หญิงสำนึกผิด ร้องไห้ขึ้นโรงพักมอบตัว ขโมยของกินในร้านสะดวกซื้อประทังชีวิต หลังตามหาลูกสาวจนหมดตัว พลัดพรากกันมาถึง 2 ปี
วันที่ 1 ก.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ สภ.เมืองอุดรธานี น.ส.บัวแพง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี ชาว อ.เมือง จ.อุดรธานี เดินขึ้นโรงพัก สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อสารภาพผิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังขโมยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง โดยนำซองบะหมี่ยี่ห้อดังมาแสดงเป็นหลักฐาน พร้อมมาร้องขอความช่วยเหลือให้ช่วยตามหาลูกสาวที่พลัดพรากจากกันมาประมาณ 2 ปี
น.ส.บัวแพง เล่าว่า ที่มาโรงพักก็เพื่อมาสารภาพความผิดที่ตนก่อไว้ โดยก่อนหน้านี้ตนได้ไปขโมยของที่ร้านสะดวกซื้อ ก่อนที่คิดจะขโมยของ ตนไปตามหาลูกสาวที่ จ.ขอนแก่น จนเงินหมดแล้วก็ไม่เจอตัว ตอนนั้นหิวมาก ไม่มีเงินจะซื้ออาหาร จึงตัดสินใจเข้าไปขโมยของในร้านสะดวกซื้อที่ จ.ขอนแก่น จากนั้นก็นั่งรถไฟกลับมาที่ จ.อุดรธานี
พอมาถึง จ.อุดรธานี ก็หิวได้เข้าไปขโมยของที่ร้านสะดวกซื้ออีก และก่อเหตุไว้หลายที่ เลยสำนึกในความผิดที่ก่อไว้ วันนี้จึงมาโรงพักเพื่อให้ตำรวจจับกุม แต่ก่อนตนเคยทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟ ล้างจาน ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง จากนั้นก็ถูกดำเนินคดีต้องโทษที่เรือนจำกลางจังหวัดอุดรธานี 2 ปี ในคดีลักทรัพย์และครอบครองยาเสพติด และเพิ่งพ้นโทษออกมาในปี 2565
ซึ่งตอนนั้นลูกสาวของตนก็ติดคุกด้วยเช่นกันในคดียาเสพติด หลังพ้นโทษก็ยังไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง และอาศัยอยู่กับพี่คนหนึ่งที่รักและเคารพกัน และตอนนี้พี่คนนั้นก็บอกให้ตนไปอยู่ที่อื่นแล้ว ที่สำคัญตอนนี้อยากจะเจอลูกสาว ชื่อ ลลิตา ลีวัฒนกุล อายุ 30 ปี
น.ส.บัวแพง กล่าวต่อว่า วันนี้ตนมาสารภาพผิดแล้วก็อยากจะให้ช่วยตามหาลูกสาว ซึ่งพลัดพรากจากกันมานาน ก่อนจะขาดการติดต่อนั้น ตนกับลูกสาวก็ต้องโทษด้วยกัน หลังพ้นโทษลูกสาวก็ไม่รู้ไปอยู่ไหน ไปตามหาลูกที่คิดว่าลูกจะอยู่ก็ไม่เจอ หากลูกฟังข่าวอยู่และรับรู้แล้วก็ขอให้ลูกกลับมา หรือส่งเงินมาช่วยเหลือแม่ก็ได้ และตนขอสัญญาจะไม่ไปขโมยของในร้านสะดวกซื้ออีก และจะรีบหางานทำให้ได้โดยเร็ว
ต่อมาเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุดรธานี ได้มาเจอเหตุจึงได้พูดคุยสอบถามหาทางช่วยเหลือ และพาตัวไปตรวจหาสารเสพติดก่อนทำการช่วยเหลือต่อไป