เปิดตัวตามนัดหมายกับเรือธงเอสซีรีส์ของปีค.ศ.2024 กาแล็กซี เอส 24 ซีรีส์ จากค่ายซัมซุง ผู้พัฒนาเทคโนโลยีชื่อก้องโลกจากเกาหลีใต้
มาพร้อมหมัดเด็ดที่ซัมซุงหมายมั่นให้เป็นอีกหมุดหมายสำคัญของพัฒนาการวงการโทรศัพท์มือถือ คือ สมาร์ตโฟนที่นำเอาระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ เข้ามาถักทอเป็นส่วนหนึ่งของพลังขับเคลื่อนใช้งาน

เคสใหม่
มอบประสบการณ์เอไอที่ไม่เหมือนใคร จุดระเบิดศักราชใหม่เป็นอีกขั้นของการแข่งขันด้านเอไอบนสมาร์ตโฟน
หมัดเด็ดนี้เอง ซัมซุงรวมเรียกว่า กาแล็กซี เอไอ (Galaxy AI) อาศัยพลังขับเคลื่อนจากชิพประมวลผล Snapdragon 8 Gen 3 For Galaxy จากค่ายควอลคอมม์ สหรัฐอเมริกา ทำให้ฟีเจอร์เหล่านี้เป็นไปได้
ทั้งยังเป็นชิพรุ่นแรกฝั่งระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ที่มีคะแนนเบนช์มาร์กแซงหน้าชิพเรือธง A17 Pro จากค่ายแอปเปิ้ล ภายใต้รูปโฉมใหม่ด้วยวัสดุไทเทเนียม กระจกนิรภัยสุดแกร่ง Gorilla Glass Armor แข็งกว่ากระจกทั่วไป 4 เท่า และลดแสงสะท้อนลงร้อยละ 75
Galaxy S24 Ultra มาพร้อมจอภาพ Dynamic LTPO AMOLED 2X ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด 1,440 x 3,120 พิกเซล ความหนาแน่นพิกเซล 505 พิกเซลต่อตารางนิ้ว (ppi) รองรับความถี่ 1 ถึง 120 เฮิร์ตซ์ (Hz) เทคโนโลยีภาพ HDR10+ และความสว่างสูงสุดถึง 2,600 นิต (nit)
ภายใต้จอแบนราบ คางบาง อัตราส่วนจอภาพต่อเครื่องร้อยละ 88.5 ให้ภาพอัตราส่วน 19.5:9 ผ่านมาตรฐานกันฝุ่นและน้ำเข้าแบบ IP68 และระบบระบายความร้อนแบบใหม่ขนาดใหญ่ขึ้น 1.9 เท่า แต่เครื่องบางลงกว่ารุ่นก่อน

จอสว่าง 2,600 นิต
เครื่อง S24 Ultra ความหนาลดลงเหลือ 8.6 มิลลิเมตร (รุ่นก่อนหน้า 8.9 ม.ม.) ส่วนน้ำหนักลดลงเล็กน้อยเหลือ 232 กรัม (รุ่นก่อนหน้า 234 กรัม) ถือว่าน่าประทับใจเนื่องจากมีแผงระบายความร้อนขนาดใหญ่ขึ้น
รวมถึงไทเทเนียมนั้นมีความหนาแน่นสูงกว่าอะลูมิเนียม แม้หน้าจอจะแบนราบไปทั้งหมด แต่ซัมซุงยังใส่ใจเรื่องการยศาสตร์มาเหมือนเดิม ด้วยการทำสันด้านข้างให้โค้งมนเล็กน้อยทำให้กำไว้ในมือได้สบายไม่รู้สึกคม (แต่ขอบยังคมอยู่นะ แฮร่)
ส่วนกล้องถ่ายภาพ แม้จะสเป๊กเดียวกับรุ่นก่อนหน้า แต่ใช้เซ็นเซอร์ภาพรุ่นใหม่ขนาดใหญ่กว่าเดิม และใช้เทคนิคพิเศษใหม่ทำให้ถ่ายภาพได้ไวขึ้นจาก 333 เหลือ 238 มิลลิวินาที (ms) พร้อมระบบลดนอยซ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมเรียกว่า ProVisual Engine ถ่ายคลิปได้ละเอียดสูงสุด 8K@24/30fps รวมถึง 4K@120fps ด้วย!
ไม่หมดเท่านั้น ซัมซุงยังประกาศด้วยว่า จะสนับสนุนการอัพเกรดระบบปฏิบัติการและแพตช์รักษาความปลอดภัยยาวนานสูงสุดถึง 7 ปีเต็ม เริ่มตั้งแต่รุ่น Galaxy S24 Series เป็นต้นไป
AI Translate
ฟีเจอร์แรกสุดเป็น “Al Translate” ที่จะมาทลายกำแพงด้านภาษา เหมาะกับผู้ที่ต้องเดินทางทั่วโลก หรือติดต่อประสานงานกับชาวต่างชาติบ่อยครั้ง ทำให้การสื่อสารเกิดขึ้นอย่างไร้ข้อจำกัด

AI Translate
สามารถเดินทางท่องเที่ยวแบบชิลชิล ไร้ข้อกังวลว่าจะสนทนากับเจ้าของภาษาไม่ได้ โดยแอพพลิเคชั่น Live Translate ใน Galaxy S24 Series จะแปลภาษาที่ผู้ใช้พูดได้แบบเรียลไทม์ไม่มีสะดุด ทำให้การโทรศัพท์คุยเข้าใจกันได้แบบเรียลไทม์
มิหนำซ้ำยังมีล่ามส่วนตัวแบบโหมด Interpreter ช่วยแปลบทสนทนาแบบต่อหน้าแบบเรียลไทม์ด้วยการแบ่งจอคนละครึ่งด้วย สามารถแปลบทสนทนาของคนตรงข้ามได้ทันที ตามด้วยโหมด Chat Assist สำหรับเวลาพิมพ์แช็ต ก็แปลได้ทันใจด้วยพลังจากเอไอ
Circle to search
ฟีเจอร์นี้เป็นการค้นหาข้อมูลของวัตถุในภาพ ด้วยการใช้ปากกา S-Pen ซึ่งติดมากับเครื่อง Galaxy S24 Series ระบุตำแหน่งด้วยการวงกลม เช่น เวลาเห็นรูปเสื้อผ้าสวยที่ดาราใส่แล้วไม่แท็กร้าน หรือที่เที่ยวสวยๆ ที่เพื่อนไป แล้วต้องการตามรอย สามารถทำได้ไม่ยาก เพียงกดปุ่มโฮมค้างไว้ แล้ววาดวงกลมบนสิ่งที่เห็นอยู่บนหน้าจอ ก็จะพบข้อมูลการค้นหาขึ้นมาแบบไม่ต้องพิมพ์ให้เมื่อย

Circle to search
นอกจากนี้ เอไอจะหาข้อมูลเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์มาให้ด้วย ด้วยขุมพลังจากการพัฒนาร่วมกันระหว่างซัมซุงและกูเกิ้ล เปิดประสบการณ์การใช้งานแบบสะดวกสบายไม่ต้องพิมพ์ให้กับผู้ใช้ผ่านเอไอ
Nightography
ไนโตกราฟี เป็นเทคนิคการถ่ายภาพเวลากลางคืน ใช้อัลกอริทึมและเทคโนโลยีพิเศษทำให้ภาพออกมาสวยงาม ชัดเจน มีรายละเอียด คมชัดสว่างไสว เอกสิทธิ์เฉพาะผู้ใช้ซัมซุง มาปีนี้ ซัมซุงยกระดับอีกขั้นด้วยพลังจากเอไอ นำไปสสู่อัลกอริทึมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้การถ่ายภาพที่เคยสวยงามสวยได้ขึ้นไปอีก

Nightography
ทั้งยังตอบสนองรวดเร็วทันใจทุกสภาพแวดล้อมแสงและระยะการซูม รวมถึงการถ่ายภาพเคลื่อนไหวที่ได้เอไอช่วยปรุงแต่งให้ตระการตาขึ้นไปอีกขั้น
Generative Edit
หนึ่งในฟีเจอร์ว้าวที่สุดของ Galaxy AI เป็นการนำความสามารถจากเทคโนโลยี Generative AI ซึ่งเป็นเอไอที่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ด้วยตนเอง มาใช้ในการตกแต่งภาพถ่ายทั้งภาพนิ่งและเคลื่อนไหว ทำให้ผู้ใช้สามารถตัด เติม ตกแต่งได้สะดวกรวดเร็ว

Generative AI After

Generative AI Before
ไม่ว่าจะเป็นการลบส่วนไม่ต้องการ เติมส่วนที่ขาด ไปจนถึงเคลื่อนย้ายวัตถุในภาพ พลังของ Generative AI จะดลบันดาลให้ผู้ใช้ได้ตามใจปรารถนา เช่น ยกแจกันบนโต๊ะไปไว้บนชั้นแทน ทางเอไอก็จะจัดแสงเงาให้อัตโนมัติ แล้วเติมพื้นหลังที่ขาดหายไปให้อย่างเรียบเนียบ
ไม่หมดเท่านั้น การตัดต่อภาพด้วยเอไอ ยังมาพร้อมโหมดแนะนำที่ให้เอไอแนะนำผู้ใช้ทันที ว่าภาพที่ถ่ายออกมานั้นหากจะตกแต่งองค์ประกอบใหม่ให้แลดูสวยงาม ควรต้องเป็นอย่างไรด้วย
แน่นอนภาพตัดต่อเหล่านี้เมื่อถูกเซฟแล้วจะมีสัญลักษณ์พิเศษขอซัมซุงปรากฏอยู่บางๆ ที่ขอบ เพื่อให้ผู้ชมทราบได้ว่าเป็น “ภาพตัดต่อด้วยเอไอ”
การตัดต่อยังรวมไปถึงคลิปเคลื่อนไหวที่ถ่ายมาแล้ว เช่น การเปลี่ยนอัตราเฟรมที่ผู้ใช้เพียงใช้นิ้วแตะค้างไว้ ก็จะทำให้คลิปที่ถ่ายมากลายเป็นคลิปอัตราเฟรมสูง สโลว์-โมชั่นได้ด้วยขุมพลังการสร้างเฟรมขึ้นทดแทนจากเอไอ

Chat Assist
ซัมซุง กาแล็กซี เอส 24 ซีรีส์ แบ่งเป็น 3 รุ่น คือ Galaxy S24 Ultra ที่มีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ Titanium Gray, Titanium Black, Titanium Violet and Titanium Yellow และ 3 สีพิเศษ (เฉพาะsamsung.com) ได้แก่ Titanium Blue, Titanium Green, และ Titanium Orange สนนราคาเริ่มต้นที่ 46,900 บาท (12GB RAM/256GB ROM)
Galaxy S24+ มี 4 สี ได้แก่ Onyx Black, Marble Gray, Cobalt Violet และ Amber Yellow และ 3 สีพิเศษ (เฉพาะ samsung.com) ได้แก่ Sapphire Blue, Jade Green, และ Sandstone Orange สนนราคาเริ่มต้นที่ 38,900 บาท (12GB/256GB) และ Galaxy S24 เริ่มต้นที่ 33,900 บาท (8GB/256GB)
เปิดจองล่วงหน้าแล้วถึงวันที่ 30 ม.ค.นี้ พร้อมรับโปรแรง 3 ต่อ รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าชมได้ที่ www.samsung.com/th/smartphones/galaxy-s24-ultra/ และติดตามรีวิวได้เร็วๆ นี้
ทีมข่าวสดไอที