เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 10 เมษายน 2560 พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศิลปชัย มีช่วย ผกก.สภ.เมืองเพชรบุรี ร.ต.อ.ชาติ เตชนันท์ ร้อยเวร สภ.เมืองเพชรบุรี พร้อมตำรวจอีกหลายนาย ได้นำตัวนายสุรินทร์ แก้วแหร้ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาพยายาฆ่า ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวตัวเอง มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่ห้องเช่าเลขที่ 114/5 หมู่ 1 ต.ต้นมะม่วง อ.เมืองเพชรบุรี
โดยนายสุรินทร์ รับสารภาพช่วงทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ว่า ก่อนเกิดเหตุ ลูกสาว ได้เล่นโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา และตนก็ได้ว่าตักเตือนตลอดแต่ลูกสาวไม่ฟัง กระทั่งเวลาประมาณเที่ยงวันของวันที่ 9 เมษายน หลังจากกลับจากไปส่งภรรยาขายผลไม้อยู่ที่หน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ที่อยู่ห่างจากห้องพักไม่มาก ก่อนก่อเหตุตนได้ทำอาหารอยู่ในครัว และเห็นลูกสาวยังเล่นโทรศัพท์พูดคุยกันทางโทรศัพท์กันตลอดเวลาจึงเกิดความโมโห ผลักลูกสาวล้มไปบนโซฟา เป็นช่วงที่ตนถือมีดติดมือด้วย ด้วยความโมโหจึงเอามีดจ่อไปที่คอลูกสาว เป็นจังหวะที่ลูกสาวดีดตัวขึ้นมาจนทำให้มีดบาดเป็นแผลลึกดังกล่าว
นายสุรินทร์ ยังเล่าต่อว่า ตนเพิ่งมาอยู่กับลูกสาวได้เพียง 4 เดือนกว่าๆ ก่อนหน้านี้ถูกดำเนินคดีในข้อหาปล้นทรัพย์ หลังพ้นโทษมาก็ไปบวชเป็นพระอยู่ที่วัดใน จ.ตรัง อยู่ 11 เดือน เมื่อสึกจากพระได้ไปรับจ้างเผาป่าอยู่ที่ จ.ตรัง ก่อนจะกลับมาอยู่กับภรรยาที่เพชรบุรี ตอนแรกไปอยู่บ้านแม่ยาย แต่ถูกด่าว่าเป็นไอ้ขี้คุก จึงได้มาหาบ้านเช่าอยู่ ซึ่งก็มีปากเสียงกับลูกมาตลอดเรื่องที่ลูกชอบเล่นแต่โทรศัพท์ และในระหว่างที่ใช้มีดทำร้ายลูกสาวคนโต ลูกสาวคนเล็กได้นั่งดูการ์ตูนในโทรศัพท์เช่นกัน อยู่ใกล้ๆที่เกิดเหตุเช่นกัน
ทั้งนี้ ในระหว่างที่ทำแผนช่วงที่ใช้มีดทำร้ายลูกสาว นายสุรินทร์ ได้พูดอย่างไม่สะทกสะท้านว่า เมื่อไม่เชื่อฟังผมก็เชือดทิ้ง หลังจากเห็นลูกถูกมีดบาดจนเลือดไหลนองจำอะไรไม่ได้ จำได้ว่าได้อุ้มลูกคนเล็กไปนั่งในรถซาเล้งพ่วงข้างพร้อมทั้งล็อคกุญแจห้อง ก่อนจะขี่รถซาเล้ง พาลูกคนเล็กหลบหนี เบื้องต้นจะกลับไปบ้านเกิด เพื่อไปหายาโรคจิตรับประทาน ซึ่งตนได้ป่วยเป็นโรคจิตอยู่ตั้งแต่ปี 2542 จนมาถูกตำรวจ สภ.ห้วยยาง ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จับกุมตัวได้ระหว่างขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างหลบหนี
และในระหว่างที่นายสุรินทร์ ได้เดินออกจากห้องพัก มาชี้ให้ตำรวจดูว่าหลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างหลบหนีนั้น นางหัทยา แก้วแหร่ ภรรยานายสุรินทร์ ได้เดินมุ่งเข้ามาหวังจะทำร้าย แต่ได้ถูกตำรวจและญาติที่ติดตามมาด้วย 1 คน ได้พยายามห้ามและกันตัวออกไป
พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี เผยว่า คดีนี้นายสุรินทร์ รับสารภาพว่าที่ทำไปเพราะความโมโห เมื่อตนโมโหแล้วตนจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่า ส่วนประเด็นที่นายสุรินทร์ บอกว่าป่วยเป็นโรคจิตอยู่นั้น ก็ต้องตรวจร่างกายและเช็คประวัติกับโรงพยาบาลที่นายสุรินทร์ อ้าง ว่าจริงเท็จอย่างไร และนอกจากคดีที่ก่อเหตุครั้งนี้แล้วยังมีคดีฆ่าผู้อื่นติดตัวอยู่ด้วยอีก 1 คดี ก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฏหมายเช่นกัน
