หนุ่มใช้ปืนจี้ ลักพาตัวเมีย ขึ้นเก๋ง หนีข้ามอำเภอ ไปซ่อนที่กระท่อมของเพื่อน ตำรวจปิดล้อมเกลี้ยกล่อมมอบตัว แต่คนร้ายยิงสู้ จึงยิงสวน เสียชีวิต 1 ราย

เมื่อวันที่ 11 ก.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภูธร สภ.เมืองเชียงราย สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ลาว ในการช่วยเหลือตัวประกัน เมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.สันติ กองสมัคร รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.พิพัฒน์ นาระเดช รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย

ลงพื้นที่ควบคุมการปฏิบัติงานกับ พ.ต.อ.โสภณ ม่วงเฟื่อง ผกก.สภ.เมืองเชียงราย พ.ต.อ.มาโนช สุดสวาท ผกก.แม่ลาว พ.ต.ท.ฉันทฤทธิ์ เหล่าไพโรจน์จารีย์ รอง ผกก.ป. สภ.เมืองเชียงราย พ.ต.ท.สาธิต จิตกล้า รอง ผกก.สส. สภ.แม่ลาว เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายจี้จับตัวประกันมาจากพื้นที่ ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย และหลบหนีมาที่บ้านห้วยส้านอาข่า ม.9 ต.โป่งแพร่ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมรับแจ้งจากพนักงานวิทยุ สภ.เมืองเชียงราย ว่ามีผู้ก่อเหตุบุกรุกและใช้อาวุธปืนจี้ลักพาตัว น.ส.ภา (นามสมมติ) ในพื้นที่ ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงนำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าคนร้ายเป็นชายชื่อนายพง (นามสมมติ) ใช้อาวุธปืนบุกรุกไปในบ้านผู้เสียหายซึ่งเป็นภรรยา และใช้ปืนจี้ให้ภรรยาขึ้นรถแล้วหลบหนีไป

ที่เกิดเหตุมีรอยกระสุนปืนยิงเข้าไปที่กระจกในบ้าน จำนวน 1 นัด ชุดสืบสวนจึงลงพื้นที่สืบสวนติดตามลงพื้นที่หาข่าวจนสืบทราบว่ารถยนต์ของผู้ก่อเหตุ มุ่งหน้าขึ้นไปทางซอย 7 บ้านห้วยส้านอาข่า ม.9 ต.โป่งแพร่ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย ซึ่งเป็นบริเวณพื้นที่ภูเขาสูงปลูกสับปะรด

เชื่อว่าคนร้ายไปหลบซ่อนอยู่ที่กระท่อมของนายทักษ์ (นามสมมติ) ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงราย ข้อหา “ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย, โดยการกระทำเพื่อการค้า” ซึ่งรู้จักกับคนร้ายเป็นอย่างดี

ระหว่างนำกำลังเดินเท้าเข้าไปยังกระท่อมนายทักษ์ มีเสียงอาวุธปืนดังขึ้น จำนวน 1 นัด จึงวางกำลังโอบล้อมกระท่อม ที่คาดว่าผู้ก่อเหตุหลบซ่อนอยู่ และแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและขอให้ผู้ที่อยู่ด้านในกระท่อม แต่ผู้ที่อยู่ในกระท่อมใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงออกมา 1 นัด และมีชาย 2 คน วิ่งหลบหนีจากกระท่อมดังกล่าว

ถืออาวุธปืนเล็งไปยังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ในเจ้าหน้าที่ชุดปิดล้อมจับกุมในระยะประชิด เจ้าหน้าที่จึงใช้ปืนยิงตอบโต้ไป 1 นัด ทำให้ 1 ใน 2 คนร้ายล้มลง ทราบชื่อคือนายทักษ์ ทางเจ้าหน้าที่จึงให้ความช่วยเหลือและปฐมพยาบาล

เบื้องต้นตรวจยึดอาวุธปืนสั้นลำกล้องเดี่ยว ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ถืออยู่ในมือข้างขวาของ นายทักษ์ และปลอกกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 1 ปลอก และนำตัวส่งโรงพยาบาลทราบในภายหลังว่าเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ส่วนชายอีกคนเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม วิ่งติดตามจับตัวได้บริเวณทิศเหนือของกระท่อมคือ นายพง (นามสมมติ) อายุ 43 ปี อดีตสามีของน.ส.ภา ซึ่งเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุบุกรุกและใช้อาวุธปืนจี้ลักพาตัวในคดีนี้

จึงแจ้งข้อกล่าวหา “พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, ยิงอาวุธปืนโดยไม่มีเหตุอันควร, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต,บุกรุกโดยไม่มีเหตุอันควร,” และสามารถช่วยเหลือน.ส.ภา ที่ถูกจับตัวอยู่ภายในกระท่อมที่เกิดเหตุได้อย่างปลอดภัย

โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมดังกล่าวเป็นผลผลิตจากนโยบายของ พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย และ พ.ต.อ.สันติ กองสมัคร รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย ที่ต้องการให้ทุก สภ.ในพื้นที่ ภ.จว.เชียงราย มีเจ้าหน้าที่ชุดอาวุธพิเศษประจำ สภ.

โดยคัดเลือกจากเจ้าหน้าที่งานสืบสวนและป้องกันปราบปราม สภ.ละ 10 นาย นำมาฝึกร่วมกันเพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่เผชิญเหตุ ที่มีความร้ายแรงพื้นที่ของตนและสนธิกำลังทำงานร่วมกันระหว่างสถานีตำรวจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัย ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน