การแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 เมื่อคืนวันที่ 22 มิถุนายน ที่สนามเวมบลีย์ เป็นการแข่งขันในกลุ่มดี นัดสุดท้าย เช็ก ลงสนามพบ อังกฤษ
โดยก่อนหน้านี้ เช็ก มี 4 คะแนน จากผลงานชนะ สก็อตแลนด์ 2-0 และเสมอ โครเอเชีย 1-1 ส่วน อังกฤษ มี 4 คะแนนเช่นกัน จากการ ชนะ โครเอเชีย 1-0 และ เสมอ สก็อตแลนด์ 0-0

เกมนี้เช็ก ส่งผู้เล่น 11 ตัวจริงประกอบด้วย โตมัส วาชลิก, อองเดร เชลุสต์กา, โตมัส กาลาส, วลาดิมีร์ ชูฟาล, ยาน โบริล, โตมัส โฮเลส, โตมัส ซูเชก, วลาดิมีร์ ดาริดา, ลูกัส มาโซปุสต์, ยาคุบ ยังก์โต, ปาตริก ชิก
ส่วนอังกฤษ ปรับทัพพอสมควร โดยเกมนี้ส่ง จอร์แดน พิกฟอร์ด, ลุก ชอว์, ไคล์ วอล์กเกอร์, แฮร์รี แม็กไกวร์, จอห์น สโตนส์, เดแคลน ไรซ์, บูคาโย ซากา, แจ๊ก กรีลิช, คัลวิน ฟิลลิปส์, แฮร์รี เคน, ราฮีม สเตอร์ลิง

เริ่มเกมได้เพียง 2 นาที ราฮีม สเตอร์ริง ได้หลุดเดี่ยวเข้าไปชิบข้ามผู้รักษาประตูเช็ก แต่ยังโชคร้ายบอลไปชนเสาน่าเสียดาย อย่างไรก็ตามอังกฤษ มาได้ประตูนำสำเร็จ ในนาที 12 จากจังหวะ แจ๊ก กรีลิช พาบอลไปสุดเส้นหลัง ก่อนยกไปข้ามไปเสาสองให้ ราฮีม สเตอร์ริง โหม่งโล่งๆ ส่งให้อังกฤษ ออกนำ 1-0
หลังจากเสียประตูขึ้นนำ เช็ก เริ่มตั้งเกมได้และครองบอลบุกอังกฤษได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่อังกฤษ พยายามเน้นเอาชัวร์กันมากขึ้น และได้โอกาสสวนขึ้นมาสร้างโอกาสพังประตูเพิ่มได้หลายจังหวะ แต่สุดท้ายยังไม่เด็ดขาดพอ จบครึ่งแรก อังกฤษ ออกนำ เช็ก 1-0

ครึ่งหลัง เช็ก พยายามบุกเพื่อทวงประตูคืน แต่ทีเด็ดทีขาดยังไม่มี ส่วน อังกฤษ เน้นผ่านบอลกันแน่นอน และค่อยๆหาโอกาสบุก นาที 86 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มีโอกาสส่งบอลเข้าประตูไปแล้ว แต่สุดท้าย ผู้ตัดสินยกธงให้เป็นลูกหน้า
ช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมทำอะไรเพิ่มกันไม่ได้ จบ 90 นาที อังกฤษ เฉือนชนะ เช็ก 1-0 เก็บเพิ่มเป็น 7 คะแนน แซงขึ้นเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปพบกับ อันดับ 2 ของกลุ่มเอฟ