บทบรรณาธิการ : ส.ว.เลือกกันเอง

บทบรรณาธิการ : ส.ว.เลือกกันเอง – กระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา แบบกลุ่มอาชีพ ได้ฤกษ์เริ่มต้นในสัปดาห์นี้ พร้อมงบประมาณสำหรับดำเนินการ 1,303 ล้านบาท

ตั้งแต่วันที่ 26-30 พ.ย.2561 คณะกรรมการการเลือกตั้งเปิดรับสมัครส.ว.ที่ใช้สูตรใหม่ในการ คัดเลือก

สูตรดังกล่าวกำหนดให้ผู้สมัครใน 10 กลุ่มวิชาชีพ “เลือกกันเอง” และ “เลือกแบบไต่ระดับ” ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ คัดแล้วให้เหลือ 200 รายชื่อ

จากนั้นส่งให้กกต. เพื่อส่งต่อให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ คัดอีกครั้งหนึ่งให้เหลือ 50 รายชื่อสุดท้ายที่ได้เป็น ส.ว.

ชัดเจนว่าเป็นกระบวนการที่คสช.มีบทบาทการตัดสินใจขั้นสุดท้าย หรือขั้นสูงสุด

กกต. ระบุถึงความสำคัญของ ส.ว. ที่จะมีวาระ 5 ปี ว่าจะได้ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี อย่างน้อย 2 ครั้ง

ในส่วนส.ว.กลุ่มอาชีพ 50คนจากสมาชิกวุฒิสภา 250 คน และจากรัฐสภา 750 คน จึงถือว่าเป็นกลุ่มที่มีบทบาทร่วมตัดสินตัวนายกรัฐมนตรีอยู่มาก

เมื่อพิจารณาความเห็นของกกต.ดังกล่าว และเปรียบเทียบกับบทบาทหน้าที่ส.ว.ของต่างประเทศ จะเห็นได้ว่าของไทยมีลักษณะแตกต่างและเป็นไทยแลนด์โอนลี่

โดยเฉพาะเส้นทางที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน กลับมีบทบาทกำหนดตัวผู้นำประชาชน หรือนายกรัฐมนตรี อยู่มากและคาบเกี่ยวถึงสองสมัย

อีกทั้งยังเชื่อมโยงอยู่กับ คสช. อย่างชัดเจน

ส.ว.ของประเทศประชาธิปไตย มีหน้าที่หลักในการกลั่นกรองกฎหมายที่จะออกมามีผลกระทบต่อประชาชน จึงมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน

การชิงตำแหน่งส.ว.ของหลายประเทศยากกว่าการแข่งขันของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจาก ต้องเป็นผู้ที่มีคุณวุฒิ ประสบการณ์สูง มีความเชี่ยวชาญอ่านกฎหมายได้แตกฉาน

ผู้ลงสมัครส.ว.จึงต้องแสดงคุณสมบัติของตนผ่านการหาเสียงอย่างเข้มข้น

แต่ของไทยห้ามผู้สมัครโฆษณาหาเสียง เพราะหวาดระแวงว่าคนมีปัจจัยทางการเงินมากกว่าอาจได้เปรียบคู่แข่งขัน

ข้อจำกัดดังกล่าวจึงยิ่งทำให้ส.ว.ห่างไกลจากประชาชนมากขึ้นอีก จากเดิมที่ห่างไกลอยู่มากพอสมควรแล้ว

ส.ว.ชุดนี้จึงจะเป็นผลผลิตที่อยู่นอกกรอบประชาธิปไตยอย่างสิ้นเชิง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน