บทบรรณาธิการ : บทเรียนถ้ำหลวง

การช่วยเหลือผู้ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ออกมาได้อย่างปลอดภัยทั้ง 13 ชีวิตครั้งนี้ เป็นข่าวใหญ่ มีผู้สนใจติดตาม และให้กำลังใจแก่ผู้ร่วมปฏิบัติการจากทั่วโลก

เนื่องจากผู้ที่ติดอยู่ในถ้ำเป็นทีมฟุตบอล ประกอบอยู่ในช่วงเวลาการแข่งขันฟุตบอลโลกพอดี ทั้งองค์กรเกี่ยวกับฟุตบอล ตลอดจนนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงจึงต่างเอาใจช่วย

นอกจากนี้ ยังได้รับความช่วยเหลือจาก ทีมกู้ภัย ตลอดจนนักดำน้ำ แพทย์ รวมถึง ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากหลายประเทศ ที่ระดมความคิดและวางแผนนำตัวออกมาอย่างมีขั้นตอนเป็นระบบ

เป็นการทำงานอย่างมืออาชีพโดยแท้

ที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบภัยทางธรรมชาติครั้งใหญ่มาแล้วหลายครั้ง ทั้งดินถล่ม น้ำท่วม คลื่นยักษ์ถล่มชายฝั่ง ตึกถล่ม รวมทั้งอัคคีภัยต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ

แม้จะมีหน่วยงานด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กู้ภัยเอกชนจากมูลนิธิต่างๆ ที่เป็นจิตอาสาที่มีประสบการณ์ แต่ถ้าหากมีเหตุการณ์ใหญ่ๆ ที่คาดไม่ถึง ไม่แน่ใจว่าจะมีศักยภาพพอรับมือหรือไม่

การมีหน่วยงานหรือสถาบันที่ดำเนินการเฉพาะในการฝึกฝน เพิ่มทักษะ เรียนรู้ สร้างองค์ความรู้ แสวงหาความร่วมมือจากนานาประเทศ ถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ต่างๆ มาปรับใช้ เพื่อป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญ

สมควรจะเริ่มได้แล้วหลังจากเหตุการณ์นี้

จริงอยู่ การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไข แต่ภัยธรรมชาติรวมถึงอุบัติภัยต่างๆ ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร การเตรียมบุคลากร อุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัย ย่อมจะบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นได้

ในระดับรัฐบาล การจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในด้านนี้มีความสำคัญ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องดำเนินการควบคู่กับการฝึกฝน สร้างคน ตลอดจนเพิ่มทักษะในการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ด้วย

ส่วนสถาบันการศึกษา ก็ต้องหันมาทบทวนว่าจะต้องมีหลักสูตรการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือไม่ หรืออาจจะบูรณาการร่วมกันระหว่างกองทัพกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็จะเป็นอีกทางหนึ่งที่น่าสนใจ

โดยนำปฏิบัติการถ้ำหลวงที่สำเร็จลุล่วงครั้งนี้มาเป็นบทเรียน

บทความก่อนหน้านี้မြန်မာ နဲ့ မြောက်ကိုရီးယား ငြိမ်းချမ်းရေးဖြစ်စဉ်တွေမှာ အရေးပါတဲ့သူ
บทความถัดไปอย่างเท่! ทีมหาปล่องรัวอิ๊ง-ร้องเพลง ‘อิมเมจิ้น’ ตอบนักข่าวต่างชาติ(คลิป)