เปิดศักราชใหม่ปี 2569 เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ จะยังพัฒนาไปข้างหน้าแบบก้าวกระโดด และจะส่งผลให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ล้ำหน้าออกมาต่อเนื่อง
หนึ่งในผลิตภัณฑ์จากความชาญฉลาดของเอไอจะเป็นหุ่นยนต์ ทั้งที่รูปร่างไม่เหมือนและเหมือนมนุษย์ เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน
Mashable หนึ่งในเว็บไซต์ไอทีชั้นนำ นำความน่าตื่นเต้นของเทรนด์เทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในปีนี้มาให้ชมกันไม่ว่าในแง่สินค้าและความเคลื่อนไหวของบรรดายักษ์ใหญ่ไอทีของโลก
Smart Glasses
แว่นตาอัจฉริยะหนึ่งในสินค้าที่น่าตื่นตาตื่นใจในปีนี้ถือเป็นผลิตผลความก้าวหน้าทั้งจากเอไอและคอมพิวเตอร์ ที่ผสานกราฟิกเข้ากับภาพที่ผู้ใช้มองผ่านเลนส์ของแว่นจากขีดสุดของเทคโนโลยี Visual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR) ซึ่งทางไมโครซอฟท์เรียกรวมๆ ว่า เทคโนโลยีหลอมมิติ XR

ค่ายไอทียักษ์ใหญ่ทั่วโลกจะทยอยเปิดตัวและวางจำหน่ายแว่นตาอัจฉริยะกันอย่างต่อเนื่องทั้ง Meta, Samsung, Apple, Google และ Xreal ซึ่งหลายรุ่นเปิดตัวสร้างความฮือฮากันไปแล้วเมื่อปีก่อน
Foldable phones
สมาร์ตโฟนพับได้จะเป็นมือถือที่แพร่หลายมากขึ้นในปีนี้เป็นผลจากการวางจำหน่ายและเปิดตัวต่อเนื่องมานานหลายรุ่นตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เทคโนโลยีโดยรวมเริ่มมีเสถียรภาพ ผู้พัฒนาแก้ไขจุดบกพร่องไปได้หลายประการ ไม่ว่าข้อต่อพับ ความทนทานของจอภาพและรอยพับ ไปจนถึงขนาดหน้าจอทั้งด้านนอกและใน

ยกตัวอย่าง Motorola Razr Ultra มือถือพับตลับแป้งที่โดดเด่นเมื่อปีก่อน รวมถึง Samsung Galaxy Z TriFold จากเกาหลีใต้ที่เปิดตัวไปหมาดๆ เมื่อปลายปี 2568 แน่นอนว่าปีนี้หลายสายตามุ่งไปที่ Apple ที่คาดว่าจะเปิดตัว iPhone Fold ในปีนี้นั่นเอง
Artificial General Intelligence (AGI)
ปัญญาประดิษฐ์แบบฉลาดรอบด้าน หรือเอจีไอ ถือเป็นจุดหมายปลายทางการพัฒนาเอไอในปัจจุบัน กล่าวคือ มีความชาญฉลาดเทียบเท่ามนุษย์ในทุกด้าน ทำให้สามารถทำงานได้เองแบบอัตโนมัติโดยไม่จำเป็นต้องมีมนุษย์คอยกำกับดูแล ยกตัวอย่าง Sovereign AI ที่คอยกำกับดูแล AI เฉพาะด้าน เป็นต้น

ปีนี้เอไอจะยังรุดหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั้งในแง่ผลิตผล (productivity) และผลกระทบต่อตลาดสินค้าไอที โดยเฉพาะฮาร์ดแวร์หลายชนิดที่เอไอจำเป็นต้องใช้ อาทิ หน่วยความจำแรม (RAM) ที่จะหายากและราคาแพงขึ้น เช่นเดียวกับหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ถึงจะยังไปไม่ถึงขั้น AGI ก็ตาม
Apple
หนึ่งในค่ายยักษ์ใหญ่ไอทีที่น่าจับตามองที่สุดของปีนี้หนีไม่พ้นแอปเปิ้ลจากสหรัฐอเมริกาที่จะเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ เพราะนายทิม คุก ซีอีโอจะลงจากตำแหน่งเพื่อเปิดทางให้กับหัวเรือคนใหม่

ผู้เชี่ยวชาญไอทีมองว่า แอปเปิ้ลแม้ประสบความสำเร็จในแง่ยอดจำหน่าย และเปิดตัวสินค้าใหม่มากมายเมื่อปี 2568 แต่นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า ความว้าวของสินค้านั้นกลับเทียบไม่ได้กับบรรดาสมาร์ตโฟน และสินค้าไอทีอื่นๆ จากผู้พัฒนาประเทศจีน
รวมถึงคู่แข่งอย่างซัมซุงจากเกาหลีใต้ ซีอีโอคนใหม่ของแอปเปิ้ลจะต้องมาพร้อมวิสัยทัศน์ใหม่ที่จะปฏิรูปแอปเปิ้ลให้มีความหวือหวา เรียกกระแสความสนใจจากประชาคมโลกได้ทัดเทียมคู่แข่งในปีนี้ (Apple iPhone Fold?)
Humanoid Robots
ช่วงปลายปีที่ผ่านมาหลายคนได้ชมผ่านหูผ่านตา การเปิดตัว หุ่นยนต์ที่มีรูปร่างเลียนแบบมนุษย์ไปแล้วหลากหลายรุ่น อาทิ Tesla Optimus (สหรัฐอเมริกา) 1X Neo Home Robot (นอร์เวย์-สหรัฐ) และอีกหลายรุ่นจากจีน อาทิ Unitree Robotics G1, Robot Era STAR 1 และ Engine AI SE01 เป็นต้น

ปีนี้หลายคนจะเริ่มมีโอกาสเห็นหุ่นยนต์พวกนี้ถูกสั่งซื้อมาใช้งานจริงตามบ้านเรือนอย่าง Neo Home Robot ของค่าย 1X ที่เปิดจองตั้งแต่ปีก่อน มีข่าวแว่วๆ ว่าทาง Tesla ก็เตรียมจะวางจำหน่าย Optimus ภายในปีนี้ รวมไปถึงอีกหลายค่ายจากจีนที่เริ่มทยอยวางจำหน่ายหุ่นเหล่านี้ตามตลาดท้องถิ่น
Humanoid Robots น่าจะเป็นหนึ่งในเทรนด์เทคโนโลยีที่สร้างความตื่นตาตื่นใจมากที่สุดในปีนี้ และจะสร้างแรงกระเพื่อมให้กับหลายวงการ โดยเฉพาะที่งานมหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า CES 2026 ที่นครลาสเวกัส รัฐเนวาดา ประเทศสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะมีหลายค่ายนำพวกมันมาจัดแสดงกันอย่างเนืองแน่น
Physical AI
เอไอสนทนาอย่าง ChatGPT จาก OpenAI นั้น ได้รับการตอบรับอย่างแพร่หลายทั่วโลก นอกเหนือจากความสามารถในการค้นหาข้อมูล (ที่ยังตรงบ้างไม่ตรงบ้าง) แล้วยังเป็นการมีไว้สนทนายามเหงา รวมไปถึงการระบายความอัดอั้น ตลอดจนปรึกษาปัญหาต่างๆ

หนึ่งในสินค้าที่จะออกมาในปีนี้เป็นเอไอสนทนาที่จะผสมผสานตัวตนที่สามารถจับต้องได้เหมือนกับเป็นสัตว์เลี้ยงอย่าง Fuzozo ไว้ให้มนุษย์ติดจอขี้เหงาทั้งหลายไว้ได้ครอบครองเป็นเพื่อน นอกจากคุยได้แล้วยังลูบได้ด้วย และคาดว่าจะมีสินค้าในรูปแบบดังกล่าวทยอยเปิดตัวออกมาเพื่อมนุษย์ติดจอขี้เหงาอย่างต่อเนื่อง
Iterative improvements
น่าเสียดายที่สินค้าไอทีส่วนใหญ่จะไม่ก้าวกระโดดเหมือนการพัฒนาเอไอ เนื่องจากบรรดาผู้พัฒนาต้องเร่งผลิตสินค้ารุ่นใหม่ออกมาเพื่อสร้างการเติบโต ทำให้มีเวลาพัฒนาน้อย แต่ต้องเผชิญแรงกดดันจากนักลงทุนให้ต้องมีกำไรเยอะๆ บ่อยๆ สินค้ารุ่นใหม่ๆ ที่ออกมาแน่นอนว่าดีขึ้นแต่อาจจะไม่ว้าวสักเท่าใดที่แน่ๆ คือราคาแพงขึ้น

ยกตัวอย่าง หูฟัง Sony XM6 ที่พัฒนาระบบ Noise-Cancelling ใหม่ ใช้เวลาพัฒนาต่อเนื่องมาหลายปี แต่ต้องยอมรับว่าคุณภาพเสียง และ NC นั้นไปถึงระดับที่หูมนุษย์แยกไม่ออกแล้ว (ต้องใช้เครื่องวัดรีวิว) เช่นเดียวกับสินค้าไอทีอื่น เช่น จอโทรทัศน์ จอภาพมือถือ เรียกว่า ตามนุษย์แทบจะแยกไม่ออกแล้วว่าดีขึ้นอย่างไร
RAM Issue
สาวกไอทีทั้งหลายต้องทำใจเพราะสินค้าไอทีจะแพงขึ้นอีกในปีนี้โดยเฉพาะหน่วยความจำแรม เนื่องมาจากความต้องการของเอไอทำให้ความต้องการสินค้าชนิดนี้เพิ่มมากขึ้นมโหฬาร ผลก็คือราคาแพงขึ้นและหายากขึ้น ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับบรรดานักประกอบคอมพิวเตอร์ทั้งหลาย

ผลกระทบของแรมนั้นจะส่งผลต่อสินค้าทุกชนิดที่ต้องใช้แรม ไม่ใช่เฉพาะคอมพ์พีซี แต่รวมถึงการ์ดจอ (เดิมก็แพงขึ้นมากอยู่แล้ว) ไปจนถึงคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก สมาร์ตโฟน และแท็บเล็ต ที่อาจมีแรมน้อยลง หรืออาจต้องขึ้นราคา ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคาดว่าสภาวะแรมขาดแคลนจะยาวไปจนถึงอย่างน้อยปี 2572
AI commercials

โฆษณาที่มาจากการสร้างด้วยเอไอจะกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาในปีนี้ ด้วยความแพร่หลายของ Generative AI ที่สามารถรังสรรค์ผลงานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นบทเพลง ภาพวาด กราฟิก ไปจนถึงภาพยนตร์สั้นพร้อมเสียงพากษ์ได้อย่างง่ายดาย ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์และแรงต้านจากผู้ที่มองว่าผลงานเอไอนั้นเป็นเพียงการประมวลข้อมูลผลงานจริงของมนุษย์คนอื่นมาเท่านั้น เรื่องนี้ยังต้องเถียงกันอีกยาว
ทีมข่าวสดไอที