กัน จอมพลัง ยัน เดินหน้า ทำประโยชน์เพื่อชายแดนต่อ ฝากถึงนักสิทธิมนุษยชน เราสามารถทำงานร่วมกันได้
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 15 ต.ค.68 นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ถึงกรณีที่ นักสิทธิมนุษยชนที่ออกมาพูดถึงการซาวด์ผี ในพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ช่วงคืนวันที่ 10 – 13 ต.ค. ที่ผ่านมา
นายกัณฐัศว์ กล่าวว่า ความคิดเห็นของนักสิทธิมนุษยชนเป็นความคิดเห็นส่วนหนึ่ง แต่เป็นส่วนน้อย กับจำนวนคนที่เปิดให้โหวต ซึ่งตอนนี้ประมาณ 99% อยากให้ตนเองเดินหน้าทำต่อ แต่ตนก็รับฟังความคิดเห็น และหยุดเลย แต่ตนเป็นห่วงคำพูดของนักสิทธิต่างๆ ที่ชาวเขมรจะเอาคำพูดเหล่านี้ ไปสร้างความชอบธรรมให้กับเขมรเอง ซึ่งหากยังเป็นอย่างนี้ต่อไป สุดท้ายคนที่เสียเปรียบคือประชาชนคนไทย เพราะเขาเอาคำพูดของนักสิทธิไปใช้
แต่ที่จริงแล้วภารกิจดังกล่าวมันมีภารกิจที่ซ้อนอยู่ด้านในอีกที แต่ไม่สามารถพูดได้ และอยากให้นักสิทธิมนุษยชนฟังคำเตือนของประชาชนด้วย ตนเชื่อว่าไม่ได้เก่งกว่าคนที่เตือนหรอก ลองรับฟังนิดหนึ่งและระมัดระวังเรื่องคำพูด พร้อมตั้งคำถามกลับว่าทำไมไม่ออกมาปกป้องเด็กน้อย 8 ขวบ หรือคนที่ถูกกระทำที่เป็นคนไทยบ้าง
ส่วนตัวมองว่านักสิทธิมนุษยชน ควรจะคุยกันหลังบ้าน เรื่องที่เป็นชั้นความลับหรืออะไรที่จะเกิดผลกระทบต่อประเทศไทยได้ แล้ววันนี้นักสิทธิมนุษยชนพอรู้ว่าอยากให้มาช่วยคนไทยด้วยกัน วันนี้ไม่สายถ้าจะออกไปเรียกร้องหรือไปบอก อย่างที่บอกว่าไปแปลเอกสารของกัมพูชา ท่านควรเอาเรื่องราวของคนไทยเหล่านี้ไปแปลและส่งให้ชาวโลกรู้ว่าเขมรใจร้ายกับเราแค่ไหนทำร้ายคนบริสุทธิ์เด็กน้อยได้ยังไง
พร้อมยืนยันว่า ตนเองพร้อมที่จะทำงานได้กับทุกหน่วย และตนเองก็ลงพื้นที่จริงยินดีทำงานได้กับทุกคน แต่เราก็ต้องรับฟังคนอื่นให้ได้ ซึ่งตนก็รับฟังทั้งทหารตำรวจและเจ้าหน้าที่ บางครั้งการตรงเกินไปอาจจะไม่ใช่ผลดี หลักการหรือเกณฑ์อย่างอื่นที่พลิกแพลงได้ถ้าทำได้ก็อยากให้ทำ บางครั้งเดินอ้อมบ้างก็ได้
สำหรับที่เปิดโหวตไปนั้น ว่าเรื่องเครื่องเสียงจะให้เปิดต่อหรือไม่ ตอนเวลาบ่ายสามโมง แค่มีคนกดเห็นด้วยไปแล้วมากกว่า 438,900 ไลก์ หรือคิดเป็นประมาณ 99% ซึ่งถ้าประชาชนเรียกร้องก็เป็นไปได้ที่เราจะเอาไปเปิด พร้อมฝากไว้ว่า ไม่ว่าเสียงอะไรชาวเขมรก็ว่าว่าเราไม่ดีหมด ซึ่งวันนี้ทำอะไรก็ไม่ถูกใจเขมร เขมรพยามใส่ร้ายเราตลอด ก่อนหน้านี้เขมรก็เคยเปิดบทสวดใส่เรา ตอนนี้ก็ไม่แน่นะ เราอาจจะเปิดบทสวดกลับ
ทั้งนี้ หลังจากนี้ ตนจะเดินทางลงพื้นที่ไปที่จังหวัดสุรินทร์ต่อ เนื่องจาก ยังมีภารกิจชายแดนที่ต้องทำอีกมากมาย
ขณะที่ นางสะทน และ นายสุธีร์ ย่าและปู่ ของ น้ำโขง เด็กชายวัย 8 ขวบ ที่เสียชีวิต จากเหตุการณ์ระเบิดตกภายในบ้านพัก ที่จังหวัดสุรินทร์
นายสุธีร์ กล่าวว่า อันดับแรกต้องขอขอบคุณสื่อมวลชน ที่ไม่ทิ้งกันตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบันนี้ส่วนทางนักสิทธิมนุษยชน ที่ออกมาเคลื่อนไหวจากที่เราเป็นผู้ประสบภัย ท่านไม่เคยเข้ามาดูแลเยียวยาหรือให้ขวัญกำลังใจ แนะนำ ในการก้าวข้ามผ่านเหตุการณ์ช่วงเลวร้ายเลย ก็เลยทำให้ครอบครัวรู้สึกก็อึดอัดมาก แต่เมื่อมาได้มาออกรายการโหนกระแส ก็รู้สึกผ่อนคลาย
ในส่วนของการเยียวยาทางรัฐบาลก็ดูแลแล้ว ส่วนบ้านเรือนก็ได้สร้างให้เรียบร้อยแล้ว ต้องกราบขอบพระคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ในส่วนของด้านอาชีพและการทำมาหากิน ทางวิทยาลัยเกษตรบุรีรัมย์ ก็ได้เข้าไปให้ข้อมูลและพร้อมช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงกบ เลี้ยงปลา ปลูกพืชสวนครัวซึ่งถ้าหากขาดเหลือจุดไหนจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
ทั้งนี้ ตั้งแต่ที่เกิดเรื่องสิทธิมนุษยชนก็ไม่เคยเข้ามา พูดคุยเลย ซึ่งเราก็อยากคุยกับท่านอยู่เหมือนกัน ว่าการที่ที่ท่านออกมาเคลื่อนไหวระยะหลัง เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นมันก็เบาบางลงแล้ว มันเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งเรื่องของความรู้สึก แต่ทางนักสิทธิมนุษยชนไม่เคยมองและเข้าถึงพวกเราเลย แต่พอมีเหตุระหว่างชายแดนระยะหลังท่านก็ออกมาเคลื่อนไหวเต็มตัวมันจึงมีข้อเปรียบเทียบที่ว่ามีการปฏิบัติหลายมาตรฐานหรือไม่
อย่างไรก็ตาม สำหรับสภาพจิตใจตอนนี้ก็ดีขึ้นกว่า 50% แล้ว ได้สัญญากับทุกคนว่าจะพยายามก้าวผ่านเหตุการณ์นี้ไปให้ได้ แม้ว่าทุกวันนี้เราจะยังคงรู้สึกหวาดกลัวอยู่ ตราบใดที่ยังไม่มีเหตุการณ์สงบถาวรการประกอบสัมมาชีพของเรา เราก็ยังรู้สึกระแวดระวังและตื่นตระหนกอยู่เสมอ