เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ก.พ. ที่ห้อง 213-216 อาคารรัฐสภา 2 นายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เป็นประธานสัมมนาเพื่อสร้างความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญ และการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนการลงประชามติให้แก่สมาชิกสภาองค์กรชุมชน จัดโดยกรธ. และคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ และสำรวจความคิดเห็นของประชาชน dfdfdfffdf
นายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรธ. บรรยายตอนหนึ่งว่า เป็นครั้งแรกที่เชิญคนรากหญ้ามาคุยกัน เพื่อช่วยเผยแพร่สิ่งที่มีในร่างรัฐธรรมนูญให้ถูกต้องตามที่เขียนไว้ ไม่ให้คนไปบิดเบือน ส่วนตัวหวังว่าองค์กรชุมชนจะช่วยทำความเข้าใจกับประชาชนได้ เพราะองค์กรทั้งหลายที่ตั้งขึ้นมา องค์กรชุมชนถือว่าจัดตั้งขึ้นโดยคนในพื้นที่อย่างแท้จริง การเมืองเข้ามาแทรกไม่ได้ ก็จะเป็นองค์กรเพื่อประชาชน

ส่วนประเด็นในร่างรัฐธรรมนูญที่พูดถึงกันมาก เช่น ที่มาสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) มีข้อรังเกียจคือถ้าไปเลือกตั้งส.ว.การเมืองก็จะเข้ามาอีก เพราะยากที่ใครจะไปหาเสียงโดยไม่อิงกับการเมือง ถ้าจะทำวุฒิสภาให้เป็นกลางเราก็ไม่อยากให้การเมืองเข้ามา ไม่เช่นนั้นทั้งวุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร จะเป็นอำนาจทางการเมืองเหมือนกัน จึงคิดว่าทำอย่างไรที่จะให้ประชาชนเดินดินได้เข้ามา จึงให้เลือกกันเองโดยหากลไกไม่ให้ฮั้วกัน
นายมีชัย กล่าวต่อว่า สิ่งที่กรธ.ต้องการให้เกิดขึ้นในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือ 1.เราอยากทำให้สิทธิประชาชนเกิดดอกออกผลต่อประชาชนอย่างแท้จริง โดยไม่ต้องไปต่อสู้ดิ้นรน 2.ทำอย่างไรจึงจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง 3.ทำอย่างไรการเมืองจะสุจริตขึ้น ขจัดการทุจริตประพฤติมิชอบให้หมดไป แม้จะมีอยู่เรื่อยไป แต่ต้องให้คนพวกนี้เหลือน้อยที่สุด ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ประเทศจะล้ม แต่ถ้าขจัดคนพวกนี้ไปได้ประเทศจะเหลือเงินมหาศาล ดังนั้น รัฐธรรมนูญนี้จะเข้มต่อการทุจริตประพฤติมิชอบ และการวางกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้พออยู่กันได้ไม่เอาถึงชนะกันจนไม่มีที่อยู่
ประธารกรธ. กล่าวว่า กลไกการเลือกตั้งใบเดียว แบบระบบจัดสรรปันส่วนผสม เป็นกลไกที่ทำให้พออยู่กันได้ ถามว่าพรรคกับคนแยกกันได้หรือไม่ ถ้าคนดีไปอยู่พรรคไม่ดี ก็กลายเป็นแกะดำแกะขาวในพรรคนั้น ฉะนั้นพรรคกับคนแยกจึงกันไม่ได้ เราต้องดูทั้งพรรคและคนไปพร้อมกัน และต้องไม่ให้เสียงของประชาชนถูกทิ้งน้ำ ที่สำคัญทำไมเราไม่แบ่งสรรปันส่วนความสุขกัน ทำให้ทุกคนพออยู่กันได้มีความสุข เราไม่ได้มองว่าประชาชนจะได้เงินจากการซื้อเสียงน้อยลง เพราะเป็นสิ่งที่เราไม่พึงปรารถนา อีกทั้งพรรคมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะพรรคนายทุนมีบทบาทมาก จึงอยากให้ดูทั้งพรรคและคน
ส่วนพรรคอยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ไปหารือกันแล้วประกาศรายชื่อมา 3 คน เวลาประชาชนไปเลือกจะได้ดูทั้งคนทั้งพรรค อีกทั้งที่ผ่านมาประชาชนต้องรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ครั้งนี้จะได้รู้ข้อมูลทั้งหมดของการเมือง และรัฐธรรมนูญจะบังคับไว้ว่า เวลาที่พรรคเสนอใครเป็นนายกฯต่อสภาฯ พรรคจะต้องเลือกจากคนเหล่านี้เอาคนอื่นไม่ได้ ถ้าไม่ชอบคนนอกจะเอามาทำไมในเมื่อพรรคเป็นคนเลือก ส่วนที่ไม่เขียนห้าม เพราะจากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนบอกจะคนนอกหรือคนในก็ได้ แต่ต้องเป็นคนดีไม่โกง ที่คนชอบมาพูดกรอกหูกันทุกวันว่าจะเอาคนนอกมาเป็นนายกฯ เขาหลอก บิดเบือนถึงขั้นโกหกก็มี เพราะจริงๆเขาเป็นคนเอา เพราะพรรคต้องมีมติล่วงหน้า เขาต้องคิดของเขาเอง ดังนั้น เวลาเห็นข้อมูลของพรรคการเมืองบางพวก ช่วยกลับมาดูร่างรัฐธรรมนูญว่าเป็นอย่างไรจะได้ช่วยกันทำความจริงให้ปรากฎ กรธ.ทั้ง21 คน ข้อมูลคงไม่ครบถ้วน เราก็รับฟังความเห็นจากคนภายนอก
นายมีชัย กล่าวต่อว่า การเขียนเรื่องสิทธิของประชาชน กรธ.พิจารณาจากรัฐธรรมนูญ2540และ2550 เป็นสำคัญแล้วนำมารวมกัน แล้วคิดว่าทำอย่างไรให้สิทธิประชาชนเกิดขึ้นจริงแล้วได้ทุกคน ไม่ใช่เฉพาะคนที่ต่อสู้ให้ได้มา กรธ.จึงแยกสิทธิที่เกี่ยวกับตัวบุคคล และสิทธิจำเป็นที่ประชาชนทุกคนควรต้องมี จึงไปเขียนหมวดใหม่ คือหน้าที่ของรัฐ หากรัฐไม่ปฏิบัติจะได้ชื่อว่าจงใจไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมีโทษพ้นจากตำแหน่งซึ่งแรงกว่า เรื่องที่บิดเบือนอีกคือ ระบุว่ากรธ.ตัดสิทธิหมดเลย ตนก็ไม่รู้ว่าเขาอ่านหรือไม่
ในเรื่องของชุมชนเราเขียนไว้ถึง 6 แห่ง ในมาตรา 42 และ 43 เขียนในหน้าที่ของรัฐในการให้ประชาชนมีส่วนร่วม อีกในมาตรา 50, 53 และ 54 เราคุ้มครองชุมชน และปัจเจกบุคคลถึงขนาดที่ว่าในการพัฒนาทรัพยากรต้องนึกถึงชุมชนว่า เขาได้ประโยชน์อะไรบ้าง ตัดสิทธิการศึกษาของประชาชนออก 3 ปี ตนก็นึกไม่ออกว่าเขาไปเอามาจากไหน จริงอยู่ว่าในรัฐธรรมนูญ 2550 เขียนว่ารัฐพึงจัดการศึกษา 12 ปี โดยรัฐไม่เก็บค่าใช้จ่าย ในการศึกษาภาคบังคับรัฐต้องไม่เก็บค่าใช้จ่าย แต่ในการศึกษาอื่นรัฐต้องดำเนินการให้คนไม่มีเงินเรียนได้ ซึ่งต่างกันคือจากเดิมเราให้หมดทั้งเศรษฐีและยาจก ถามว่าเป็นธรรมแล้วหรือที่รัฐจัดให้แบบตามมีตามเกิด ความมุ่งหวังของกรธ.ต้องการเฉลี่ยความสุข คนมีแล้วอย่าเอาไปเลย คนไม่มีจะได้ใช้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แม้กระทั่งกระทรวงสาธารณสุข กรธ.ไม่ได้ตัดสิทธิการรักษาพยาบาลของประชาชน ตนก็นึกไม่ออกว่าคนพูดเป็นศาสตราจารย์ได้อย่างไรอ่านหนังสือไม่ครบ เราเขียนไว้ในหน้าที่รัฐ การเขียนอย่างนี้แปลว่ารัฐต้องจัดหาทั้งหมด
ประธานกรธ. กล่าวว่า กรธ.ร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้อาจไม่เหมือนปี 2540 และ2550 เพราะตอนนั้นปัญหาของประเทศไม่ได้รุนแรงเหมือนที่เผชิญอยู่ อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับสร้างเอาไว้ และเขียนกฎหมายรองรับไว้หมดแล้ว เราเอามาเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ด้วย เพียงแต่จัดหมวดหมู่ใหม่ให้หนักแน่น ทั้งนี้ เราหวังการเป็นกัลยาณมิตรในการช่วยกันเสนอแนะ เรื่องใดขาดตกบกพร่องจะนำไปแก้ไขเพิ่มเติม แต่ต้องเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญต้องใช้กับคนทั้งประเทศ จึงต้องเขียนกว้างๆเพื่อไม่ให้จำกัดใคร ส่วนปลีกย่อยจะไปอยู่ในกฎหมายลูก เราไม่ได้นึกถึงว่าต้องผ่านประชามติ เราคิดแค่ให้ประชาชนเข้าใจ และให้เป็นเรื่องของประชาชนตัดสินใจเราไม่ได้ขัดข้องอะไร
จากนั้น เวลา 11.00 น. นายมีชัย ให้สัมภาษณ์กรณีหลายองค์กร แสดงความกังวลว่าในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะทำให้สิ่งที่เคยผลักดันมาหายไป ว่าหากองค์กรไหนคิดว่ากรธ.ยังไม่ครอบคลุมก็เสนอมาได้ กรธ.จะพิจารณาทั้งหมด แต่ยืนยันว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้เป็นการเขียนต่อยอด ตอนนี้เราพยายามเอาหูแนบดินคอยฟังความเห็นที่ส่งมาจากทุกกลุ่ม ถ้าเราอธิบายแล้วกลุ่มต่างๆคิดว่ายังขาดตกบกพร่องอยู่ หากต้องเพิ่มมาตราก็ไม่เป็นไรเราก็เพิ่ม ส่วนการลดระยะเวลาการเขียนร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญจะมีวิธีการอย่างไรนั้น ตนยังไม่คิด เพราะต้องรอให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติก่อน ส่วนจะต้องสอดคล้องกับโรดแม็ปของรัฐบาลหรือไม่ ก็คงต้องใช้ระยะเวลาใกล้เคียงกัน