นักร้องดัง บิลลี่ โอแกน เผยเป็นจิตอาสาดูแลประชาชนวันที่ 3 ปลาบปลื้มใจไม่เคยลืม ครั้งหนึ่งเคยถวายงานร้องเพลง สมเด็จพระพันปีหลวง
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 น. ที่บริเวณท้องสนามหลวง เขตพระนคร กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศแต่งกายด้วยชุดไว้ทุกข์สีดำ ทยอยเดินทางเข้ามาถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงอย่างต่อเนื่อง
บรรยากาศโดยรอบบริเวณท้องสนามหลวงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งมีการกางเต็นท์คอยให้บริการประชาชนหลายจุด โดยมีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานและจิตอาสาร่วมกันอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางรอเข้าลงนาม ไม่ว่าจะเป็นด้านการจราจร การดูแลความปลอดภัย และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น รวมถึงมีการจัดเตรียมอาหารและและน้ำดื่มบริการฟรี
หนึ่งในนั้นคือ บิลลี่ โอแกน นักร้องและนักแสดงชาวไทย เป็นผู้แทนจิตอาสาที่วันนี้มาทำหน้าที่มอบเครื่องดื่มให้กับประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระพันปีหลวง เป็นวันที่ 3 แล้ว ทั้งนี้บิลลี่ โอแกน ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนว่า
“วันนี้มาเป็นจิตอาสาพระราชทาน เพราะโดยปกติแล้วทีมงานเราจะมาเป็นจิตอาสาอยู่แล้วทุกวันสำคัญ เช่น วันเฉลิมพระชนมพรรษา วันครบรอบวันพ่อ นี่ก็เป็นโอกาสพิเศษ เป็นความเศร้าโศกของพวกเรา แต่พวกเราก็มา อาหารทั้งหมดนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้กับประชาชนที่มาสักการะพระบรมศพทุกวัน จะมีทั้งเอกชนต่าง ๆ มาออกบูธอาหาร แต่เราก็ต้องการพนักงาน หรือเจ้าหน้าที่มาช่วยแจกประชาชนที่ทยอยกันมาทั้งวันเลย เราก็จะสลับกันมา (เห็นว่ามาทั้ง 3 วันแล้ว?) ครับ
ในหลวงทรงโปรดเกล้าฯ ให้ทุกอย่างทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ขนม หยูกยาต่างๆ หน่วยแพทย์ และมีรถสุขาเคลื่อนที่ ประชาชนที่เข้ามาสักการะพระบรมศพก็จะได้รับความสะดวกสบาย มีการดูแลจากเจ้าหน้าที่บริเวณโดยรอบท้องสนามหลวง
ซึ่งใครมาก็ต้องแต่งกายให้เหมาะสม สุภาพสตรีก็นุ่งกระโปรงยาวคุมหัวเข่า งดกางเกงยีนส์ แล้วขอให้สีสุภาพ เป็นสีดำจะดีที่สุด ซึ่งข้างในมีให้ยืมกระโปรงด้วย แต่ถ้าจะให้ดีเตรียมมาเองจากบ้านจะได้รับความสะดวก”
รู้สึกอย่างไรเป็นส่วนหนึ่งในการทำจิตอาสา? “เป็นหน้าที่ของพวกเราที่มีความถวายความจงรักภักดีอะไรได้เราก็ยินดีทำ”
ประชาชนเดินทางมาตลอดทั้งวันเลย เรารู้สึกยังไงบ้าง? “พวกเราก็ได้เห็นว่าความรักที่คนไทยมีต่อพระองค์ท่าน มีความจงรักภักดีต่อสถาบันมีเยอะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนที่ผมได้แจกกาแฟให้ ส่วนใหญ่ก็เดินทางมาจากต่างจังหวัดกันเยอะ แล้วก็จะทยอยมาเรื่อย ๆ ตลอดทั้งปี คิดว่าความจงรักภักดีของคนไทยเรามีมากเกินกว่าที่จะเอาคำพูดใด ๆ มาบรรยาย”
เคยได้ถวายงานให้กับพระองค์ท่านไหม? “เคยครับ ถวายงานร้องเพลงในสมัยอดีต ซึ่งความรู้สึกปลาบปลื้มใจแบบไม่มีวันลืม พระองค์ท่านทรงเสด็จที่ศูนย์วัฒนธรรมฯ เราได้มีโอกาสได้ร้องเพลงที่นั่น”
พระองค์ท่านทรงเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนไทยมาโดยตลอด มีสิ่งไหนที่ยึดมาเป็นหลักนำในชีวิต? “ก็ช่วยเหลือคนอื่น เพราะโดยตลอดพระชนม์ชีพของสมเด็จพระพันปีหลวง ท่านเป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถที่เคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชตลอดเวลา ตั้งแต่สมัยทั้งสองพระองค์ทรงยังเยาว์พระชันษา ท่านก็ออกเยี่ยมประชาชนมาโดยตลอดจนถึงเมื่อทรงมีพระพรรษาเยอะแล้ว ท่านไปไม่ได้ ก็มอบหมายให้หน่วยงานอื่นดูแลและท่านก็ติดตามงานมาตลอด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทสำคัญของสมเด็จพระพันปีหลวงท่านเป็นผู้ที่กอบกู้งานศิลปหัตถกรรมของเมืองไทยทั่วประเทศ และรวบรวมมาอยู่ในที่เดียวกันที่เราเรียกว่าศูนย์ศิลปาชีพ ซึ่งก็ทำให้ประชาชนต่างจังหวัดต่างๆ ทั้งส่วนที่ใกล้ไกลได้มีงานทำ และได้รักษาสืบสานวัฒนธรรมของไทย
แล้วก็ยังมีอีกมากมายที่ท่านยังทรงทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของโขน เป็นศิลปะไทยถ้าปราศจากท่านแล้ว โขนก็อาจจะไม่มีวันฟื้นฟูขึ้นมา เพราะฉะนั้นถือว่าพระองค์ท่านทรงเป็นผู้ที่ทำงานเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช แต่คนละด้าน พระเจ้าอยู่หัวร. 9 ทรงดูแลเรื่องน้ำ เรื่องดิน เรื่องฟ้าฝนให้กับประชาชน ส่วนสมเด็จพระพันปีหลวงท่านดูแลในเรื่องการประกอบอาชีพของแม่บ้านต่าง ๆ เช่น ทำเครื่องจักสาน การทอผ้า อะไรที่เป็นหัตถกรรมทั้งหมดท่านก็ทรงช่วยเหลือโอบอุ้มและรับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์และรวบรวมเข้าไว้เป็นศูนย์ศิลปาชีพ และทำชื่อเสียงให้กับประเทศไทยด้วย นี่คือสิ่งที่ท่านทำไว้และเราไม่มีวันลืม”.




