาแร็กเตอร์ต่างๆ เราต้องศึกษาชีวิตคน เจอความเป็นจริงของชีวิต
แล้วสมัยก่อนมีเรื่องราวเกี่ยวกับสื่อค่อนข้างเยอะ ตอนเด็กๆ ไม่เข้าใจ เราพยายามอธิบายความจริง แต่ทำไมคนไม่เข้าใจ จนพอเรื่องราวเหล่านี้ตกผลึก มองอีกด้านนึงก็เลยเข้าใจชีวิตมากขึ้น”

★ ข่าวอะไรที่เจอมาแล้วรู้สึกแย่?
อั้ม – “สมัยเด็กๆ คนจะมองว่าพี่อั้มเป็นเกย์หรือเปล่า ปากแดงหน้าขาว เจอมาตลอด ตั้งแต่ก้าวเข้าวงการ บอกแล้วไม่ได้เป็น ทำไมยังไม่เข้าใจ เลยได้เรียนรู้มนุษย์อย่างนึงว่า จริงๆ เขาอยากให้เราเป็นในสิ่งที่เขาต้องการในสิ่งที่เขาถูกใจ เขาไม่ได้อยากฟังในสิ่งที่เป็น”
★ เรื่องความรักโดนจับตาตั้งแต่เข้าวงการ คิดว่าความรักของตัวเองเป็นยังไงบ้าง?
อั้ม – “ความรักมันเปลี่ยนแปลงไปตามยุค ตามเวลา ตามประสบการณ์ ช่วงเด็กๆ อาจจะเป็นความรักที่ร้อนแรง ลุ่มหลง เป็นเรื่องปกติ มีแพสชั่นอยากรู้ พอช่วงกลางๆ เราก็มองเป็นช่วงการเรียนรู้ การปรับตัว พอในช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่เราเข้าใจในทุกอย่าง ความรักสวยงามเสมอ ความรักเราอย่ามองด้านเดียวว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ดี เรื่องที่ผิดหวัง ทุกความผิดหวังมันอยู่ในความรักอยู่แล้ว ความรักมีทั้งทุกข์ใจเสียใจ ไม่เป็นดั่งใจ แต่ผมก็มองว่าทุกเรื่องมันส่งผลทำให้เราตกผลึกในทุกวันนี้ครับ”

★ ไม่ได้เข็ดไม่ได้กลัวกับความรักใช่ไหม?
อั้ม – “ไม่เคยกลัวความรัก ทุกคนอยากสมหวังในทุกเรื่อง ไม่ใช่เฉพาะความรัก สมหวังในงาน ในสิ่งที่ตัวเองคิด แต่เราจะสมหวังทุกเรื่องหรือเปล่า ก็ไม่ ความเป็นจริงของชีวิตมันไม่เที่ยง เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป
สิ่งต่างๆ ที่ทำให้เราเติบโตมาทุกวันนี้ ผมเชื่อว่าไม่มีใครเติบโตได้เพราะข้อดีอย่างเดียว เราจะดีได้ต้องเรียนรู้ข้อเสีย จะดีได้พัฒนาขึ้นได้ เราต้องมองหาตัวเองแล้วเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ได้ เพราะฉะนั้นทุกความรักมันจะเป็นทุกข์ใจ เสียใจ ดีใจ มันส่งผลให้เราพัฒนา ถ้าเราหามุมอีกมุมนึงของมันให้เจอ

ถามว่าเข็ดไหม ไม่เคยเข็ดกับความรัก แต่ ณ วันนี้ผมโอเคในแบบนี้ เราใช้ชีวิตแบบนี้ เรามีงาน มีเป้าหมายในชีวิตที่มันมีสิ่งที่เรากำลังตั้งเป้าที่จะไปครับ”
อนงค์ จันทร