เมื่อเวลา 11.12 น. วันที่ 27 ต.ค. ดร.ภาคภูมิ เดชสกุลฤทธิ์ รองประธานมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม รับมอบหมายจากนายเจษฎา เดชสกุลฤทธิ์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม พิพิธภัณฑ์รถโบราณที่รวบรวมไมโครคาร์ไว้มากที่สุดในโลก เปิดเผยว่า มูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม มีมติแต่งตั้งผู้ทรงคูณวุฒิเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการมูลนิธิ เพื่อช่วยเหลือการดำเนินงานของมูลนิธิให้สัมฤทธิ์ผลต่อไป ดังมีรายนามดังนี้
1.พล.อ.วรวิทย์ ชินะนาวิน ที่ปรึกษาด้านการศึกษา
2.พล.ท.บรรพต งามกัณหา ที่ปรึกษานด้านนวัตกรรมการสอน
3.พล.ต.หญิง นวรัตน์ บวรศักดิ์ ที่ปรึกษาด้านการเงิน
4.น.อ.บุญชู วรรณวิทยสิงห์ ที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมการดับเพลิง
5.นายอภิสิทธิ์ ธรรมใจ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
ดร.ภาคภูมิ กล่าวว่า มูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียมมีวัตถุประสงค์ส่งเสริม สนับสนุนเยาวชน และบุคคลทั่วไปในด้านการศึกษา ค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับยานพาหนะโบราณประเภทต่างๆ ให้ความช่วยเหลือและสงเคราะห์ด้านการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา ดำเนินกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ ร่วมมือกับส่วนราชการ และ องค์การสาธารณะกุศล และสาธารณประโยชน์ ดังนั้นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว จึงเห็นควรแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 5 คน เข้ามาเป็นที่ปรึกษา เพื่อใช้ความรู้ความสามารถนำพาองค์กรให้เจริญเติบโตในอนาคต
ด้าน พล.อ.วรวิทย์ ชินะนาวิน ที่ปรึกษาด้านการศึกษา อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เปิดใจว่า ชีวิตรับราชการเริ่มต้นตั้งแต่ ได้รับพระราชทานยศร้อยตรี ได้ทำหน้าที่ที่กองพันทหารราบที่3 กรมทหารราบที่19 เป็นที่แรก ต่อมารับพระราชทานยศร้อยโท ปฏิบัติหน้าที่ผู้บังคับหมวด และผู้บังคับกองพัน กรมนักเรียนนายร้อยรักษาพระองค์ตามลำดับ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตนผูกพันสถาบันหลักเป็นอย่างมาก
“ตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการป้องกันประเทศ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ นายทหารประสานภารกิจทางทหารกับกระทรวงการต่างประเทศ และผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ เป็นสามตำแหน่งสุดท้ายที่ภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต ซึ่งหลังจากเกษียณอายุราชการได้มีโอกาสทำงานที่พรรคเพื่อไทยในฐานะรองหัวหน้าพรรค
พล.อ.วรวิทย์ กล่าวว่า สำหรับงานด้านการเมือง เคยดำรงตำแหน่ง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม(พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา) และ(พล.อ.สุกำพล สุวรรณทัต)ตามลำดับ และเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง สมัยนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
“สาเหตุที่ได้เข้ามาร่วมกับเจษฎาเทคนิคมิวเซียม เนื่องจากรู้จักดร.ภาคภูมิ เดชสกุลฤทธิ์ หรือเติ้ง ลูกชายของคุณเจษฎา ตั้งแต่ปี 2555 เนื่องจากเป็นเลขารัฐมนตรีด้วยกัน แม้จะต่างพรรค ต่างกระทรวง แต่ก็มีโอกาสทำงานร่วมกัน จึงคบค้าสมาคมเป็นเพื่อนต่างวัยตั้งแต่นั้น” พล.อ.วรวิทย์ กล่าว
พล.อ.วรวิทย์ กล่าวว่า สำหรับการเข้ามาเป็นที่ปรึกษาครั้งนี้ ขอบคุณคุณเจษฎา และคุณภาคภูมิ ที่ให้ความเชื่อถือและเชื่อมั่นจนได้มอบหมายตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการศึกษา ยืนยันว่าจะทำให้ดีที่สุด เพื่อเยาวชนและพี่น้องประชาชนทุกท่านผู้ซึ่งมีความสนใจยานพาหนะโบราณ ขอให้ทุกท่านไว้ใจได้
ขณะที่พล.ท.บรรพต งามกัณหา กล่าวว่า มูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียมก่อตั้งมานานแล้ว แต่กลับไม่มีคณะที่ปรึกษาเป็นเรื่องเป็นราวสักที ตนจึงเป็นเจ้าความคิดแนะนำคุณเจษฎา ให้ตั้งคณะที่ปรึกษาอย่างเป็นทางการ เพื่อจะได้มาช่วยกันออกความคิด ให้มูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียมจะได้ทำประโยชน์และตอบแทนสังคมได้มากกว่านี้ ส่วนรายชื่อคณะที่ปรึกษาก็ตนอีกนั่นแหละ ที่เป็นแม่งานใหญ่เสนอชื่อให้คุณเจษฎาพิจารณาเอง ดังนั้นที่พี่ๆทุกท่านได้เป็นที่ปรึกษาของมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียมนี่ก็เพราะตนคนเดียวเท่านั้น
“เพื่อนๆเตรียมทหารรุ่น10หลายคนซึ่งนั่นอาจรวมถึง อดีตนายกฯทักษิณ มักจะกล่าวหาว่าผมลิ้นไก่สั้น พูดเร็ว เล่าเรื่องอะไรก็ฟังไม่รู้เรื่อง .ดังนั้นผมจะใช้พื้นที่สื่อชี้แจงเลยว่า เพื่อนๆทุกคนเข้าใจผมผิดมาโดยตลอด จริงๆแล้วผมนี่พูดเก่ง เล่าเรื่องก็เก่งนี่ถ้าให้ผมทำหน้าที่เป็นโฆษกรัฐบาลช่วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยแล้วล่ะก็ ผมจะแบ่งเบาภาระท่านนายกลุงตู่ได้เยอะกว่าโฆษกคนปัจจุบันอย่างแน่นอน ”พล.ท.บรรพต กล่าวติดตลก
พล.ท.บรรพต กล่าวอีกว่า ขอเล่าเกร็ดน่าสนใจอีกอย่างว่าวันที่ 27 ต.ค.นี้ เป็นวันแต่งตั้งคณะที่ปรึกษามูลนิธินั้นไม่ใช่วันธรรมดา แต่เป็นวันแห่งการเล่าเรื่อง(Tell Story Day)ซึ่งเป็นวันพิเศษของประเทศสกอตแลนด์ เพื่อรำลึกถึงศาสตร์แห่งการเล่าเรื่องทุกรูปแบบ เห็นไหมว่าขนาดวันที่แต่งตั้งคณะที่ปรึกษายังเป็นวันแห่งการเล่าเรื่องเลย แล้วอย่างนี้จะมีใครกล่าวหาว่าตนเล่าเรื่องไม่รู้เรื่องอยู่อีกไหม ส่วนที่ผมเลือกวันเล่าเรื่องของประเทศสกอตแลนด์ก็เพราะสมัยหนุ่มๆ ชอบดื่มสกอตวิสกี้ ก่อนตบท้ายด้วยคำชี้แจงว่า”พูดเล่นนะๆครับ”
“ผมขอให้คุณเจษฎา แต่งตั้งผมให้ดูแลเรื่องนวัตกรรมการสอน ก็เพราะผมต้องการให้เจษฎาเทคนิคมิวเซียมเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งการเล่าเรื่อง รถแต่ละคัน ของแต่ละชิ้น แม้ว่าจะสามารถเล่าเรื่องด้วยตัวของมันเองได้อยู่แล้ว แต่มันยังไม่พอ ผมอยากให้มีป้ายประวัติยานพาหนะแต่ละคันทั้งภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษเล่าเรื่องประวัติความเป็นมาด้วย แต่เล่าแบบธรรมดาคงไม่พอแต่เราควรจะเล่าเรื่องโดยใช้วิธีการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ หรือ ที่ภาษาฝรั่งเรียกว่าIntegrated Marketing Communication และ การสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เจษฎาเทคนิคมิวเซียมจึงจะเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งการเล่าเรื่องเรื่องยานพาหนะโบราณตัวจริงเสียงจริง”พล.ท.บรรพต กล่าว และว่า หวังว่าความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของตนจะเป็นประโยชน์ต่อมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม และ สังคมไทยอย่างสูงสุด สัญญาว่าจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวัง
พล.ต.หญิง นวรัตน์ บวรศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับการรับราชการของตนเริ่มต้นด้วยการติดยศร้อยตรีหญิง ที่กรมการเงินทหารบก พ.ศ.2524 ตอนนั้นดร.ภาคภูมิ อายุเพียง 2 ขวบ พอได้รับพระราชทานยศพันตรีหญิง ก็ย้ายมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่โรงเรียนทหารการเงิน มีลูกศิษย์ลูกหาพอสมควร
“วิถีชีวิตเริ่มเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมากตอนได้รับพระราชทานยศเป็นพันโทหญิง จากสายงานเดิมที่เป็นอาจารย์ก็ผันตัวมาอยู่ที่สำนักงานที่ปรึกษากองทัพบก โดยในขณะนั้น พล.อ.แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา เป็นประธานที่ปรึกษากองทัพบก หลังจากนั้น พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือเสธ.อ้าย ก็มาเป็นประธานที่ปรึกษากองทัพบก ตนจึงได้ทำงานหน้าห้องพล.อ.บุญเลิศ และมีโอกาสร่วมงานสมาคมมวยสากลแห่งประเทศไทยกับพล.อ.บุญเลิศด้วย”พล.ต.หญิงนวรัตน์ กล่าว
พล.ต.หญิง นวรัตน์ กล่าวว่า พล.อ.บุญเลิศ ถือเป็นปูชนียบุคคล มีความรู้ความสามารถในหลายๆด้าน ทั้งด้านการทหาร การเมือง เศรษฐกิจ และ ด้านกีฬา โดยเฉพาะกีฬามวย ในช่วงที่เข้าไปทำงานช่วงที่ท่านเป็นนายกสมาคมมวยสากลแห่งประเทศไทย เป็นช่วงชีวิตที่ได้รู้จักกับนายทหารชั้นผู้ใหญ่หลายท่าน หนึ่งในนั้นคือ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ที่ได้ให้คำสอนที่ยิ่งใหญ่จะยังจดจำอยู่ทุกวันนี้คือ ไม่มีอะไรที่คนเราตั้งใจแล้วทำไม่ได้ ความตั้งใจจริงอยู่เหนือทุกอุปสรรค
“สำหรับการเป็นที่ปรึกษา ที่มูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียมนี้ โดยทั่วไปนักบัญชีที่คิดเรื่องกำไรขาดทุน แต่ที่นี่กำไร-ขาดทุนของเจษฎาเทคนิคมิวเซียม ไม่ได้ดูจากเงินที่เหลืออยู่ในตอนปลายปี แต่ดูได้จากรอยยิ้มของเยาวชน และ พี่น้องประชาชนที่สนใจในยานพาหนะโบราณ การคิดคำนวณความคุ้มค่าในการลงทุนนั้นจึงแตกต่างจากการทำบัญชีโดยทั่วไป ซึ่งขอบคุณคุณเจษฎาที่ไว้วางใจ ให้ได้มาร่วมงาน ขอสัญญาว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด” พล.ต.หญิง นวรัตน์ กล่าว
น.อ.บุญชู วรรณวิทยสิงห์ กล่าวว่า สำหรับแผนงานที่อยากนำเสนอคือการเพิ่มพื้นที่การจัดแสดง 2 ส่วน ซึ่งก็คือ ยานพาหนะของทหาร เป็นสัดส่วนหมวดหมู่ที่เหมาะสม โดยเฉพาะ กลุ่มเฮลิคอปเตอร์ เครื่องบิน และรถถัง ที่คุณเจษฎามียานพาหนะเหล่านี้จำนวนมาก ส่วนอีกอย่าง เนื่องจากตนเป็นอาจารย์และผู้ชำนาญการด้านการดับเพลิงมาทั้งชีวิต คือเรื่องการสร้างอาคารเพิ่มเติมอีกหลัง เพื่อจัดแสดงรถ และอุปกรณ์ดับเพลิงโบราณ
“คุณเจษฎามีรถดับเพลิงโบราณทั้งวิ่งได้ และ วิ่งไม่ได้กว่า 50 คัน มีหัวปืนฉีดดับเพลิงรุ่นเก่า และ อุปกรณ์ดับเพลิงอื่นๆอีกเกือบพันชิ้น ถ้าเราจัดแสดงๆดีๆ จะเป็นที่ถูกอกถูกใจแก่ เยาวชน และ ผู้ที่สนใจในการดับเพลิงอย่างแน่นอน ซึ่งผมพร้อมผลักดันให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพราะตอนนี้ก็อายุ 80 กว่าแล้ว ไม่รู้จะอยู่ถึง 100 ปี เหมือนที่หมอดูทำนายไว้หรือไม่” น.อ.บุญชู กล่าวติดตลก และว่า ขอบคุณ คุณเจษฎาที่มอบความไว้วางใจ สัญญาว่าจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด
นายอภิสิทธิ์ ธรรมใจ เปิดเผยว่า ตนเป็นคนแพร่ โตและเรียนที่แพร่ ขณะที่แม่เป็นเกษตรกร ซึ่งตนก็เป็นผู้ช่วยมือหนึ่ง ต่อมาได้ไปศึกษาที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ก่อนเข้าทำงานที่บริษัท ซิโนไทยเอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น ปฏิบัติหน้าที่วิศวกรโยธา โดยตอนนั้นมีนายชวรัตน์ ชาญวีรกุล เป็นซีอีโอ ลุยงานแรกคืองานก่อสร้างโรงงานวินีไทย ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง งานนี้ถือเป็นงานสร้างความมั่นใจให้ตนงานแรก
“ต่อมาเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท คอนฟาส จำกัด ผลงานที่แสนจะภาคภูมิใจมีอยู่หลายงาน อาทิ งานก่อสร้างสวนสุขภาพ คลองลัดโพธิ์ พร้อมแท่นประทับรูปปั้นทรงงานของล้นเกล้ารัชกาลที่9 งานก่อสร้างงานก่อสร้างพิพิธภัณฑ์พระราม9 งานก่อสร้างพุทธสถานสุโขทัยธรรมาราม ของนายแพทย์ประเสริฐ ปราสาททองโอสถ งานปรับปรุงโบสถ์นี้ที่เรารัก ซึ่งเป็นโบสถ์เก่าแก่มีอายุกว่าร้อยปีที่จังหวัดเชียงใหม่ งานก่อสร้างมัสยิดช้างเผือก จังหวัดเชียงใหม่ และ งานก่อสร้างโรงแรมฮ๊อปอินน์ ของบริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นต้น”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับเจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่ ตนออกแบบให้มีกลุ่มอาคารรองรอบๆตัวอาคารหลัก และ กลิ่นไอของอาคารรองๆนั้น ตั้งใจใส่ความเป็นล้านนาลงไปด้วย ในรูปแบบอาคารสไตล์ล้านนาประยุกต์
“อาคารหลักของเจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่มีลักษณะค่อนข้างทันสมัยมากซึ่งเป็นจุดแข็งอยู่แล้ว จึงอยากให้อาคารรองมีความแตกต่างออกไปบ้าง ผมอยากให้อาคารสไตล์ล้านนามาอยู่ที่อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม รับประกันว่าความกลมกลืนระหว่างอาคารล้านนาประยุกต์ที่ผมกำลังจะออกแบบนั้นจะเข้ากับลักษณะภูมิศาสตร์ของชาวนครชัยศรี เป็นอย่างดี”
“สุดท้ายนี้เมื่อได้รับความไว้วางใจจากคุณเจษฎา ก็จะทำหน้าที่ของผมด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยจะไม่ทำให้คุณเจษฎา และ แฟนคลับของเจษฎาเทคนิคมิวเซียมผิดหวัง”นายอภิสิทธิ์กล่าว




