สุดสลด กระบะตีนผี เมาไม่ได้สติ ซิ่งชน 3 พี่น้อง เด็กกตัญญู เสียชีวิต อ้างจำไม่ได้ ตอนชนเหตุการณ์เป็นอย่างไร ตรวจฉี่เป็นสีม่วงอีก พ่อเหยื่อสุดเศร้า
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 1 ธ.ค.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.ประเชิญ อุ่นแก้ว พนักงานสอบสวน สภ.ขุนหาญ รับแจ้งเหตุรถกระบะ ชนกับรถจักรยานยนต์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย ที่ถนนบ้านห้วยจันทร์–บ้านน้ำมุด หมู่ 4 แยกซำปีกา ต.ห้วยจันทร์ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ หลังทราบเรื่องได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานมูลนิธิสว่างจิตต์ศรีสะเกษธรรมสถาน แล้วรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะตอนเดียว โตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์เทา ทะเบียนศรีสะเกษ เสียหลักอยู่ข้างทาง ชนกับต้นยางพารา สภาพกระโปรงหน้าพังยับ ชี้นส่วนรถกระบะกระจายทั่วบริเวณ มี นายลำพึง (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี เป็นคนขับ ซึ่งหลังเกิดเหตุ เจ้าตัวได้หลบหนีไป

ใกล้กัน พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ 125 สีแดง-ขาว ทะเบียนศรีสะเกษ ถูกชนพังยับเยิน พบร่างน.ส.ภัทรารัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี และ ด.ช.วรพล (สงวนนามสกุล) อายุ 6 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อ คือ ด.ช.ณัฐพัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 7 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัย นำตัวส่งโรงพยาบาลขุนหาญ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
สอบสวนเบื้องต้น รถกระบะและรถจักรยานยนต์ ขับมาในทิศทางเดียวกัน จากนั้นเมื่อถึงทางแยก รถจักรยานยนต์ได้จอดรถเพื่อเลี้ยวขวา แต่ปรากฏว่ารถกระบะ พุ่งเข้ามาชนกับรถจักรยานยนต์ ก่อนร่างของทั้ง 3 คน กระเด็น โดย น.ส.ภัทรารัตน์ เสียชีวิต และ ด.ช.วรพล บาดเจ็บ กระเด็นไปอีกฝั่ง ส่วนร่าง ด.ช.วรพล ถูกกระบะเหยียบทับร่างติดอยู่ใต้ท้องรถ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ นายลำพึง คนขับรถกระบะอาศัยรถซาเล้งชาวบ้าน แล้วหลบหนีไป

ต่อมาผู้สื่อข่าว ลงพื้นที่ โรงพยาบาลขุนหาญ เพื่อสอบถามข้อมูลกับ นายแสงระวี (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี พ่อของ ด.ช.วรพล ที่อยู่ในอาการโศรกเศร้าเสียใจน้ำตาคลอ เปิดเผยว่า น.ส.วรารัตน์ กำลังเรียน ปวส. ชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยการอาชีพขุนหาญ ด.ช.วรพล กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 3 ส่วน ด.ช.ณัฐพัชร์ เรียนอยู่ชั้น ป.1
โดยผู้ตายทั้ง 3 คน ขี่จักรยานยนต์เพื่อมาซื้อขนมกิน โดยมี น.ส.ภัทรารัตน์เป็นคนขับ ก่อนกลับไปช่วยตนทำสวนต่อ กระทั่งมาทราบเรื่องว่าถูกรถชนเสียชีวิต ตนจึงรีบมาดู และพูดคุยกับนายลำพึง คนขับกระบะ ซึ่งเจ้าตัวก็รับสารภาพเมาสุรา ก่อนมาเกิดเหตุในครั้งนี้ ซึ่งตนอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฏหมายอย่างเต็มที่
ผู้สื่อข่าวสอบถาม นายลำพึง ผู้ขับกระบะที่ก่อเหตุ ซึ่งกำลังอยู่ในอาการมึนเมา พูดจาวกไปวนมา ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุตนรับประทานอาหารและตั้งวงดื่มสุราขาวกับเพื่อน โดยจำไม่ได้ว่าดื่มหมดไปกี่ขวด หลังจากทานอาหารเสร็จ ได้ขับรถออกมาเพื่อไปทำธุระ
แต่ในขณะที่เกิดเหตุนั้น ไม่มีสติ และจำไม่ได้ว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร ตนได้รับบาดเจ็บที่กระดูกหักที่ไหล่ขวา และขณะนี้ตนอยู่ในอาการเมามากจึงไม่สารมารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้
ผู้สื่อข่าวได้ภาพจากกล้องวงจรปิดจากร้านค้าที่ผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ได้มาซื้อขนมและเครื่องดื่มก่อนจะกลับไปช่วยครอบครัวทำสวนต่อ ซึ่งภาพเหตุการณ์ เผยให้เห็นวินาทีที่เด็กทั้ง 3 คน ขับรถออกไปจากร้าน และรถกระบะได้ขับขี่มาด้วยความเร็วสูง ชนเข้ากับรถจักรยานยนต์อย่างจัง จนเกิดเสียงดัง ทำให้ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ ต่างกรีดร้องด้วยความตกใจและรีบวิ่งเข้าไปดูที่เกิดเหตุ
ทั้งนี้ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามตัวและนำมาตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ซึ่งผลการตรวจมีปริมาณ ถึง 127 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และทำการตรวจสารเสพติด พบว่ามีปัสสาวะเป็นสีม่วง โดยในเบื้องต้นได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า ขับขี่รถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ขับรถในขณะเมาสุรา และเป็นผู้ขับขี่เสพสารเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย

