ปลดล็อกลวงตา :คอลัมน์ ใบตองแห้ง

ปลดล็อกลวงตา 

ใบตองแห้ง

ไชโย คสช.ปลดล็อกให้หาเสียงได้แล้ว ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐขึ้นป้ายฉับพลันทันใจ ปัดโธ่ ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า แค่ทำป้ายเตรียมไว้ คำสั่งออกเมื่อไหร่ก็ติดป้ายทันที

พรรคสี่รัฐมนตรีก็ไม่รู้ล่วงหน้า แค่แทงหวยถูก ขายบัตรโต๊ะจีนให้พ่อค้านักธุรกิจ ระดมทุน 600 ล้าน วันหวยออกพอดี พรรคอื่นแทงหวยผิดก็อย่าบ่น

ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ดีใจ กับการยกเลิก 9 คำสั่ง ซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ที่ประชาชนถูกริบไปเกือบห้าปี ก็จริงอย่างที่ทักษิณชี้ นี่ไม่ใช่ความกรุณา จะต้องทวงสิทธิเสรีภาพความเสมอภาคกลับคืนมา ไม่ใช่หดหัวรอความเมตตา แบบพวกบอยคอตเลือกตั้งที่ได้ยินคำว่าแก้รัฐธรรมนูญก็กลัวการเผชิญหน้า

ไม่เผชิญหน้า ไม่กล้าต่อสู้เรียกร้อง แล้วจะได้เลือกตั้งหรือ ถ้าทุกคนบอกว่ามีความสุขใต้รัฐประหาร จะมีเลือกตั้งได้อย่างไร

ก็เพราะมีคนต่อต้าน มีคนกล้าท้าทาย รัฐประหารจึงอยู่ต่อไปไม่ได้ ต้องถ่ายโอนอำนาจมาสู่ระบบเลือกตั้ง นี่ไม่ใช่ความเมตตา ความหวังดี หรือมีจิตใจประชาธิปไตยแม้แต่น้อย แค่จำเป็นต้องทำเพื่อสืบทอดอำนาจผ่านเลือกตั้งเท่านั้น

น่าเศร้าใจที่คนไม่ยอมรับอำนาจรัฐประหาร คนคัดค้านอำนาจ ยังต้องต่อสู้คดีความ ที่รัฐประหารออกคำสั่งเป็นความผิด ชุมนุม 5 คนขึ้นไปผิด ยืนเฉยๆ ก็ผิด ไม่มารายงานตัวตามคำสั่งก็ผิด ทั้งที่เป็นการยึดอำนาจโดยรถถังแล้วออกคำสั่งเป็นกฎหมาย วันนี้ยกเลิกคำสั่งแล้ว ก็ยังต้องขึ้นศาล ซึ่งบางคดี ยังอยู่ในศาลทหาร

คนอยากเลือกตั้งมีคดีเป็นหางว่าว ส่วนพวกที่เชียร์รัฐประหาร ด่าประชาธิปไตยฝรั่ง วันนี้ดีใจได้เลือกตั้ง

คำสั่งปลดล็อกมีความหมายอะไร นอกจากให้พรรคการเมืองหาเสียงได้ ชุมนุม 5 คนขึ้นไปได้ แต่ต้องให้ตำรวจอนุญาต ไม่งั้นโทษหนัก

คำสั่งปลดล็อกยังไม่ได้ยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 และ 13/2559 ซึ่งให้อำนาจทหารเอาตัวประชาชนไปปรับทัศนคติ บุกค้นบ้านโดยไม่ต้องขอหมายศาล เอาตัวเข้าค่ายทหาร 7 วันโดยไม่ต้องมีหมายจับ

แปลว่าระหว่างหาเสียงกันเพลินๆ หัวคะแนน แกนนำชาวบ้าน ก็อาจโดนอุ้มเข้าค่ายทหารได้ 7 วัน โดยทหารไม่มีความผิด ไม่ถือว่าแทรกแซงเลือกตั้ง ท่านเพียงสงสัยว่าจะเกิดความไม่สงบก็ใช้อำนาจได้เลย

นี่ยังไม่นับการใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ม.116 “ภัยต่อความมั่นคง” แบบตีความกว้างไกลไพศาล แบบหัวหน้าพรรค การเมืองให้สัมภาษณ์ออกทีวี แล้วเอาแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก ก็โดนทหารแจ้งจับฐานแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ

คำสั่งปลดล็อกยังไม่ได้ยกเลิกประกาศ คสช.ฉบับที่ 97 และ 103 ที่จำกัดเสรีภาพสื่อ โดยเฉพาะวิทยุโทรทัศน์ ห้ามนำเสนอข้อมูลที่ก่อความขัดแย้ง เป็นภัยต่อความมั่นคง ห้ามวิจารณ์ คสช. โดยยังมีคำสั่งที่ 41/2559 ขยายอำนาจให้ กสทช.ลงโทษสื่อที่วิพากษ์วิจารณ์

ถามว่าระหว่างเลือกตั้ง ทีวีจะสัมภาษณ์นักการเมืองวิพากษ์วิจารณ์ผลงานรัฐบาลได้หรือไม่ ในเมื่อรัฐบาล คสช.ไม่ได้เป็นคนกลางอีกต่อไป สี่รัฐมนตรีตั้งพรรคพลังประชารัฐ หากหัวหน้า คสช.รับเป็นแคนดิเดตอันดับหนึ่ง วิทยุโทรทัศน์จัดรายการเชิญนักวิชาการมาวิพากษ์ท่านจะถูกปิดหรือไม่

คำสั่งปลดล็อกเพียงคืนสิทธิบางอย่าง พอให้เลือกตั้งได้ แต่ไม่ได้คืนเสรีภาพประชาชน จนเพียงพอที่จะเป็นการ “เลือกตั้งเสรี” บริสุทธิ์ ยุติธรรม โปร่งใส

โดยเฉพาะหัวหน้า คสช. ที่เชิดชูโดยพรรคพลังประชารัฐ ยังมี ม.44 อำนาจสารพัดนึกเหนือทุกฝ่าย เหนือศาล เหนือองค์กรอิสระ เหนือ กกต. จนออกคำสั่งขยายเวลาให้ กกต.แบ่งเขต “อัปลักษณ์” พูดจาทึกทักอยากให้บัตรเลือกตั้งไม่มีชื่อพรรค แล้ว กกต.ก็ขานรับโดยอ้างเลือกตั้งต่างประเทศเป็นอุปสรรค

ไม่มีอะไรรับประกันว่า “ลุงตู่” จะเลิกใช้ ม.44 เกี่ยวข้องกับอำนาจเลือกตั้ง แม้หลังได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ

เช่นกัน ยังไม่สามารถวางใจได้ว่า การใช้อำนาจของ กกต.จะเอื้อต่อการแข่งขันเสรี โปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม เพราะมีทั้งปัญหาความเชื่อมั่น ต่อความเป็นกลางของ 7 กกต.ที่มาจากมติ สนช.แต่งตั้ง มีทั้งปัญหาทัศนะ วิธีการ ของผู้มาจากระบบราชการต่อการเลือกตั้ง

ยกตัวอย่าง แนวคิด กกต.ต่อการหาเสียงออนไลน์ ซึ่งย้อนไปเป็นยุค 0.4 วิธีการทำงานที่พรรคการเมืองขำกลิ้ง คือแทนที่จะให้ส่งไฟล์บัญชีผู้สมัครสมาชิกพรรค กลับให้เจ้าหน้าที่พรรคต้องกรอกเอกสารผ่านเว็บ กกต.ทีละราย

นี่ไปจนถึงกระแสข่าว กกต.จะไม่ให้พรรคการเมืองเปิดเวทีปราศรัย อ้างความได้เปรียบเสียเปรียบ ให้ขึ้นเวทีของ กกต.เท่านั้น หรืออาจจะไม่ให้ออกรายการทีวี เว้นแต่จัดประชันกันร้อยกว่าพรรค ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้

จับตาให้ดีนะครับ เพราะถ้า กกต.สกัดกั้นพรรคการเมืองต่างๆ ก็เท่ากับเปิดทางให้พรรครัฐบาลหาเสียงแต่ผู้เดียว

(หน้า 6)

บทความก่อนหน้านี้ตร. ฮึ่ม แว้นแห่แก้ผ้าถ่ายคู่รถคันโปรด ชี้โทษหนัก เตือนคนแชร์ต่ออาจผิดไปด้วย!
บทความถัดไปตม.มุกดาหาร จัดเปิดศึกดวลแข้ง-ชักเย่อ เชื่อมสัมพันธ์ไทย-ลาว