เก๋งซิ่งมุดไม่พ้น สะบัดอัดแบริเออร์ จู่ๆ เหยียบคันเร่งพุ่งชนเก๋ง 2 ครั้งติด แล้วหนีไป
เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 14 มิ.ย.67 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี ได้แจ้งมีรถยนต์ถูกชนแล้วคู่กรณีหลบหนี ที่เชิงสะพานพระนั่งเกล้า ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่รถยกไปให้ความช่วยเหลือนำรถเก๋งคันที่ถูกชนมาตรวจสอบที่ สภ.บางศรีเมือง พร้อมกับเชิญตัวผู้เสียหายมาให้ปากคำ และแจ้งความดำเนินคดี โดยเหตุการณ์ที่เกิดเหตุเชิงสะพานพระนั่งเกล้าถนนรัตนาธิเบศร์ขาออกมุ่งหน้าถนนกาญจนาภิเษก ช่วงเวลา 18.55 น.
จากการตรวจสอบพบรถเก๋งมาสด้า 2 สีบรอนซ์-เงิน ทะเบียน 7กบ 1334 กทม. ซึ่งมี น.ส.ยุ้ย (นามสมมติ) อายุ 30 ปี พนักงานบริษัทเอกชนย่านประชาชื่น ซึ่งเป็นผู้เสียหายเดินทางเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ในสภาพได้รับบาดเจ็บบริเวณไหล่ซ้ายและหน้าอกจากแรงกระชากของเข็มขัดนิรภัย ส่วนรถเก๋งถูกชนที่ด้านหน้าขวา กันชนหน้าพังเสียหายจนหลุดไป ส่วนรถเก๋งคู่กรณีซึ่งไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน หลังก่อเหตุได้ขับหลบหนีไป โดยผู้เสียหายมีคลิปขณะเกิดเหตุด้วย
โดยภาพจากกล้องวงจรปิดมุมแรกเห็นรถทั้ง 2 คัน ลงมาจากสะพานพระนั่งเกล้า โดยรถของ น.ส.ยุ้ย ขับอยู่ในเลนขวา และรถกระบะอยู่เลนกลาง รถคันก่อเหตุอยู่ท้ายและเร่งเครื่องแซงช่องกลางระหว่างรถ 2 คัน จังหวะนั้นรถเกิดเสียหลักหมุนขวาปาดหน้ารถทั้ง 2 คัน ก่อนที่จะหมุนไปชนแบริเออร์เกาะกลางถนนทำให้หน้ารถอยู่ในลักษณะสวนทาง พร้อมกับเหยียบคันเร่งชนรถของ น.ส.ยุ้ย ถึง 2 ครั้ง จนรถจอดอยู่กับที่ประมาณ 3 นาที แล้วขับรถออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งในช่วงเกิดเหตุมีพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์สามารถถ่ายคลิปเอาไว้ได้ ทั้งนี้หลังเกิดเหตุแล้วสังเกตเห็นว่าคนขับรถเก๋งต้นเหตุมีลักษณะก้มหน้าฟุบไปกับพวงมาลัยก่อนที่จะตัดสินใจขับรถหลบหนีไป
น.ส.ยุ้ย เปิดเผยว่า ระหว่างที่ตนกำลังขับรถจะกลับบ้าน ช่วงที่กำลังลงเชิงสะพานพระนั่งเกล้า ตนขับอยู่ในเลนขวา ส่วนเลนกลางมีรถอีกคันขับอยู่ คนขับรถเก๋งคู่กรณีซึ่งขับมุดแซงมาด้วยความเร็ว จนรถเกิดเสียหลักสะบัดหมุนไปฟาดกับแบริเออร์เกาะกลางถนน จนทำให้หน้ารถหันสวนกลับมาทางเลนตน จากนั้นรถเก๋งก็พุ่งเข้ามาชนรถตนเป็นครั้งที่ 1 ก่อนจะถอยหลังไปแล้วกลับมาพุ่งชนใส่รถตนอีกครั้งเป็นครั้งที่ 2 ตนเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยเพราะไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องพุ่งชนรถตนอีก 2 ครั้ง หลังเกิดเหตุจึงรีบถอยรถออกมาตั้งหลัก แล้วหักหลบออกมาจอดใต้สะพาน เพราะเกรงจะถูกขับรถพุ่งชนอีก ทำให้หลังจากนั้นตนไม่รู้ว่า คนขับรถเก๋งคู่กรณีขับรถหนีไปทางไหน
น.ส.ยุ้ย กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุคนขับรถเก๋งไม่ได้ลงจากรถมาดูเลย ตอนที่ชนครั้งแรกเขาทำท่าเหมือนจะลงมาดู แต่กลับกลายเป็นพุ่งชนครั้งที่ 2 ตนดูแล้วมันแปลกๆ ด้วยความที่กลัวว่าจะเกิดอันตรายร้ายแรงตายมา จึงตัดสินใจขับออกไปก่อน คิดว่าคนขับรถน่าจะเป็นผู้ชาย ส่วนรถนั้นเป็นรถเก๋งไม่ทราบยี่ห้อ ในช่วงที่เค้าขับแซงใช้ความเร็วค่อนข้างสูง จนรถเสียการควบคุมแล้วสะบัด ส่วนอาการบาดเจ็บตอนนี้ตนรู้สึกว่ามีอาการระบมเล็กน้อย คาดว่าพรุ่งนี้น่าจะออกอาการมากกว่านี้ โชคดีที่ตนคาดเข็มขัดนิรภัยไว้ เพราะการพุ่งชนครั้งที่ 2 ถึงกับทำให้ศีรษะสะบัดอย่างแรง
เบื้องต้นหลังสอบปากคำหญิงสาวผู้เสียหายรายนี้แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ตามเส้นทางที่รถคันก่อเหตุขับหลบหนี เพื่อติดตามคนขับมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



