รวบแล้ว หนุ่มเมาหน้าเวทีหมอลำ ทำร้ายร่างกายตำรวจ ถูกแจ้งข้อหาเมาและต่อสู้ขัดขวาง ทำร้ายเจ้าหน้าที่คุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

วันที่ 11 มิ.ย. 67 พ.ต.อ.รัฐพล เหลาพรม ผกก.สภ.สีชมพู กล่าวว่า เจ้าภาพที่จัดงานแก้บนทำหนังสือมาขออนุญาตจัดงานและขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปรักษาความสงบภายในงาน จึงจัดกำลังเจ้าหน้าที่จากฝ่ายป้องกันและปราบปรามจำนวน 10 นาย ไปรักษาความเรียบร้อยในงาน บริเวณบึงทามจักจั่น ในพื้นที่ ม.11 ต.วังเพิ่ม อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น

จากการตรวจสอบพบว่าภายในงานมีมหรสพ รวมถึงหมอลำซิ่งมาแสดง ซึ่งจากการรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฎิบัติงานนั้นพบว่ามีประชาชนหลายคนอยู่ในอาการเมาสุรา จากนั้นมีเหตุทะเลาะวิวาทที่หน้าเวทีหมอลำ จึงนำกำลังเข้าระงับเหตุ แล้วก็ถูกคนเมาขัดขวางและทำร้ายร่างกาย อ้างว่าเมาคิดว่าไม่ใช่ตำรวจ เป็นเหตุให้ ด.ต.สุธร ผบ.หมู่(ป.) สภ.สีชมพู ถูกชกที่ใบหน้า ได้รับบาดเจ็บ

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวคนเมาและคนที่ทำร้ายร่างกายตำรวจไว้ได้ 2 ราย คือ นายสุทธิลักษณ์ อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นคนที่เมาและทำร้ายตำรวจ ส่วนอีกคนชื่อ นายประหยัด อายุ 39 ปี ขณะที่ ด.ต.สุธร ที่ถูกทำร้ายร่างกายนั้น เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.สีชมพู เพื่อดำเนินคดีกับ ทั้ง 2 คน

ในข้อหาเมาสุราประพฤติตนวุ่นวาย และดำเนินคดีกับนายสุทธิลักษณ์ อายุ 37 ปี คนที่ต่อยตำรวจในข้อหา ต่อสู้ขัดขวาง และทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ ขณะปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งข้อหาดังกล่าวนั้นมีอัตราโทษ จำคุก 3 เดือน ปรับ 60000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งตำรวจได้ไปตรวจร่างกายที่รพ.แล้ว รอผลตรวจและแพทย์ลงความเห็น ก็จะเรียกผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหา และจะส่งฟ้องศาลตามขั้นตอนต่อไป

นายอาทิตย์ สิทธิสอนจิก อายุ 55 ปี ผู้ดูแลศาลหลักเมืองสีชมพู กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุนั้นมีทั้งงานแห่บุญบั้งไฟประจำปี และงานแก้บน โดยมีเจ้าภาพจ้างมหรสพมาจัดที่ข้างศาลหลักเมือง จึงเป็น 2 งานในวันเดียวกัน ในช่วงที่จัดงานนั้น ตนอยู่เฉพาะช่วงที่มีขบวนแห่งานบุญบั้งไฟ แล้วออกไปทำธุระข้างนอก ก่อนจะกลับมาทราบจากชาวบ้านว่ามีคนทะเลาะวิวาทกัน รวมทั้งมีตำรวจถูกทำร้ายด้วย แต่ไม่เห็นเหตุการณ์ด้วยตัวเอง

ในการจัดงานนั้น ก็เป็นเรื่องปกติที่หลายคนจะดื่มสุรา และมีความเมาอยู่ในตัว ประกอบกับมีสองงานมาบรรจบกันพอดี ทำให้คนที่มาร่วมงานมีจำนวนมาก และเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นจากความเมา แต่ที่ผ่านมางานบุญต่างๆที่จัดขึ้นบริเวณศาลหลักเมือง ก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้น แต่เชื่อว่าคนที่มาร่วมงานทั้งสองงาน มารวมกันทำให้เกิดคนจำนวนมากและดื่มสุราจนเมาจนขาดสติ จนเกิดการทะเลาะวิวาทกันเกิดขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน