ไม่ต้องรอถึง8ปีแล้ว ป้าเผยดีใจ สสจ.นนทบุรี ให้คิวทำฟัน หลังทรมานมานาน จี้อยากให้ปรับปรุงระบบจัดการคิวให้ดีกว่านี้
จากกรณี นายภาคิน หรือ คราม อายุ 44 ปี ดาราตัวประกอบชื่อดังหลายเรื่อง พาป้าน้อง อายุ 62 ปี กับลุงเปี๊ยก ไปหาหมอแผนกทันตกรรม ที่โรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง ใน จ.นนทบุรี ใช้สิทธิบัตรทองรักษาฟัน แต่ไม่ได้คิวรักษา ซึ่งทางพยาบาลแจ้งว่าต้องรอคิวไปอีกนานถึง 8 ปี เนื่องจากจำนวนผู้เข้ารับบริการมีมาก
ล่าสุดวันที่ 18 ก.พ. 68 นายภาคิน เปิดเผยกับ “ข่าวสดออนไลน์” ระบุว่า ตนไม่ได้มีเจตนาตำหนิบุคลากรทางการแพทย์หรือโรงพยาบาล เพราะเข้าใจว่าทุกคนต้องการเข้าถึงสิทธิบัตรทอง 30 บาทเหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว
ตนคิดว่าบัตร 30 บาทไม่มีจริงเพราะเมื่อต้องเข้ารับการรักษา มักมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และในกรณีของคุณป้า การต้องรอคิวทำฟันถึง 8 ปี ถือเป็นระยะเวลาที่นานเกินไป อยากให้มีการปรับระบบการจัดคิวให้เป็นระเบียบมากขึ้น

โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เนื่องจากคุณป้าใส่ฟันปลอมแบบเก่าที่มีโครงเหล็กเกี่ยว เมื่อฟันหัก เหล็กจะทิ่มกระพุ้งแก้มและเหงือก ทำให้เกิดแผลและสร้างความทรมานทั้งเวลาพูดและรับประทานอาหาร แต่เมื่อต้องไปโรงพยาบาล กลับต้องรอคิวตั้งแต่เที่ยงคืนหรือเช้ามืด ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ยากสำหรับผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว
นายภาคิน กล่าวต่อว่า ตนพาคุณป้าไปโรงพยาบาลเพื่อขอรับการรักษา โดยพยาบาลแจ้งว่าต้องมารับบัตรคิวตั้งแต่เช้าตรู่ วันแรกไปถึงเวลาตีห้าถึงหกโมง แต่คิวเต็มแล้ว ครั้งต่อมาลองไปตั้งแต่ตีสามถึงตีสี่ ก็ยังเต็มเช่นเดิม
ครั้งที่สามไปช่วงตีหนึ่งถึงตีสอง คิวก็เต็มอีก จึงเกิดความข้องใจ และสอบถามผู้ที่ได้รับคิวแรกว่ามาถึงกี่โมง คำตอบที่ได้คือเที่ยงคืน ซึ่งสำหรับผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว การต้องรอเป็นเวลานานหลายชั่วโมงถือเป็นเรื่องลำบาก
ต่อมาตนได้สอบถามพยาบาลถึงแนวทางแก้ไขปัญหาและการเร่งกระบวนการรักษาสำหรับผู้สูงอายุ แต่ได้รับคำตอบว่ายังต้องปฏิบัติตามระบบ โดยเริ่มจากรับบัตรคิว พบแพทย์ ตรวจช่องปาก และพิมพ์ฟันปลอม ซึ่งกระบวนการทั้งหมดใช้เวลานาน เมื่อถามถึงระยะเวลารอคิว พยาบาลแจ้งว่าต้องรอถึง 8 ปี หรือเร็วที่สุด 5 ปี ทำให้ตนรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก

“เราเข้าใจว่าคนไข้เยอะ คิวเยอะ บุคลากรก็ทำงานหนัก แต่การต้องรอขนาดนี้ถือว่านานเกินไป ป้าก็ท้อใจ บอกว่าจะปล่อยให้เจ็บแบบนี้ กินอาหารอ่อนๆ ไป อยากให้มีการจัดการระบบคิวให้ดีขึ้น แยกเคสตามระดับความจำเป็น และเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ให้เพียงพอ โดยอาจให้นักศึกษาแพทย์ช่วยทำเคสที่ไม่ซับซ้อน เพื่อให้แพทย์ที่มีประสบการณ์สามารถดูแลเคสเร่งด่วนได้” นายภาคิน กล่าว
ตนขอย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงระบบให้ 30 บาทเป็น 30 บาทจริง ๆ ไม่ใช่แค่ในเอกสาร แต่ต้องเป็นสิทธิที่ประชาชนสามารถใช้ได้อย่างสะดวกและทั่วถึง โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว
ด้าน ป้าน้อง กล่าวว่า ตนมีอาการเจ็บฟันมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2566 เนื่องจากฟันปลอมที่ใส่มานานหลุด ทำให้โครงลวดไปเกี่ยวกับเนื้อภายในช่องปากจนเกิดแผลและไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้ตามปกติ ด้วยความทรมาน จึงไปโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ตรวจรักษา แต่กลับไม่เคยได้รับคิวเลย เพราะผู้ป่วยที่มารับบัตรคิวมารอตั้งแต่เช้ามืด
ตนพยายามไปให้เช้าขึ้นเรื่อยๆ แต่ด้วยโรคประจำตัวทำให้ไม่สามารถรอนานได้ ที่สำคัญแม้จะได้รับบัตรคิวแล้ว ก็ยังต้องรอพบแพทย์อีกหลายชั่วโมง ซึ่งเป็นเรื่องที่ลำบากสำหรับผู้สูงอายุอย่างตน เมื่อสอบถามพยาบาลถึงแนวทางแก้ปัญหา ได้รับคำตอบว่าต้องปฏิบัติตามขั้นตอนตามลำดับคิว เมื่อทราบว่าต้องรอนานถึง 8 ปี จึงรู้สึกหมดหวัง และตัดสินใจกลับบ้านเพราะไม่แน่ใจว่าจะได้คิวก่อน หรือตายก่อน
“ตั้งแต่นั้นมา ป้าก็กินแต่อาหารอ่อนๆ เพราะไม่อยากให้กระทบกับแผลในปาก และก็ไม่คิดจะไปโรงพยาบาลอีก เพราะรู้ว่าไม่มีคิวให้ ถ้าจะไปคลินิกเอกชน ป้าก็ไม่มีเงินมากพอ” ป้าน้อง กล่าว
ป้าน้อง กล่าวว่า หลังจากทางโรงพยาบาลติดต่อมาเพื่อประสานคิวรักษาในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะแทรกคิวหลุดให้ตนเข้าไปรักษาทันที ตนดีใจที่ในที่สุดจะได้รับการรักษาเสียที ถือว่าเป็นโชคดีของตนไป แต่ตนเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่เจอปัญหาแบบตน แต่ไม่กล้าออกมาพูด ถ้าเป็นไปได้ อยากให้โรงพยาบาลแบ่งคิวตาม ความเร่งด่วนของอาการ ไม่ใช่แค่ลำดับการมาถึง เพราะเคสฉุกเฉินที่มาไม่ทัน อาจต้องทนทรมานไปอีกหลายปี
ขณะที่ ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. กล่าวว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวกรณีผู้ป่วยทันตกรรม สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) เข้ารับบริการทำฟันที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี และได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าต้องรอคิวบริการนานถึง 8 ปีนั้น
เรื่องนี้น่าจะเกิดจากข้อมูลที่ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในการบริหารจัดการคิวบริการของโรงพยาบาลดังกล่าว แต่ในส่วนของระบบบัตรทองนั้น สปสช. ยืนยันในสิทธิประโยชน์บริการทันตกรรมที่ครอบคลุมเพื่อมอบให้กับประชาชนคนไทยผู้มีสิทธิทุกคน
“หลังจากทราบข้อมูล ทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 4 สระบุรี ได้พูดคุยกับผู้ป่วยแล้ว และได้มีประสานกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนนทบุรี (สสจ.) โดยแนวทางเบื้องต้นจะนำผู้ป่วยเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลปากเกร็ด เนื่องจากสภาวะในช่องปากจำเป็นต้องได้รับการใส่ฟัน ขณะนี้ทาง สสจ.นนทบุรี ได้มีการประสานคิวบริการกับทาง รพ.ปากเกร็ด แล้ว เพื่อให้ผู้ป่วยเข้ารับบริการโดยใช้สิทธิบัตรทอง ไม่เสียค่าใช้จ่าย” ทพ.อรรถพร กล่าว