บทบรรณาธิการข่าวสด : สำนึกประชาธิปไตย

บทบรรณาธิการข่าวสด : สำนึกประชาธิปไตย

บทบรรณาธิการ

การเปิดประเด็นของอดีตสมาชิกพรรคการเมืองของไทย ว่าด้วยเรื่องการสมคบคิด การวางแผนการยึดอำนาจ กระบวนการทำลายประชาธิปไตย ทำลายอำนาจของประชาชน สร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองไม่น้อยในช่วงเวลานี้

แม้ประเด็นดังกล่าวเป็นหัวข้อและเนื้อหาที่พบเห็นมาก่อนในหมู่ประชาชนทั่วไป ทั้งตามวงสนทนาและในโลกออนไลน์ รวมไปถึงข้อเขียนของสื่อมวลชน

ความเสี่ยงของผู้เปิดประเด็นในฐานะสมาชิกพรรคการเมืองย่อมจะต้องถูกตีความไปต่างๆ นานา ในที่นี้รวมถึงข้อกล่าวหาและการตั้งข้อสังเกตด้านลบ

แต่นอกเหนือเรื่องตัวบุคคลและพรรคการเมืองแล้ว ประเด็นที่น่าคิดคือต้องยุติการคุกคามประชาธิปไตยให้ได้

กรณีศึกษาจากต่างประเทศเมื่อเร็วๆ นี้แสดงให้เห็นว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นต้องโปร่งใสและตรงไปตรงมา มิเช่นนั้นจะเกิดปัญหายุ่งยากซับซ้อนตามมา

อีกทั้งจะไม่ได้การยอมรับจากนานาประเทศอย่างทั่วถึง

กรณี ปากีสถาน มีข้อครหาว่าพรรคที่ชนะการเลือกตั้งได้รับการสนับสนุนพิเศษจากกองทัพ จึงทำให้ชัยชนะดังกล่าวไม่สง่างามอย่างที่ควรจะเป็น และอาจกลายเป็นจุดอ่อนสำหรับการบริหารงานต่อไป

ส่วนกรณี กัมพูชา ชัยชนะที่เด็ดขาดของพรรครัฐบาลกลับถูกเมินเฉยจากชาติตะวันตก จึงน่าเสียดายว่าภูมิภาคอาเซียนเสียโอกาสยกระดับด้านประชาธิปไตย

เรื่องเหล่านี้จึงควรชั่งใจให้ดีและประเมินผลกระทบในระยะยาว ว่าจะปล่อยให้เกิดขึ้นกับประเทศไทยหรือไม่

ชัยชนะที่จะเกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งแรกของไทยในรอบหลายปี ควรเป็นชัยชนะที่มาจากการแข่งขันด้านนโยบายเป็นหลัก มากกว่าการจัดแจงและใช้กลไกของรัฐ

เพราะการเลือกตั้งเป็นการเปิดสนามให้ประชาชนทั้งหมดเข้ามามีส่วนร่วม

หลังจากอำนาจของประชาชนถูกยึดไปตั้งแต่ ปี 2557 จนกลายเป็นการตัดสินใจกันเองในเรื่องประเทศชาติของกลุ่มคนเพียงไม่มากที่ได้รับการสนับสนุนจากแนวร่วมที่สุขสบายอยู่ในสภาวะที่ ได้เปรียบทางสังคมและเศรษฐกิจ

เรื่องเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องตัวบุคคลหรือกำจัดใครให้ออกไปพ้นประเทศ แต่เป็นเรื่องประชาธิปไตยที่ผู้เคยร่วมทำลายควรต้องสำนึกได้

บทความก่อนหน้านี้เปิดหลักฐานมัดผัวโหด ฆ่าปาดคอเมียสาวเสิร์ฟ สยองหอพักเมืองลับแล
บทความถัดไปจดหมาย เปิดผนึก สมคบคิด “รัฐประหาร” กับ ประชาธิปัตย์