เล็ก ฝันเด่น นำทีมอาสาแจกน้ำ-ขนม ดูแลประชาชนเข้าเฝ้าฯ รอรับเสด็จ ขบวนพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง
เรียกว่าเป็นดาราอาสาสมัครที่มักจะเห็นในแนวหน้าอยู่เสมอ สำหรับ เล็ก ฝันเด่น ที่ได้มาร่วมเป็นจิตอาสาแจกน้ำดื่มและขนมให้ประชาชนที่มาเข้าเฝ้ารับเสด็จ ขบวนพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
โดย เล็ก ได้เปิดใจว่า “จริงๆ แล้วภารกิจของเราในกลุ่มอาสาสมัคร ใจถึงใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ก็รับทราบข่าวตั้งแต่เมื่อวานช่วงหัวรุ่งเลยก็เลยรวมตัวกันและประชุมกันว่า เราจะทำยังไงเพื่อเป็นการดูแลประชาชนของพระองค์ท่าน เมื่อวานตอนบ่ายสองเราก็ไปแจกน้ำแล้วก็ขนมนมเนยที่โรงพยาบาลจุฬาฯ จนถึงประมาณเกือบสามทุ่มกว่า”
“แล้วหลังจากนั้นเราก็สรรหาในเรื่องของน้ำดื่มต่างๆ เอามา พอดีได้ประสานกับทางกองทัพภาคที่1 ด้วยว่าเราเคยปฏิบัติภารกิจร่วมกันที่ชายแดนที่อรัญฯ ก็เลยขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงริมถนนตรงนี้ในการจัดบูธน้ำต่างๆ ขนม แล้วก็มีน้องอาสาสมัครที่เป็นมาจากต่างจังหวัดด้วยมาช่วยดูแลในเรื่องของการแพทย์เบื้องต้น”
“เช่นถ้ามีผู้เฒ่าผู้แก่ปวดหัวเวียนหัวเป็นลม เราเรียนรู้ประสบการณ์จากงานเมื่อ 9 ปีที่แล้วของในหลวงรัชกาลที่ 9 เราจะรู้ว่าจริงๆ แล้วในบริบทที่เกิดขึ้นในฐานะจิตอาสาจะทำอะไรได้บ้างที่เข้าถึงตัวประชาชนได้อย่างฉับไวรวดเร็ว“
วันนี้ก็มีน้ำทั้งจากทางมูลนิธิและภาคประชาชนร่วมด้วย? “คือจริงๆ แล้วในกลุ่มของผมไม่ได้เป็นมูลนิธิแต่เป็นกลุ่มคนที่มารวมตัวกัน เหมือนพี่ๆ นักข่าวที่รู้จักกันและรวมตัวกันมาทำงาน ฉะนั้นน้ำดื่มต่างๆ ก็จะเป็นประชาชนเขาขนมาให้ แต่ผมมีส่วนหนึ่งที่ระดมช่วยกันเองในกลุ่มซื้อมาก่อน 100 แพ็กแล้ว”
“หลังจากนั้นพอเราไลฟ์สดเมื่อคืนตอนมาตั้งบูธ ใครอยากบริจาคน้ำดื่มไม่ต้องโอนเงินมา หาร้านที่คุณรู้จักแล้วให้เขามาส่ง เท่ากับว่าเมื่อคืนผมมีประมาณ 350 แพ็กได้ ตอนนี้กลายเป็นประมาณ 800 แพ็กแล้ว ยังไม่รวมขนม แล้วเมื่อกี้อยู่ดีๆ ก็มีน้ำผลไม้มาอีก ทั้งหมดทั้งมวลเป็นแรงที่เกิดจากศรัทธาและความรักที่มีต่อพระองค์ท่าน”
“แล้วทุกคนก็อาจจะมีหน้าที่ที่แตกต่างกัน ฉะนั้นในเมื่อกลุ่มผมมาอยู่ตรงจุดนี้ก็เป็นการฝากกัน มาแจกให้กับประชาชน ฉะนั้นผมมีหน้าที่แค่ดูแลสิ่งของที่ทุกคนช่วยมาและจัดสรรแจกให้เป็นระเบียบ ที่สำคัญคือเราจะเน้นมากเรื่องความสะอาด เพราะการที่มีมวลชนมาเยอะๆ อาหารที่เราจะแจก ส่วนมากที่ผมทำในสภาวะแบบนี้ จะไม่ค่อยเป็นอาหารกล่องมากเท่าไหร่นัก”
“เพราะเรากลัวมากเลยว่าอากาศมันร้อน กลัวบูดกลัวเสีย แล้วถ้าท้องเสียมันจะมีปัญหา ฉะนั้นก็จะเน้นในเรื่องของอาหารที่เป็นแพ็คเกจที่ทำมาแล้ว อย่างน้อยก็เป็นมาตรฐานขั้นพื้นฐานของคนที่กินได้และถูกปากแน่นอนครับ”
ความรักความสามัคคีของคนไทยที่ถามเข้ามากันตลอดว่าขาดเหลืออะไร? “จริงๆ แล้วเยอะมากในการฝากถามอะไรพวกนี้มา แต่ต้องบอกว่างานนี้อย่างที่เราทราบกันดีงานพระราชพิธีเนี่ยจะกินเวลาระยะประมาณหนึ่งปีใช่ไหมครับ คร่าวๆ ตามนี้ แต่ในห้วงแต่ละเดือนแต่ละวาระจะมีความสำคัญของวันต่างๆ”
“อันนี้ประชาชนก็จะต้องติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด ซึ่งถ้าย้อนไปตอนงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผมอยู่ตลอดยาวเลยจนครบ อย่างงานนี้เราก็จะวางโครงสร้างหลังจากนี้ว่าตั้งของเราอยู่ตรงไหนและจะบริการประชาชนในรูปไหนได้บ้าง ขนม ยาดม ผ้าเย็น อะไรพวกนี้ หรือการช่วยเหลือในเรื่องของการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง”
“บางทีคนเฒ่าคนแก่มาจากต่างจังหวัด จริงๆ มีอาสาอยู่ทั่วไปหมดเลย แต่ว่าน้องๆ อาสาของผมจะมาจากต่างจังหวัดเยอะ ฉะนั้นเขาจะส่งกำลังในการผลัดเปลี่ยนมาดูแลประชาชน”
ความน่ารักของคนไทยมีคนมาจากต่างจังหวัดเอามอเตอร์ไซค์มาขับรับส่งประชาชนฟรีด้วย? “ใช่ คือสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราเห็นมายาวนานแล้ว แต่รูปธรรมที่เห็นอย่างชัดเจนก็ย้อนกลับถึงงานในหลวง ทั้งมอเตอร์ไซค์บางคนรถส่วนตัวอะไรมากมายจิตอาสา แม้กระทั่งบางคนรวมตัวกันเพื่อจะมาแจกของ ผมว่าเป็นความรู้สึกที่นี่ คือคนไทยจะรบราฆ่าฟันด่าทอกันยังไงก็แล้วแต่ เมื่อมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เกิดขึ้นกระทบกระเทือนต่อจิตใจของส่วนรวมจะมารวมกัน”
วันนี้ประชาชนก็เริ่มทยอยกันมาแล้ว? “อันนี้คือส่วนหนึ่งที่ทุกคนน่าจะทราบในใจกันดี ว่ามันเป็นอะไรที่เป็นความรู้สึกที่อยู่ในใจเสมอ และบางครั้งอธิบายเป็นคำพูดมันยากมากเลย แต่สิ่งหนึ่งที่เราจะรู้อยู่เสมอว่าการแสดงออกของคนในปัจจุบันนี้อาจจะไม่เหมือนกัน โดยสภาวะหลายอย่างเราก็จะไม่ว่ากัน”
“วันนี้บางคนอาจจะบอกว่าคนเบาบาง แต่ว่าโซเชียลเทคโนโลยีการสื่อสารมันมากแล้ว ฉะนั้นบางคนไม่ใช่ไม่มาแล้วไม่รักนะถูกไหม มันมีบริบทที่แตกต่างกัน บางคนผมเจอว่า รักมากร้องไห้แต่ไม่ยอมไปไหนเลย เพราะเขากลัวทำใจไม่ได้ เราอย่าไปตัดสินแทนกัน ไม่ได้ เราต้องยอมรับและเข้าใจ ถ้าคิดในแบบอคติหนึ่งมันจะมีอีกมุมนึง แต่ถ้าคิดในมุมของคนที่เป็นผู้ที่แสดงออกซึ่งความรักมาโดยตลอดก็จะเป็นอีกมุมหนึ่ง”
“ฉะนั้นการที่ผมมายืนอยู่ตรงจุดนี้ในหลายงานหลายสภาวะ บางคนบอกว่าโหนหรือเปล่า ตั้งแต่ผมคลานจนแบเบาะ ผมเห็นสิ่งที่เรียกว่าพระราชกรณียกิจ ถ้าเป็นศัพท์ของคนก็คือการทำงาน การทำงานหรือผลออกมามันทำให้เรารู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เรียกว่าการกระทำอย่างจริงใจ คนเราโกหกใครก็โกหกได้ แต่โกหกตัวเองว่าอยากจะทำมันได้แป๊บเดียวจริงๆ ไม่มีใครที่จะโกหกตั้งแต่เริ่มจนตัวเองสูญสิ้นไป”
มีคนชื่นชมเยอะ? “อย่างที่บอกว่าด้วยโลโก้ของผม ใจถึงใจคนไทยไม่ทิ้งกัน เลข9 หัวใจเนี่ย มันถูกออกแบบมาจากสิ่งที่เราได้เห็น เราได้สัมผัสได้รู้สึก มันไม่ได้ออกมาเพราะเอไอ มันไม่ใช่มันถูกออกแบบมาจากการเขียนด้วยกระดาษปากกาจนมาเป็นรูปนี้ แล้วก็กว่าจะมาเป็นรูปนี้ผมดำเนินภารกิจมา 10 ปี 13 ปีก่อนที่จะมามีรูปแบบนี้”
“ฉะนั้นมันมีโครงสร้างของความรู้สึกในการก่อสร้างรูปแบบของการเป็นอาสาของพระราชาฉะนั้น แฮชแท็กอาสาของพระราชาอาสาของพระราชินีหรืออาสาของแผ่นดินเนี่ยมันเป็นคำที่เป็นวาทะกรรมที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้ตัวเองโหนเจ้า ไม่ เพราะว่าผมจะไม่สวมชุดมาสคอตเพื่อบอกว่าตัวเองแข็งแกร่ง”
“ผมจะเป็นคนตัวผอมๆ อย่างที่ผมเป็นเนี่ย ผมจะไม่ทำอะไรที่โกหกตัวเองเพราะว่าเรารู้ว่าเวลาที่น้ำตาไหลออกมาโดยที่โดนคนชี้หน้าว่าโกหกมันไม่คุ้มค่า เราก็ยังเป็นอาสาต่อไปด้วย บ้านๆ มีมากให้มากมีน้อยให้น้อยมีกำลังใจก็ให้ บางทีหมดแล้วแรงก็ไม่เหลือ แต่ก็ยังมีคำว่าสู้นะ”
เห็นพูดไว้ในไลฟ์ว่าตอนรู้ว่าพระองค์ท่านสวรรคตคือเป๋ไปเลย? “คนเรามีแรงยึดเหนี่ยวมาโดยตลอด อาสาของพระราชา ทำอะไรมีคำพ่อสอน เราเรียนรู้การกระทำจากที่พระองค์ท่านทำให้เห็น แล้วไปทำรายการก็ได้ไปเจอคนที่เขียนจดหมายฉบับแรกถึงในหลวงได้นั่งคุยกับเขา ได้เจอกับหลายๆ คนซึ่งมันฝังใจมาก”
“ถ้าเกิดเราเรียนรู้แค่ภาพที่เห็นจากรูปถ่ายอาจจะอีกฟีลหนึ่งด้วย แต่เผอิญเราได้ยินหนักเพราะเราไปทำรายการประโยชน์สุขของแผ่นดิน ชาวบ้านเขาจะมาโกหกผมทำไม แล้วไม่ใช่แค่คนเดียวแล้วความเจริญไม่ได้เกิดแค่คนนั้นๆ ที่อยู่ในรูปของพระองค์ท่านนะ ในอนาคตบริเวณนั้นธนาคารมะนาวนู่นนี่ ในเมื่อคุณบอกว่าคุณมีสติมีสมองผมก็มี ฉะนั้นการไตร่ตรองเกิดจากการเห็นการฟังแล้วไม่ใช่แค่หูตามัว เลยทำให้เราเห็นว่าของจริงเป็นยังไง”
“วันที่เป๋เลย วันนั้นคือวันที่ 13 ตุลาคม ก่อนหน้านั้นประมาณ 4 วันมีข่าวสะพัดมาตลอดเลยผมทำโครงการนึงก็คือหาเงินเอาไปมอบให้ช้างที่กุยบุรี ระหว่างทางกลับมาข่าวเริ่มไม่ค่อยดีแล้วผมมานั่งรออยู่หน้าวังไกลกังวลตอน 5 โมงคนก็เริ่มมา แต่พอประกาศจากสำนักพระราชวัง โหเหมือนเราจุดเทียนแล้วเหลือแค่ตรงปลายแล้วอยู่ดีๆ เหมือนมีคนเดินมาเป่า มันหมดเลย แล้วเราจะทำเพื่อใครต่อ”
“เราช่วยคนเพราะว่าพ่อบอกว่าอยู่กับเราไม่มีอะไรนะนอกจากความสุขร่วมกัน คิดแบบสามัญชนคนธรรมดาไม่มีพ่อจะทำให้ใคร เป็นอย่างนั้นเลย เป๋เลยแทบจะหยุดโครงการไปเลยผมเป๋ไปพักนึงที่บ้านถามว่าทำไมไม่ไปก็บอกว่าเดี๋ยวขอดูก่อน มันหมดเลย แต่พอพักนึงมีคำว่า เสียใจได้แต่อย่าละทิ้งหน้าที่ อันนั้นทำให้ฟื้นกลับมาใหม่”
“ผมไม่ใช่ทหาร ผมอาจจะเป็นแค่ทหารเกณฑ์ คำปฏิญาณที่เกิดขึ้นมันยังฝังอยู่คือสัจจะทางคำ พูด ฉะนั้นผมปฏิญาณตนไปแล้วว่าจะดูแลประชาชนของพระองค์เท่าที่ผมจะทำได้ ถ้าเกิดผมจะกลืนน้ำลายผมทำไม่ได้ ฉะนั้นผมจะเลิกทำก็ต่อเมื่อลมหายใจที่มีอยู่มันหมดไปมันไม่มีร่างกายที่จะไปช่วยคนได้แล้วก็จะเหลือแค่จิตวิญญาณที่ล่องลอย แต่จะไม่ให้จิตวิญญาณ สุดท้ายบอกว่ารู้งี้ทำอย่างนั้นดีกว่า มันไม่คุ้มกับคำปฏิญาณเราจะทำให้มันศักดิ์สิทธิ์ได้ด้วยตัวของเราเอง”
พระพันปีหลวง ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยมายาว มีสิ่งใดที่เรายึดถือนำมาปฏิบัติกับตัวเอง? “พระองค์ท่านทำหลากหลายมาก ในพระราชกรณียกิจไม่ว่าจะเป็นผ้าไหมโครงการน้ำหรืออะไรแต่ผมมองภาพรวมทั้งหมดสิ่งหนึ่งก็คือรอยยิ้มของในหลวงคือพระราชินี ฉะนั้นในหลวงมีแรงเพราะพระราชินีไง เมื่อรักพ่อก็ต้องรักแม่ถูกไหม เพราะพ่อยังต้องพลังจากแม่เลย”
“อันนี้คือภาพรวมที่ทำให้เรารู้สึกว่าพระราชกรณียกิจคือส่วนประกอบที่พระองค์ท่านทำ แต่ในความลึกซึ้งต่อคำพูดที่ในหลวงท่านตรัสไว้ว่า รอยยิ้มของฉันคือพระราชินีมันมีค่ามากมันเป็นคำที่ท่านกลั่นกรองมาแล้ว แสดงว่าพระราชินีมีความสำคัญมาก เราไม่รู้บอกว่าโครงการพระราชดำริมากมายที่บอกว่าเป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9 บางทีพระราชินีอาจจะมีมุมมองละเอียดอ่อนของผู้หญิงก็ได้”
“เราไม่รู้ในเบื้องลึก แต่ผมมองว่าต้องมีแต่เหนือยิ่งสิ่งใด โครงการพระราชดำริเกิดขึ้นได้จากพลังใจในหลวงได้พลังจากใครได้จากพระราชินีจากพสกนิกร ฉะนั้นอันนี้คือคำตอบที่ผมให้ได้จากใจที่รู้สึกมาโดยตลอด”






