บทบรรณาธิการ : บทพิสูจน์ กกต.
บทบรรณาธิการ : บทพิสูจน์ กกต. – คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต. ตกเป็นเป้าถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ภายหลังมีการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2561 ให้อำนาจ กกต.ขยายเวลาแบ่งเขตเลือกตั้ง
ทั้งที่ก่อนหน้าเพียงแค่ 2 วัน นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เพิ่งให้สัมภาษณ์ว่า กกต.ได้ดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งครบ 350 เขตเป็นที่เรียบร้อย เตรียมประกาศในอีกไม่กี่วัน ข้างหน้า
ทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า คำสั่งหัวหน้า คสช.ดังกล่าวเข้าข่ายแทรกแซง กกต. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระมีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรมหรือไม่
การใช้มาตรา 44 กับ กกต.ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก
เดือนมีนาคมที่ผ่าน ได้มีการใช้อำนาจพิเศษเดียวกัน ออกคําสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 4/2561 ให้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร พ้นจากตำแหน่ง กกต.ขณะนั้น
โดยระบุเหตุผลว่า มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในการให้สัมภาษณ์สื่อ เกี่ยวกับกระบวนการและกําหนดการเลือกตั้ง ในลักษณะอาจก่อความสับสน เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานของกกต. และการจัดการเลือกตั้งให้สําเร็จลุล่วงด้วยดี
รวมถึงการออกพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วย กตต. ฉบับปี 2560 อันมีผลให้ต้องเซ็ตซีโร่ กกต.ชุดเก่า พร้อมกับสรรหา กกต.ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน
ซึ่งก็คือ กกต.ชุดปัจจุบันนั่นเอง
จากที่มาดังกล่าว กกต.ปัจจุบันจึงเป็นชุดแรกที่ถือกำเนิดในยุค คสช. ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการจัดการเลือกตั้งในระยะเปลี่ยนผ่านตามโรดแม็ปของ คสช.
ทั้งนี้ นายอิทธิพร บุญประคอง เคยกล่าวไว้ในวันพิธีรับสนองพระราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานและ กกต.ทั้ง 5 คนว่า จะทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง กล้าหาญตัดสินใจ ซื่อสัตย์สุจริต ยึดกฎหมายเป็นหลัก และไม่ถูกครอบงำจากอำนาจใดๆ
คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 16/2561 เกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้ง กับผลลัพธ์ที่จะตามมา ซึ่งจะกระทบต่อภาพลักษณ์การเลือกตั้งโดยรวมแน่นอน จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า
กกต.รักษาจุดยืน หลักการตามที่พูดไว้ได้หรือไม่