Infinix ปลุกวงการเกมมิ่งสมาร์ตโฟนให้เดือดยิ่งกว่าเดิม เปิดตัว “Infinix GT 50 Pro” ภายใต้แนวคิด “Unleash the Gaming Beast” ปลุกพลังเกมเมอร์และคนรุ่นใหม่ให้ปลดล็อกขีดจำกัดผ่านสมาร์ตโฟนเกมที่พัฒนาขึ้น
ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่พร้อมมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่เหนือชั้นกว่าที่เคย ด้วยประสิทธิภาพที่ผู้เล่นอีสปอร์ตระดับโปรให้การยอมรับ

ดีไซน์ล้ำ
พร้อมเดินหน้ายกระดับประสบการณ์เล่นเกมบนสมาร์ตโฟนให้ดุดัน ลื่นไหล และทรงพลังกว่าเดิม ตอกย้ำความแข็งแกร่งของ Infinix หนึ่งในแบรนด์สมาร์ตโฟนเกมยอดนิยมของไทย
โดยได้รับรางวัล “The Most Popular Gaming Mobile” จาก AIS ในปี 2569 พร้อมผลักดัน Infinix GT Series สู่การเป็นสมาร์ตโฟนเกมอันดับหนึ่งของไทย
ไฮไลต์เริ่มที่ HydroFlow Liquid Cooling สยบปัญหาเครื่องร้อน ลุยเกมหนักสปีดไม่ดร็อป โดย Infinix GT 50 Pro ปฏิรูประบบระบายความร้อนบนสมาร์ตโฟนเกมด้วยเทคโนโลยี HydroFlow Liquid Cooling

ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวแบบ Active Cooling ที่มาพร้อมไมโครปั๊มเซรามิก Dual-Piezoelectric เร่งการไหลเวียนของของเหลวระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รองรับอัตราการไหลของของเหลวสูงถึง 6.5 มิลลิลิตรต่อนาที ผ่านช่องทางลำเลียงความร้อนที่แกะสลักด้วยเลเซอร์ระดับไมครอน ผสานแผ่นไดอะแฟรมขนาดใหญ่ 6,437 ตารางมิลลิเมตร ครอบคลุมแหล่งความร้อนหลักของเครื่องได้เต็มพื้นที่ 100 เปอร์เซ็นต์
พร้อมจัดการความร้อนแบบแยก Hot Zone และ Cool Zone ช่วยลดอุณหภูมิเครื่องได้สูงสุด 2 องศาเซลเซียส ทนทานต่ออุณหภูมิตั้งแต่ติดลบ 40 ถึง 100 องศาเซลเซียส

แบรนด์ดังจากฮ่องกง
ผ่านการทดสอบแรงกระแทกจากการตกแนวดิ่งสูงสุด 1.5 เมตร ทั้งยังรองรับ 3 โหมดการทำงาน ตอบโจทย์ทุกสไตล์การใช้งานตั้งแต่เล่นเกมทั่วไปจนถึงการแข่งขันระดับโปร สยบปัญหาเครื่องร้อน เล่นลื่นเต็มสปีดทุกสมรภูมิ
ถัดมาเป็นเฟรมเรตแรงระดับ 144 เฟรมต่อวินาที ด้วย 144FPSGaming Ecosystem ลื่นไหลทุกสมรภูมิ โดย Infinix GT 50 Pro ออกแบบมาเพื่อยกระดับมาตรฐานการเล่นเกมบนสมาร์ตโฟน
ด้วยระบบ 144FPS Gaming Ecosystem ที่รองรับ Native 144FPS ในเกมอีสปอร์ตยอดนิยม ให้ทุกการเคลื่อนไหวลื่นไหล ตอบสนองไว และลดอาการภาพเบลอระหว่างเล่นเกม

ฟีเจอร์อัดแน่น
ช่วยให้เกมเมอร์ควบคุมทุกจังหวะได้แม่นยำ พร้อมปลดปล่อยศักยภาพการเล่นได้เต็มขีดสุด โดยเฉพาะในเกมแนว MOBA และ FPS ที่ทุกเสี้ยววินาทีส่งผลต่อชัยชนะ
นอกจากนี้ ยังผสานการทำงานร่วมกับระบบจัดการเฟรมเรตอัจฉริยะ เพื่อรักษาความเสถียรของเฟรมเรตให้ต่อเนื่อง แม้เล่นเกมหนักเป็นเวลานาน พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่กับ 144Hz In-game Ecosystem ใน MLBB
การันตีความแรงในฐานะ Official Gaming Phone ในการแข่งขัน MSL Thailand Season 1 ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ระดับโลกปี 2569
นอกจาก MLBB แล้ว ยังรองรับ 144FPS ในเกม Standoff 2, Blood Strike, Free Fire และ Call of Duty และยังมีเกมที่อยู่ระหว่างการอัพเดตเพื่อรองรับ 144 เฮิร์ตซ์ (Hz) ในเร็วๆ นี้ อาทิ PUBG MOBILE, Honor of Kings และ Arena Breakout

เย็นเฉียบหมดปัญหาเฟรมดร็อป
รวมไปถึงการรองรับเฟรมเรตระดับ 120 Hz สำหรับเกมฟอร์มยักษ์อย่าง Delta Force และ Free Fire MAX ด้วย
สมาร์ตโฟนเกมรุ่นนี้มาพร้อมกับปุ่ม Pressure-Sense GT Trigger 2.0 ปลดล็อกทุกคอมโบ คุมเกมเหนือชั้นเพื่อยกระดับความแม่นยำในการควบคุมผ่าน Pressure-Sense GT Trigger 2.0 ปุ่มสัมผัสแรงกดแบบ 3-in-1 “แตะ เล็ง ยิง”
ช่วยให้ทุกการสั่งการรวดเร็ว ลื่นไหล และแม่นยำยิ่งขึ้น รองรับการควบคุมถึง 4 รูปแบบ ทั้งกดแรง กดเบา ปัดซ้าย และปัดขวา ตั้งค่า Mapping ได้สูงสุด 8 จุด ปรับความไวได้ 10 ระดับ
ตอบสนองรวดเร็วด้วยค่าความหน่วงต่ำแค่ไม่เกิน 20 มิลลิวินาที (ms) เพื่อการตอบสนองแบบเรียลไทม์ พร้อมรองรับพรีเซ็ตเกมยอดนิยมกว่า 10 เกม ยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมให้ใกล้เคียงกับเกมคอนโซลระดับมือโปร
ทั้งยังรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่านการตั้งค่าต่างๆ บน GT Zone ไม่ว่าการปัดเพื่อซูมในโหมดถ่ายภาพ หรือเรียกใช้งานฟังก์ชันด่วนได้ทันที

ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว
ความทนทานต่อการกดมากกว่า 3 ล้านครั้ง รองรับทุกการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ด้านพลังเสียงมาตรฐานระดับ Dolby Atmos เติมเต็มทุกมิติเสียงเกมมิ่งและความบันเทิง ยกระดับประสบการณ์เสียงแบบ 3 มิติที่ให้ทั้งความกว้าง ความลึก และมิติของเสียงอย่างสมจริงและเร้าใจกว่าที่เคย ไม่ว่าจะใช้งานผ่านลำโพงตัวเครื่องหรือหูฟังก็สามารถสัมผัสมิติเสียงรอบทิศทางได้อย่างเต็มอารมณ์
ไม่ว่าดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม หรือใช้งานในชีวิตประจำวันก็เพลิดเพลินกับคุณภาพเสียงที่คมชัดและเต็มอรรถรสได้ในทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยโหมดเสียงอัจฉริยะหลากหลายรูปแบบทั้ง Smart Mode ที่ปรับเสียงอัตโนมัติตามการใช้งาน
Gaming Mode ที่เพิ่มมิติและรายละเอียดเสียงในเกมให้แยกเลเยอร์ได้ชัดเจน รวมถึง Movie Mode มอบประสบการณ์เสียงรอบทิศทางระดับโรงภาพยนตร์ ตลอดจน Music Mode ที่ปรับจูนเสียงให้ทรงพลังและสมจริงยิ่งขึ้น

ราคาไม่แรง
สำหรับคอเกม Dolby Atmos ช่วยยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมให้สมจริงยิ่งกว่าเดิม ด้วยมิติเสียงที่แม่นยำและการแยกเลเยอร์เสียงอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเสียงฝีเท้าศัตรู เสียงปืน เสียงสกิล หรือเอฟเฟ็กต์ภายในเกม ก็ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างคมชัดและระบุทิศทางได้อย่างแม่นยำ
ให้ผู้เล่นรับรู้สถานการณ์รอบตัวได้รวดเร็วและตอบสนองได้ทันทุกจังหวะสำคัญ เพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยเฉพาะเกมแนว FPS และ Battle Royale ที่ทุกเสียงอาจเป็นตัวตัดสินชัยชนะ พร้อมเติมอารมณ์ความมันให้ทุกแมตช์ดุเดือดและเร้าใจยิ่งขึ้นราวกับอยู่ในสนามรบจริง
Infinix GT 50 Pro ยกระดับประสบการณ์การใช้งานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 16 และ XOS 16 ลื่นไหลเร็วขึ้นถึงร้อยละ 20 เสริมความมั่นใจในการใช้งานระยะยาว
ด้วยการรองรับการอัพเดตระบบปฏิบัติการหลักต่อเนื่อง 3 เวอร์ชั่น และแพตช์ความปลอดภัยยาวนานถึง 5 ปี ตอบโจทย์ทั้งการเล่นเกม การใช้งานในชีวิตประจำวัน และไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในระยะยาว

ออกแบบมาเพื่อเล่นเกมโดยเฉพาะ
Infinix GT 50 Pro จัดเต็มด้วยความจุข้อมูล 256 กิกะไบต์ (GB) และหน่วยความจำแรม (RAM) 12 GB (รองรับการขยาย RAM เสมือนได้สูงสุดถึง 24 GB)
มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Black Abyss, Red Blaze และ Silver Glacier มาพร้อม GT Magcharge Cooler 2.0 ภายในกล่อง สนนราคาที่ 15,999 บาท ผ่านช่องทางออนไลน์ทั้ง Shopee, Lazada และ TikTok Shop รวมถึงตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ อาทิ BaNANA, Jaymart, IT City, TG FONE และ True Shop