http://newsstatic.rthk.hk/videos/vfile_1288900_1_20161005170309.mp4
เว็บไซต์ เรดิโอเทเลวิชั่นฮ่องกง เอเอฟพี และเอพี รายงานเพิ่มเติมว่า นายโจชัว หว่อง ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง หลังถูกทางการไทยส่งตัวกลับ ว่า ทันทีที่ถึงสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อเวลา 00.00 น. ก็เผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและตำรวจรวม 20 นาย ซึ่งนำกำลังยึดหนังสือเดินทางของตน และจับเข้าห้องขังเดี่ยวที่สนามบิน
นายหว่องกล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ไทยเพิกเฉยต่อคำร้องขอติดต่อทนายความในไทย หรือแม้กระทั่งติดต่อกับครอบครัวเพื่อแจ้งให้ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน เมื่อถามเจ้าหน้าที่หลายครั้งว่า ตนละเมิดกฎหมายข้อไหน และทำไมจึงถูกคุมขัง เจ้าหน้าที่กลับเพิกเฉย แต่อธิบายในเวลาต่อมาว่า ตนมีรายชื่ออยู่ในบัญชีดำ พร้อมแสดงเอกสารชี้แจงการละเมิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ตนไม่เข้าใจเนื้อหาในเอกสารดังกล่าวด้วยเหตุผลทางภาษา
ตนรู้สึกผิดหวังต่อรัฐบาลไทยอย่างมาก และเชื่อว่าถูกคุมขังอย่างผิดกฎหมาย เพราะไม่มีใครสามารถชี้แจงได้ว่าตนละเมิดกฎหมายใด ถือเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายจริงๆ ที่มีการยับยั้งเช่นนี้จากรัฐบาลไทย แม้จะคิดแต่แรกว่า ตนมีโอกาสเข้าประเทศไทยได้ 50/50 แต่ไม่เคยนึกว่าจะถูกกักกันในห้องขังที่ปิดทึบนาน 12 ชั่วโมง แทนที่จะส่งตัวขึ้นเครื่องบินกลับไปฮ่องกง ตนรู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก แต่โชคดีที่ไม่ได้หายตัวไปเหมือนกับนายกุ้ย หมินไห่ เจ้าของสำนักพิมพ์ไมตี เคอร์เรนต์ ของฮ่องกง ซึ่งหายตัวไปอย่างปริศนาขณะท่องเที่ยวในไทยเมื่อปลายปี 2558 ก่อนปรากฏตัวอีกครั้งที่ประเทศจีนเมื่อเดือนก.พ.
“ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากไม่ได้กลับมาฮ่องกง”
ด้านนายนาธาน ลอว์ แกนนำขบวนการร่มเหลืองเรียกร้องประชาธิปไตยร่วมกับนายหว่อง และเพิ่งชนะการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติฮ่องกง เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา กล่าวหลังเดินทางกลับถึงฮ่องกงว่า รัฐบาลไทยอาจไม่ต้องการให้นักเคลื่อนไหวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ เพราะจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่ใหญ่หลวง จีนกังวลว่าหว่องซึ่งเป็นแกนนำสำคัญในการเรียกร้องประชาธิปไตยจากจีน จะนำอุดมการณ์ดังกล่าวไปเผยแพร่จนมีอิทธิพลต่อประเทศอื่นๆ ส่วนนายหว่องนั้นเป็นเพราะชื่อเสียงระดับนานาชาติที่ช่วยเขาไว้ มิฉะนั้นแล้วรัฐบาลไทยอาจไม่เพียงส่งตัวกลับไปเท่านั้น พร้อมระบุหวังว่านายริมสกี หยวน รมว.ยุติธรรมฮ่องกง ซึ่งมีกำหนดเดินทางมาปฏิบัติงานในไทย จะหารือกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐของไทยถึงประเด็นความปลอดภัย และสิทธิมนุษยชนของชาวฮ่องกง อย่างไรก็ตาม นายหยวนกล่าวก่อนหน้านี้ว่า ส่วนตัวตนไม่คิดว่ากรณีนี้จะถูกนานาชาติกดดัน เนื่องจากเป็นอำนาจของรัฐบาลไทยที่จะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งเข้าประเทศได้
ขณะเดียวกัน นายเจเรอมี ลอว์เรนซ์ โฆษกสำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติประจำเอเชีย กล่าวว่ากรณีที่ทางการไทยกักขังนายหว่อง ยิ่งทำให้มีความกังวลต่อการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการชุมนุมในประเทศไทยที่เพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ นายหว่อง เดินทางมากรุงเทพฯ หลังจากได้รับคำเชิญจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้มาเล่าประสบการณ์ในฐานะผู้นำประท้วงในช่วงการปฏิวัติร่มในฮ่องกงเมื่อปี 2557 และจะกล่าวสุนทรพจน์เนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ โดยนายหว่อง และพรรคเดโมซิสโต กล่าวขออภัยทั้ง 2 มหาวิทยาลัยแล้ว
